วันที่ 1 มิถุนายน 2569 ที่เพจสายไหมต้องรอด ถนนวัดเกาะ เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร นางสาวหญิง (นามสมมติ) อายุ 33 ปี เตรียมเดินทางเข้าร้องขอความช่วยเหลือ หลังอ้างว่าถูกหญิงสาวเน็ตไอดอลรายหนึ่ง ซึ่งถูกกล่าวอ้างว่าเป็นภรรยาน้อยของนักธุรกิจชื่อดัง นำรถยนต์ BMW มาจำนำกับตน เพื่อขอยืมเงินไปใช้จ่ายและเปย์หนุ่มบาร์โฮสต์ ก่อนที่ภายหลังจะเกิดข้อพิพาทเรื่องการชำระหนี้และการครอบครองรถยนต์คันดังกล่าว
นางสาวหญิง อายุ 33 ปี ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ตนรู้จักเน็ตไอดอลสาวรายดังกล่าวและครอบครัวผ่านคนรู้จักในครอบครัว โดยตลอดระยะเวลาที่รู้จักกัน ฝ่ายคู่กรณีและครอบครัวมักติดต่อมาขอยืมเงินอยู่เป็นประจำ ซึ่งส่วนใหญ่พ่อและแม่ของคู่กรณีจะเป็นผู้ประสานพูดคุย
ผู้เสียหาย เล่าว่า ครั้งแรกที่ได้พบกับเน็ตไอดอลสาวรายนี้ เจ้าตัวเดินทางมาพร้อมหนุ่มบาร์โฮสต์ และอ้างว่าต้องการเงินไปหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ความงามและสกินแคร์ที่จำหน่ายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ ก่อนจะขอยืมเงินรวมเป็นจำนวน 300,000 บาท โดยนำรถยนต์ BMW มาวางไว้เป็นหลักประกัน พร้อมจัดทำเอกสารและหลักฐานการกู้ยืมเงิน รวมถึงยืนยันว่าจะนำเงินมาคืนภายในระยะเวลาที่กำหนด แต่สุดท้ายกลับไม่ชำระหนี้ตามข้อตกลง
ต่อมาคู่กรณีและครอบครัวได้ติดต่อกลับมา ขอให้นำรถยนต์คันดังกล่าวคืน โดยอ้างว่ารถเป็นทรัพย์สินของผู้บริหารบริษัทเอกชนรายใหญ่รายหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้ให้การอุปการะคู่กรณีอยู่ พร้อมระบุว่าหากไม่คืนรถ อาจถูกดำเนินคดีในข้อหารับของโจร ทำให้ตนเกิดความกังวลและตัดสินใจคืนรถให้ แม้ว่าจะยังไม่ได้รับเงินคืนก็ตาม
หลังจากนั้น ผู้เสียหายได้ตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมและพบว่า ทรัพย์สินต่าง ๆ ที่คู่กรณีใช้ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์หรือที่พักอาศัย ไม่ได้เป็นกรรมสิทธิ์ของคู่กรณี จึงเกิดความกังวลเกี่ยวกับการติดตามทรัพย์สินเพื่อบังคับชำระหนี้ในอนาคต
นอกจากนี้ จากการสอบถามบุคคลใกล้ชิดและเพื่อนของคู่กรณี ยังพบว่ามีผู้ที่อ้างว่าเคยได้รับความเสียหายในลักษณะใกล้เคียงกันหลายราย โดยส่วนใหญ่เกิดจากความน่าเชื่อถือที่มาจากภาพลักษณ์การใช้ชีวิตที่ดูหรูหรา ทั้งการพักอาศัยในคอนโดมิเนียมหรู การใช้รถยนต์ราคาแพง และการใช้สินค้าแบรนด์เนม
ผู้เสียหาย ระบุว่า ภายหลังเกิดเหตุได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน พร้อมมีการทำบันทึกรับสภาพหนี้เป็นจำนวนกว่า 300,000 บาท และกำหนดเงื่อนไขการผ่อนชำระไว้เป็นหลักฐาน แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่ได้รับการชำระเงินคืนตามข้อตกลง
ทั้งนี้ ผู้เสียหายต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริง และเรียกร้องให้คู่กรณีออกมารับผิดชอบต่อหนี้สินที่เกิดขึ้น เนื่องจากตนได้รับผลกระทบทางการเงินและความเดือดร้อนจากเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นอย่างมาก
ด้าน นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด เปิดเผยว่า ในส่วนของกรณียืมเงินนั้น เบื้องต้นถือเป็นเรื่องทางแพ่ง แต่ประเด็นที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติมคือ การที่คู่กรณีนำรถของบุคคลอื่นมาจำนำกับผู้เสียหาย โดยในภายหลังกลับแจ้งว่าไม่ใช่รถของตนเอง ซึ่งต้องตรวจสอบว่าแต่แรกมีเจตนาฉ้อโกงหรือไม่
ส่วนกรณีการข่มขู่ มองว่าเข้าข่ายความผิดทางอาญาอยู่แล้ว โดยผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความไว้เรียบร้อย หลังจากนี้ตนจะประสานงานติดตามเรื่องดังกล่าวให้ และเชื่อว่าไม่น่าจะมีความยุ่งยากในการดำเนินการตามกฎหมายในกรณีนี้

