หน้าแรกกระบวนการยุติธรรมCIB เปิดปฏิบัติการใหญ่ บุกค้น 23 จุด 16 จังหวัด รวบ 22 ผู้ต้องหา เครือข่ายลำเลียงชาวจีนเข้า-ออกประเทศผิดกฎหมาย

CIB เปิดปฏิบัติการใหญ่ บุกค้น 23 จุด 16 จังหวัด รวบ 22 ผู้ต้องหา เครือข่ายลำเลียงชาวจีนเข้า-ออกประเทศผิดกฎหมาย

CIB เปิดปฏิบัติการใหญ่ บุกค้น 23 จุด 16 จังหวัด รวบ 22 ผู้ต้องหา เครือข่ายลำเลียงชาวจีนเข้า-ออกประเทศผิดกฎหมาย พบเชื่อมโยงแก๊งคอลเซ็นเตอร์–บัญชีม้า ใช้เงินจากคดีหลอกออนไลน์เป็นทุนหมุนเวียน ยึดทรัพย์กว่า 20 ล้านบาท

วันที่ 21 พ.ค. พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. สั่งการให้ พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป., พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล. และ พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ. นำกำลังเปิดปฏิบัติการเข้าตรวจค้นเป้าหมายพร้อมกัน 23 จุด ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จันทบุรี ระยอง นครปฐม สุพรรณบุรี กาญจนบุรี เชียงราย เชียงใหม่ กำแพงเพชร ตาก ชัยนาท ขอนแก่น ชัยภูมิ ศรีสะเกษ ตรัง และพื้นที่เกี่ยวข้อง

ผลการตรวจค้นพบพยานหลักฐานสำคัญเชื่อมโยงขบวนการแบ่งหน้าที่กันอย่างเป็นระบบ ทั้งการรับ-ส่งบุคคลต่างด้าว การใช้รถยนต์หลายคันลำเลียง การรับเงินค่าจ้าง การใช้บัญชีธนาคารหลายทอด รวมถึงการใช้นิติบุคคลบางแห่งเป็นทางผ่านของเงิน ก่อนจับกุมผู้ต้องหารวม 22 ราย

สำหรับผู้ต้องหาที่ 1-13 ถูกจับตามหมายจับศาลอาญา ในข้อหา “ร่วมกันเป็นอั้งยี่ ร่วมกันช่วยเหลือ ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใดๆ เพื่อให้คนต่างด้าวซึ่งเข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย และร่วมกันฟอกเงิน” ส่วนผู้ต้องหาที่ 14-22 ถูกจับตามหมายจับศาลอาญา ข้อหา “เป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน เป็นผู้สนับสนุนการนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากหรือบัญชีอิเล็กทรอนิกส์เพื่อใช้ในการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี”

นอกจากนี้ ยังตรวจยึดของกลางจำนวนมาก ทั้งเงินสด สมุดบัญชี บัตรเครดิต รถยนต์ ทองคำ โฉนดที่ดิน พระเครื่อง และอาวุธปืน รวมมูลค่ากว่า 20 ล้านบาท ทั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อปลายเดือน พ.ย. 2568 เจ้าหน้าที่ ส.ทล.2 กก.3 บก.ทล. จับกุมชาวจีน 42 ราย พร้อมโทรศัพท์มือถือ 215 เครื่อง ได้ในพื้นที่ชายแดน อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี โดยพบพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับเครือข่ายอาชญากรรมออนไลน์ข้ามชาติ จึงขยายผลสืบสวนต่อเนื่อง

ต่อมาพบว่ามีกลุ่มรถยนต์หลายคันทำหน้าที่ลำเลียงบุคคลต่างด้าวเป็นทอด ๆ จากพื้นที่ตอนในของประเทศไปยังแนวชายแดนทั้งฝั่งตากและจันทบุรี จึงวางแผนสกัดจับและแกะรอยเครือข่าย จากการตรวจสอบพบทั้งข้อมูลการติดต่อ การสั่งการ และพยานหลักฐานสำคัญที่ชี้ให้เห็นว่าเป็นขบวนการลักลอบนำพาชาวจีนเข้า-ออกประเทศผิดกฎหมาย มีการแบ่งหน้าที่เป็นลำดับขั้น ตั้งแต่ผู้สั่งการ ผู้ประสานงาน ผู้จัดหารถ ผู้สนับสนุนด้านการเงิน ไปจนถึงกลุ่มรับช่วงในพื้นที่ปลายทาง มีลักษณะเป็นองค์กรอาชญากรรมชัดเจน เข้าข่ายความผิดฐานอั้งยี่

ภายหลังการจับกุมครั้งแรก เจ้าหน้าที่ได้ขยายผลร่วมกับ กก.2 บก.ป. พบว่ากลุ่มผู้ต้องหาได้รับเงินสนับสนุนผ่านบัญชีม้าทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล โดยมีพฤติการณ์โอน รับ และปกปิดเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด จึงเข้าข่ายความผิดฐานฟอกเงิน และมีการออกหมายจับเพิ่มเติมรวม 16 ราย ขณะเดียวกัน แนวทางสืบสวนยังพบว่าแหล่งเงินทุนของเครือข่ายดังกล่าวเชื่อมโยงกับขบวนการหลอกลวงออนไลน์ หรือสแกมเมอร์ ซึ่งมีผู้เสียหายแจ้งความไว้หลายพื้นที่ทั่วประเทศ โดยเงินจากการหลอกลวงจะถูกโอนผ่านบัญชีม้าหลายทอด ก่อนส่งต่อมายังบัญชีทุนของเครือข่ายขนคนจีน

จากการตรวจสอบธุรกรรมทั้งหมด พบเชื่อมโยงคดีฉ้อโกงออนไลน์รวม 181 คดี มีรายการธุรกรรมกว่า 665 รายการ และมียอดเงินหมุนเวียนรวมกว่า 185 ล้านบาท โดยเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเครือข่ายดังกล่าวเป็นขบวนการข้ามชาติที่มีการวางแผนอย่างเป็นระบบ ใช้เงินจากอาชญากรรมออนไลน์เป็นทุนในการลำเลียงบุคคลต่างด้าว จ่ายค่าจ้างผู้ขนคน จัดหายานพาหนะ และอำพรางทรัพย์สินผ่านบัญชีบุคคลและนิติบุคคลบังหน้า ก่อนถูกตำรวจในสังกัด บก.ป., บก.ทล. และ บก.ปพ. เปิดปฏิบัติการทลายเครือข่ายครั้งใหญ่ดังกล่าว

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img