หน้าแรกกระบวนการยุติธรรมศาลอาญาคดีทุจริตฯ ไม่รับฟ้องคดีพนักงานการท่าเรือฯ ฟ้องกลับ ม.157 - ม.180 ปมคดีค่าล่วงเวลา 3,000 ล้านบาท

ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ไม่รับฟ้องคดีพนักงานการท่าเรือฯ ฟ้องกลับ ม.157 – ม.180 ปมคดีค่าล่วงเวลา 3,000 ล้านบาท

ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง มีคำสั่งไม่รับฟ้องคดีที่พนักงานการท่าเรือแห่งประเทศไทย ยื่นฟ้องหน่วยงานและเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง ในข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และใช้พยานหลักฐานเท็จ จากกรณีคดีพิเศษทุจริตค่าล่วงเวลาความเสียหาย 3,000 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 19 พ.ค.2569 ที่ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถนนเลียบทางรถไฟสายใต้ แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร นายกฤษฎา อินทามระ ฉายาทนายปราบโกง เดินทางมาพร้อมนายมนตธร(สงวนนามสกุล)อายุ 56 ปี พนักงานการท่าเรือฯ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง การท่าเรือแห่งประเทศไทย และ พนักงานอัยการ ฐานความผิด ม.157โดยศาลได้มีคำสั่งไม่รับฟ้องคดีอาญาที่โจทก์ ซึ่งเป็นพนักงานการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ยื่นฟ้องเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในข้อหาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา 2 มาตราหลัก คือ มาตรา 157 ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และมาตรา 180 นำสืบหรือแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดี

คดีนี้มี นายกฤษฎา ทนายความ เป็นผู้ดำเนินกระบวนการทางกฎหมาย นำโจทก์ยื่นฟ้องเพื่อขอให้ศาลตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของการท่าเรือแห่งประเทศไทย และพนักงานอัยการที่รับผิดชอบคดีละเมิดที่ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ซึ่งเป็นคดีที่โจทก์รายนี้ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากการถูกกล่าวหาในคดีพิเศษที่ 4/2557 ว่าทุจริตเบิกจ่ายค่าล่วงเวลา ความเสียหายโดยรวมหลายคนประมาณ 3,000 ล้านบาทประเด็นสำคัญของคดีฝ่ายโจทก์ระบุว่า มีการนำข้อมูลเกี่ยวกับจำนวนผู้ถูกกล่าวหาในคดีพิเศษไปอ้างต่อศาลว่ามีผู้เกี่ยวข้องเพียง 32 รายทั้งที่มีหลักฐานว่าคดีพิเศษมีผู้ถูกกล่าวหาหลายร้อยคน โจทก์เห็นว่าข้อมูลดังกล่าวขัดแย้งกับเอกสารและข้อเท็จจริงในคดีเดิม

เนื่องจากมีพนักงานการท่าเรือฯ จำนวนมากที่ได้รับผลกระทบจากคดีพิเศษนี้นายกฤษฎา ระบุภายหลังศาลมีคำสั่งไม่รับคดีนี้ โจทก์ก็จะใช้สิทธิอุทธรณ์ต่อไป เพื่อเป็นการตั้งคำถามไปยังดีเอสไอและการท่าเรือฯ ว่า คดีพิเศษที่ 4/2557 ที่ตั้งขึ้นมาโดยคณะกรรมการคดีพิเศษต่อมาปี 60 การท่าเรือแจ้งความดำเนินคดีและ ดีเอสไอ ส่งสำนวนให้ ปปช. มีเอกสารสี่แสนแผ่น ค่าเสียหายสามพันล้านบาทนั้น บัดนี้คดีดังกล่าวหายไปจากสารบคดีของ ดีเอสไอ ได้อย่างไร แต่ที่เห็นชัดเจนคือฟ้องได้เพียง 34 คนแต่ศาลก็ยกฟ้องทั้งหมด สรุปว่า ตั้งเป็นคดีพิเศษใหญ่โตแต่ลงโทษใครไม่ได้แม้แต่คนเดียว

หลังจากนี้ต่อไปตนจึงต้องตีแผ่คดีพิเศษที่ 4/2557 ให้คนทั้งประเทศเห็นการทำงานของดีเอสไอ และการท่าเรือฯ โดยไม่ได้หวังว่าจะเอาคืน หรือเรียกเงินให้พนักงานเท่านั้น แต่ต้องการให้ระบบราชการและกระบวนการยุติธรรมได้ทำหน้าที่เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนอย่างแท้จริง

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img