นิติเวช รพ.ตร.ปิดจ๊อบยืนยันเอกลักษณ์ผู้เสียชีวิตเหตุรถไฟชนรถเมล์ครบทั้ง 8 ราย พร้อมเปิดทางตรวจดีเอ็นเอเพิ่มเติม หากญาติสงสัยและพนักงานสอบสวนเห็นชอบ ยันข้อมูลสอดคล้องครอบครัวชาวสุโขทัย
พล.ต.ต.วิรุฬห์ ศุภสิงห์ศิริปรีชา ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เปิดเผยความคืบหน้าการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลผู้เสียชีวิตจากเหตุรถไฟพุ่งชนรถโดยสารประจำทาง บริเวณทางตัดรถไฟถนนอโศก-ดินแดง ว่า ผลการตรวจดีเอ็นเอของญาตินายเสริมลาภ ปิ่นทอง อายุ 45 ปี ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องเพศชาย และเป็นเพศเดียวกับผู้เสียชีวิต พบว่ามีความสอดคล้องกัน สามารถยืนยันได้ว่าอยู่ในครอบครัวเดียวกัน เบื้องต้น ญาติรายดังกล่าวได้เข้ามาตรวจดีเอ็นเอตั้งแต่เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยทางนิติเวชได้ดำเนินการตรวจและส่งผลให้พนักงานสอบสวน สน.มักกะสัน เรียบร้อยแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนสอบปากคำและยืนยันชื่ออย่างเป็นทางการ ซึ่งหากแล้วเสร็จ จะถือว่าสามารถยืนยันตัวผู้เสียชีวิตครบทั้ง 8 ราย
พล.ต.ต.วิรุฬห์ ระบุว่า โดยปกติการตรวจพิสูจน์เอกลักษณ์ที่แม่นยำที่สุด คือการใช้พ่อ แม่ หรือบุตรของผู้เสียชีวิตมาตรวจเปรียบเทียบ แต่กรณีนี้ พ่อแม่และน้องชายของผู้เสียชีวิตเสียชีวิตไปแล้ว จึงจำเป็นต้องใช้ญาติที่เป็นลูกพี่ลูกน้องเพศชาย ซึ่งมีดีเอ็นเอที่ถ่ายทอดผ่านสายผู้ชายเหมือนกันมาตรวจแทน และผลตรวจพบว่ามีความสัมพันธ์ทางสายเลือดตรงกัน จากการสืบสวนของพนักงานสอบสวน พบข้อมูลว่าบุคคลดังกล่าวอาจอยู่บนรถโดยสารในช่วงเกิดเหตุ จึงประสานให้ญาติเข้ามาตรวจดีเอ็นเอ ก่อนที่ผลตรวจจะออกมาสอดคล้องกับข้อมูลผู้สูญหาย ทำให้สามารถอนุมานได้ว่าเป็นบุคคลเดียวกัน
ขณะเดียวกัน ทางนิติเวชยังระบุว่า หากมีญาติของผู้สูญหายรายอื่นสงสัยว่า ญาติอาจอยู่ในเหตุการณ์ สามารถเข้ามาให้ข้อมูลได้ แต่จะต้องผ่านการสอบสวนของ สน.มักกะสัน ก่อน เพื่อให้พนักงานสอบสวนพิจารณาความเชื่อมโยง และส่งเรื่องมายังนิติเวชเพื่อตรวจดีเอ็นเอต่อไป
ส่วนกรณีล่าสุดจากจังหวัดชุมพร ทางนิติเวชได้ประสานให้ผู้เสียหายเข้าให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวน สน.มักกะสัน แล้ว หากพบว่ามีความเกี่ยวข้อง ก็จะส่งญาติเข้ามาตรวจดีเอ็นเอเพิ่มเติม หลังจากนี้ พนักงานสอบสวนจะติดต่อญาติผู้เสียชีวิตเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย ส่วนการรับร่างผู้เสียชีวิต ทางสถาบันนิติเวชพร้อมดำเนินการให้ญาติรับร่างได้ทันที เมื่อมีเอกสารมรณบัตรครบถ้วน เช่นเดียวกับทั้ง 7 รายก่อนหน้านี้

