เจ้าตัว“จำไม่ได้ว่าโดนอะไร แต่เลือดไหลเต็มขา” คำให้การอดีตนักขับ F1 เปิดปมบาดแผลปริศนากลางสุขุมวิท ตำรวจเร่งไล่กล้องหาวินาทีเกิดเหตุ“มิกา ซาโล” ตำนานความเร็วชาวฟินแลนด์ เดินกลับโรงแรมกับครอบครัว ก่อนพบแผลฉกรรจ์ไร้คำตอบ เจ้าตัวจำไม่ได้ถูกอะไรเล่นงาน ผบช.ทท.สั่งเร่งสอบ ไล่กล้องทุกตัวคลี่ปม

เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีปรากฏทางสื่อต่างชาติสำนักหนึ่งถึงเหตุการณ์บาดเจ็บปริศนาของ มิกา ซาโล อดีตนักแข่งรถฟอร์มูลาวัน (F1) ชื่อดังชาวฟินแลนด์ วัย 59 ปี ระหว่างเดินทางท่องเที่ยวพักผ่อนกับครอบครัวในประเทศไทย กำลังกลายเป็นคดีที่ถูกจับตา หลังเจ้าตัวได้รับบาดแผลฉกรรจ์บริเวณขาซ้ายจนต้องเย็บถึง 28 เข็ม แต่ไม่สามารถระบุได้ว่าเกิดจากอุบัติเหตุ การเฉี่ยวชน หรือถูกทำร้าย
รายงานระบุว่า เหตุเกิดเมื่อช่วงค่ำวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 23.00–23.30 น. บริเวณทางม้าลายปากซอยสุขุมวิท 4 แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร หลังอดีตนักซิ่งระดับโลกเดินกลับจากรับประทานอาหารภายในซอยสุขุมวิท 9 เพื่อกลับที่พักในย่านสุขุมวิท 2 พร้อมครอบครัว

ระหว่างเดินผ่านจุดเกิดเหตุ มีรถจักรยานยนต์ไม่ทราบรายละเอียดขับผ่านไป ก่อนจะมีบุคคลแจ้งว่า ผู้เสียหายมีเลือดไหลจำนวนมากบริเวณหน้าแข้งซ้าย เมื่อก้มตรวจสอบจึงพบว่ามีบาดแผลลึกฉกรรจ์ แม้เจ้าตัวจะยืนยันว่าไม่ทราบแน่ชัดว่าได้รับบาดเจ็บจากสาเหตุใด่หลังเกิดเหตุ ผู้เสียหายเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ แพทย์เย็บแผลจำนวน 28 เข็ม ก่อนเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สน.ลุมพินี
คดีดังกล่าวสร้างแรงกระเพื่อมทันที หลังข้อมูลถูกเผยแพร่ผ่านสื่อออนไลน์ เนื่องจากผู้บาดเจ็บเป็นบุคคลมีชื่อเสียงในวงการมอเตอร์สปอร์ตโลก และเกิดเหตุในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญของกรุงเทพมหานคร

ภายหลัง พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว เปิดเผยว่า ได้สั่งการ พ.ต.อ.ปิยะพงษ์ เอนสาร ผกก.1 บก.ทท.1 พร้อมด้วยทีมสืบสวน ตำรวจท่องเที่ยวเร่งลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมให้การช่วยเหลือผู้เสียหายอย่างใกล้ชิด ทั้งการจัดล่ามอำนวยความสะดวก ประสานพนักงานสอบสวน สน.ลุมพินี นำเข้าตรวจชันสูตรเพิ่มเติมที่โรงพยาบาลตำรวจ รวมถึงประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาเงินเยียวยา
ขณะเดียวกัน ชุดสืบสวนกำลังเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณจุดเกิดเหตุอย่างละเอียด เพื่อหาคำตอบสำคัญว่า บาดแผลดังกล่าวเกิดจาก อุบัติเหตุเฉี่ยวชน ของมีคม หรือการกระทำของบุคคลอื่น

แม้ขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุปถึงสาเหตุที่แท้จริง แต่เหตุการณ์ดังกล่าวได้กลายเป็นอีกบททดสอบต่อภาพลักษณ์ความปลอดภัยของประเทศไทยในสายตานักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะเมื่อผู้เสียหายเป็นอดีตนักกีฬาชื่อดังระดับนานาชาติ การคลี่คลายคดีครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงหาคำตอบให้บาดแผลของชายคนหนึ่ง หากยังหมายถึงการตอบคำถามต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวทั่วโลกว่า ประเทศไทยยังเป็นจุดหมายปลายทางที่ปลอดภัยเพียงใด

