หน้าแรกเศรษฐกิจ-การเงินEMPIRE เชิญผู้ถือหุ้น EGM 29 พ.ค.ร่วมกำหนดอนาคตองค์กร ย้ำดีลโปร่งใส-สร้างมูลค่าระยะยาว

EMPIRE เชิญผู้ถือหุ้น EGM 29 พ.ค.ร่วมกำหนดอนาคตองค์กร ย้ำดีลโปร่งใส-สร้างมูลค่าระยะยาว

EMPIRE เชิญผู้ถือหุ้นร่วมประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 2/2569 วันที่ 29 พฤษภาคมนี้ ผ่านระบบออนไลน์ เพื่อร่วมพิจารณามติการได้มาและจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ เตรียมปรับโครงสร้างธุรกิจเต็มรูปแบบ ชูจุดเด่นเชิงกลยุทธ์ พร้อมก้าวสู่ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีศักยภาพสูง สร้างผลตอบแทนและกระแสเงินสดระยะยาว ภายใต้หลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และ วินัยทางการเงินแข็งแกร่ง เดินหน้าสร้างการเติบโตยั่งยืน ฟื้นความเชื่อมั่นผู้มีส่วนได้เสียทั้งระบบ

นางสาววัชราภรณ์ สุวินย์ชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น โกลบอล เอมไพร์ จำกัด (มหาชน) หรือ EMPIRE ในฐานะคณะกรรมการบริษัท กล่าวเชิญผู้ถือหุ้นเข้าร่วม การประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น (EGM) ครั้งที่ 2/2569 ในวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 ผ่านระบบออนไลน์ เพื่อร่วมพิจารณาและอนุมัติ การทำธุรกรรมการได้มาและจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ และการปรับโครงสร้างธุรกิจของบริษัท ซึ่งครอบคลุมการจำหน่ายหุ้นสามัญทั้งหมดของกลุ่มบริษัท DRJ การเข้าซื้อหุ้นบริษัท มัลทิตา จำกัด หรือ MTT และ การเข้าซื้อหุ้นเพิ่มทุนของบริษัท เอสพีที เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SPTX โดยบริษัทฯ เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นได้ส่งคำถามล่วงหน้า เพื่อให้ได้รับข้อมูลเชิงลึก รวมถึงข้อเท็จจริงอย่างครบถ้วนประกอบการตัดสินใจลงคะแนนเสียง

การทำธุรกรรมดังกล่าวถือเป็นการปรับพอร์ตธุรกิจเชิงกลยุทธ์ครั้งสำคัญ เพื่อยกระดับโครงสร้างรายได้และสร้างศักยภาพการเติบโตของบริษัทฯในระยะยาว โดยเป็นการเปลี่ยนผ่านจากธุรกิจเดิมที่มีอัตรากำไรน้อย การแข่งขันสูง และต้องใช้เงินทุนหมุนเวียนจำนวนมาก ไปสู่ธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและองค์ความรู้ รวมถึงบริการโซลูชัน เพื่อเสริมการทำงานของลูกค้าอย่างครบวงจร ภายใต้แนวคิดการสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมแบบครบวงจรที่เชื่อมโยงธุรกิจ พันธมิตร และ นวัตกรรมให้สนับสนุนกันทั้งกลุ่มธุรกิจ ตั้งแต่การพัฒนาเทคโนโลยี การวางระบบ ไปจนถึงการตรวจสอบคุณภาพ เพื่อสร้างสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงสุด เสริมความแข็งแกร่งในการแข่งขัน สนับสนุนการเติบโตของรายได้ อัตราการทำกำไร และ มีกระแสเงินสดอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ บริษัทฯเล็งเห็นว่า ธุรกรรมการได้มาและจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ดังกล่าว เป็นธุรกรรมที่มีความเหมาะสมและสมดุลในเชิงกลยุทธ์ โดยเป็นการนำสินทรัพย์ที่มีข้อจำกัดด้านการแข่งขัน และความพร้อมในการเติบโตไปสู่โครงสร้างใหม่ที่มีความเหมาะสม ทั้งการมีลักษณะธุรกิจและวิสัยทัศน์การดำเนินงาน ตลอดจนความมุ่งมั่นสร้างการเติบโตในอุตสาหกรรมเดียวกัน พร้อมเปิดโอกาสทางธุรกิจให้สอดคล้องกับทิศทางเศรษฐกิจปัจจุบัน 

“หากธุรกรรมดังกล่าวได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น บริษัทจะเดินหน้าแผนการปรับโครงสร้างธุรกิจเพื่อรักษาสมดุลระหว่างธุรกิจเดิมที่ยังดำเนินงาน ไปพร้อมกับการสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมครบวงจร เพื่อเป็นแหล่งรายได้ใหม่ที่จะเข้ามาเสริมความสามารถในการทำกำไร และการเติบโตระยะยาว โดยมุ่งเน้นบริหารจัดการสินทรัพย์ที่มีอยู่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ควบคู่กับการสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ เพื่อรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลในอนาคตขณะเดียวกัน ประเด็นการได้มาซึ่งสินทรัพย์ MTT โดยมีการตกลงรับโอนหนี้จำนวนไม่เกิน 9.1 ล้านบาท เป็นเทคนิคการเจรจาเพื่อเปลี่ยนสถานะเป็น ‘เจ้าหนี้’ ที่สามารถจัดการหนี้ได้โดยสมบูรณ์ ซึ่งถือเป็นสิทธิประโยชน์และทรัพย์สินที่บริษัทจะได้รับในอนาคต อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการและฝ่ายบริหารได้มีการพิจารณาธุรกรรมดังกล่าวอย่างรอบด้าน คำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายเป็นสำคัญ พร้อมดำเนินงานภายใต้หลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ และให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งกับการรักษาวินัยทางการเงิน การควบคุมต้นทุน และ การบริหารความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างการเติบโตอย่างมั่นคง และฟื้นฟูความเชื่อมั่นต่อผู้มีส่วนได้เสียทั้งระบบอย่างยั่งยืน” นางสาววัชราภรณ์ กล่าว

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img