ภาพเหตุการณ์หลังคนร้ายแต่งกายเป็นหญิงสวมฮิญาบขี่รถจักรยานยนต์ประกบ ยิง ด.ต.อดุลย์ หะยีสุหลง อายุ 38 ปี ตำรวจ สภ.ยะหริ่ง ปัตตานี ขณะขับรถไปรับลูกที่โรงเรียนประสาทวิทยามูลนิธิ ต.ยะรัง อ.ยะรัง ปัตตานี เป็นเหตุให้นางฟาตีเมาะ ยาโงะ ครูโรงเรียนเอกชน ภรรยาเสียชีวิต ลูกน้อยวัยสองเดือนบาดเจ็บในอ้อมกอดแม่ สร้างความสะเทือนใจทั่วประเทศมาพร้อมกับเสียงสาปแช่งกลุ่มก่อเหตุ

เบื้องต้นตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง มุ่งประเด็นเดิมๆสร้างความสถานการณ์ความไม่สงบ ลงท้ายว่าจะเร่งสืบสวนสอบสวนจับกุมคนร้ายมาลงโทษโดยเร็ว
แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นการกระทำที่โหดร้ายและเย้ยอำนาจรัฐ เพราะอยู่ในช่วงที่รัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูลตั้ง นายฐนัตถ์ สุวรรณนานนท์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ เป็นหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนใต้ มีผลตั้งแต่วันที่ 12 พฤษภาคม
ด้วยระยะเพียง 18 วัน(12-29 พ.ค.)นับแต่ตั้งคณะพูดคุยฯเกิดเหตุความไม่สงบถึง 6 ครั้ง ปะทุครั้งแรก 13 พฤษภาคม คนร้ายขี่รถมอเตอร์ไซค์ประกบยิง นายอาฟัณณี เจ๊ะเต๊ะ อส.อ.จะแนะ นราธิวาส บาดเจ็บ ขณะขี่รถจักรยายนต์จากฐาน เพื่อกลับบ้าน ถัดมา 20 พฤษภาคม คนร้ายลอบยิง ส.อ.มูฮัมหมัดอำมุดี แวสอเฮาะ ทหารสังกัดกองร้อยอาวุธเบา กองพันที่ 3 กรมทหารราบที่ 152 ค่ายสิรินธร ปัตตานี บาดเจ็บ และด.ญ.นูรฟีรดาวล์ดาเละ อายุ 9 ขวบ หลานสาวภรรยาถูกลูกหลงได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดที่ หมู่ 6 ต.สาวอ อ.รือเสาะ นราธิวาส
วันที่ 22 พฤษภาคม คนร้ายลอบยิงนายมะแอ มะสีละ อดีตทหารพราน กรมทหารพรานที่ 47 เสียชีวิต ชิงอาวุธปืนขนาด 9 มม.ของผู้ตายไปด้วย เหตุเกิดหมู่ที่ 1 ต.จะกว๊ะ อ.รามัน ยะลา วันเดียวกัน คนร้ายซุ่มโจมตียิง ส.ต.อ.นัฐวุฒิ สุราษฏร์ ผบ.หมู่สภ.หนองจิก ปัตตานี ช่วยราชการ สภ.สายบุรี เสียชีวิต ขณะเฝ้าอาคาร สภ.สายบุรี หลังใหม่ ต.ตะบึ้ง อ.สายบุรี
วันที่ 25 พฤษภาคม คนร้ายประกบยิง ด.ต.อดุลย์ ได้รับบาดเจ็บพร้อมลูกวัยสองเดือน ส่วนภรรยานั่งอุ้มลูกวัยสองเดือนเสียชีวิต
วันที่ 27 พฤษภาคม คนร้ายยิง พ.จ.อ.เสริม สีแดง อายุ 63 ปีอดีตนาวิกโยธิน ค่ายจุฬาภรณ์ นราธิวาส เสียชีวิตขณะเก็บมะพร้าวในสวน ต.ไทรทอง อ.ไม้แก่น จ.ปัตตานี
ทั้งหกเหตุการณ์สำหรับชาวบ้านในพื้นที่ 3 จังหวัดฯ รู้สึกคุ้นชินเพราะบ่อยครั้งที่รัฐบาลตั้งทีมคณะเจรจาฯ กลุ่มเสียผลประโยชน์มีหลากหลายกลุ่มทั้งนักการเมือง ข้าราชการ และผู้มีอิทธิพลที่ใช้ศาสนาเป็นเครื่องมือแสวงหาผลประโยชน์ จะใช้บริการพวกโจรในคราบโจรกลุ่มต่างๆออกอาละวาดสร้างสถานการณ์ สร้างเครดิตให้กับกลุ่มตัวเอง หวังจะเข้าไปมีบทบาทในการเจรจาหรือดิสเครดิตว่ากลุ่มที่อยู่ในกระบวนการเจรจาไม่ใช่ตัวจริงเสียงจริง
จึงไม่แปลกที่ตลอดเวลากว่า 20 ปีที่ไฟใต้คุโชน การตั้งทีมเจรจาสันติภาพถึงล้มเหลวมาโดยตลอด ชาวบ้านในพื้นที่ต่างรับทราบกันว่าดับไฟใต้ทำได้ไม่ยากเพียงแค่ รัฐบาล ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครองและนักการเมืองในพื้นที่ช่วยกัน ทำให้การบังคับใช้กฎหมายเท่าเทียมและมีความขลังเท่านั้น เพราะที่ผ่านมาถูกละเลยมาโดยตลอด สังเกตได้จากคดี ครู ตำรวจ ทหาร ข้าราชการฝ่ายปกครอง ตำแหน่งไม่สูง และชาวบ้าน ถูกยิงเสียชีวิตหรือบาดเจ็บ น้อยมากที่จะจับกุมคนร้ายได้
ซึ่งแตกต่างจากคดีนักการเมืองระดับชาติคดีรุดมาก ยกตัวอย่างคดียิงถล่มนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ หลังเกิดเหตุจะมีความเคลื่อนไหวอย่างคึกคัก จาก พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชาติ และหัวหน้าพรรคประชาชาติ และนายวันมูหะหมัดนอร์ มะทา อดีตหัวหน้าพรรคประชาชาติและที่ปรึกษานายอนุทิน กดดันให้ตำรวจและเร่งสางคดี
ภาพนายกมลศักดิ์ พบนายอนุทิน ที่บ้านพักนายวันมูหะหมัดนอร์ เพื่อให้เร่งรัดคดี ภาพตำรวจระดับรองผบ.ตร.นำทีมสางคดี ภาพ พ.ต.อ.ทวี และนายกมลศักดิ์แถลงข่าวที่รัฐสภาพร้อมยื่นหนังสือให้ประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐกิจการชายแดนยุทธศาสตร์และการปฏิรูปประเทศ สอบสวน หลังภาพเหล่านี้ปรากฏออกไปไม่นาน ทีมสืบสวนสอบสวนติดตามจับกุมคนร้ายได้เกือบยกทีม
ถัดมาวันที่ 24 พฤษภาคม พ.ต.อ.ทวี ยังหารือกับทีมสืบสวนเพื่อติดตามคดี ระหว่างลงพื้นที่นราธิวาส และ 20 พฤษภาคม นายวันมูหะหมัดนอร์ โพสต์เฟซบุ๊ก เรียกร้องความเป็นธรรมให้นายกมลศักดิ์ พร้อมเชิดชูความดีที่นายกมลศักดิ์ได้ทำไว้กับสังคม
ที่ยกมาเพื่อสื่อสารว่า ถ้าพ.ต.อ.ทวี และนายวันมูหะหมัดนอร์ที่ชาวบ้าน 3 จังหวัดชายแดนใต้ เคยส่งให้นั่งตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมและประธานรัฐสภา ออกมาเคลื่อนไหวจี้หน่วยรัฐเร่งสืบสวนสอบสวนจับกุมคนร้ายคดียิงครู ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครองและชาวบ้าน แบบเดียวกับคดีนายกมลศักดิ์ ไฟใต้ที่คุโชนอาจจะมอดลงแบบไม่ต้องตั้งทีมเจรจาให้เสียเวลาเพราะเชื่อว่าทั้งสองย่อมรู้อยู่เต็มอกว่าต้นตอไฟใต้ที่คุโชนอยู่จุดไหนและควรดับอย่างไร ?!!


