ปืนใหญ่จ่อปลดแอก “อาร์เซนอล”กุมชะตาแชมป์พรีเมียร์ลีกเต็มมือ ทิ้งแรงกดดันให้แมนฯซิตี้ลุ้นพลาดไม่ได้

2331

ศึกพรีเมียร์ลีก 2025-26 เดือดถึงโค้งสุดท้าย “อาร์เซนอล” ขึ้นแท่นเต็งแชมป์เต็มตัว หลังนำ “แมนเชสเตอร์ ซิตี้” 2 แต้ม ขณะเหลืออีกเพียง 2 นัดสุดท้าย โดยทีมของมิเกล อาร์เตตา ขอแค่ชนะรวดก็จะปลดล็อกแชมป์ลีกครั้งแรกในรอบ 22 ปีทันที ด้านเรือใบสีฟ้าของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ไม่มีทางเลือกนอกจากชนะทุกนัด พร้อมภาวนาให้ปืนใหญ่สะดุด

“บิ๊กจ๊ะ”สาธิต กรีกุล กูรูวงการลูกหนัง

“บิ๊กจ๊ะ”สาธิต กรีกุล กูรูวงการลูกหนัง วิเคราะห์ศึกแย่งแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2025-26 เข้าสู่ช่วงตัดสินอย่างแท้จริง โดยสถานการณ์ล่าสุด “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล กลับมาเป็นฝ่ายกุมความได้เปรียบเหนือ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ หลังผ่าน 36 นัด อาร์เซนอล เก็บไปแล้ว 79 คะแนน นำหน้าแมนฯ ซิตี้ ที่มี 77 แต้ม และหากลูกทีมของ มิเกล อาร์เตตา คว้าชัยได้ทั้ง 2 นัดที่เหลือ จะการันตีแชมป์พรีเมียร์ลีกทันที โดยไม่ต้องสนผลของคู่แข่ง หากทำสำเร็จ จะถือเป็นแชมป์ลีกสูงสุดอังกฤษครั้งแรกของอาร์เซนอลในรอบ 22 ปี นับตั้งแต่ยุค “ไร้พ่าย” และจะเป็นการหยุดยุคผูกขาดความสำเร็จของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา กับแมนฯ ซิตี้ ที่ครองแชมป์พรีเมียร์ลีกต่อเนื่องในช่วงหลายปีหลัง

สถานการณ์ของแมนฯ ซิตี้ ตอนนี้ไม่มีพื้นที่ให้พลาดอีกแล้ว เพราะพวกเขาจำเป็นต้องชนะทั้ง 2 นัดสุดท้าย และลุ้นให้อาร์เซนอลสะดุดอย่างน้อย 1 เกม ไม่ว่าจะเสมอหรือแพ้ กรณีที่แมนฯ ซิตี้ชนะรวด และอาร์เซนอลชนะเพียงนัดเดียว อีกนัดแพ้ เรือใบสีฟ้าจะปาดหน้าคว้าแชมป์ทันที แต่หากอาร์เซนอลชนะ 1 เสมอ 1 คะแนนจะเท่ากัน และต้องวัดกันที่ประตูได้เสีย ซึ่งเวลานี้แมนฯ ซิตี้เหนือกว่าอยู่ 1 ประตู อีกปัจจัยสำคัญคือโปรแกรมการแข่งขัน โดยอาร์เซนอลดูได้เปรียบชัดเจนกว่า เพราะเกมรองสุดท้ายพวกเขาจะเปิดบ้านพบ “เบอรี” ทีมที่ตกชั้นไปแล้ว ก่อนปิดฤดูกาลด้วยการบุกเยือนคริสตัล พาเลซ

ที่น่าสนใจคือ คริสตัล พาเลซ มีโปรแกรมชิงชนะเลิศยูฟ่า คอนเฟอเรนซ์ ลีก รออยู่หลังจบพรีเมียร์ลีกเพียงไม่กี่วัน ทำให้มีโอกาสสูงที่ทีมดังแห่งลอนดอนจะพักผู้เล่นตัวหลักบางส่วน เพื่อเก็บความสดสำหรับเกมยุโรป
ขณะที่แมนฯ ซิตี้ ต้องเจองานหนักกว่าอย่างชัดเจน โดยเกมรองสุดท้ายต้องบุกเยือนบอร์นมัธ ทีมฟอร์มแรงที่ไม่แพ้ใครในลีกมา 15 นัดติด ชนะ 7 เสมอ 8 และยังมีลุ้นพื้นที่ฟุตบอลยุโรป

ยิ่งไปกว่านั้น ฤดูกาลก่อน บอร์นมัธเคยเปิดบ้านล้มแมนฯ ซิตี้มาแล้ว 2-1 ทำให้เกมนี้ถูกจับตาว่าอาจเป็น “กับดักแชมป์” ของทีมเรือใบสีฟ้า ก่อนหน้านี้ แมนฯ ซิตี้เคยพลิกขึ้นนำจ่าฝูง หลังชนะอาร์เซนอลในลีก 2-1 และมีประตูได้เสียดีกว่า แต่จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในเกมที่พวกเขาบุกเสมอเอฟเวอร์ตัน 3-3 ทำแต้มหล่นแบบเจ็บปวด ส่งผลให้อาร์เซนอลกลับมาคุมชะตาตัวเองอีกครั้ง


ด้านอาร์เซนอลกำลังอยู่ในช่วงมั่นใจสุดขีด หลังทะลุเข้าชิงยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และ 3 นัดหลังสุดรวมทุกรายการยังไม่เสียประตู โดยเกมลีกล่าสุดบุกเฉือนเวสต์แฮม 1-0 ต่อจากเกมถล่มฟูแล่ม 3-0 ในทางกลับกัน แมนฯ ซิตี้ ยังต้องแบ่งสมาธิไปเล่นเอฟเอ คัพ รอบชิงชนะเลิศกับเชลซี ที่เวมบลีย์ ซึ่งอาจส่งผลทั้งด้านสภาพร่างกายและแรงกดดันทางจิตใจ ก่อนกลับมาลุยพรีเมียร์ลีก 2 นัดสุดท้าย

เมื่อมองจากโปรแกรม ฟอร์มการเล่น และความกดดันในช่วงโค้งสุดท้าย หลายฝ่ายจึงเริ่มเทใจให้อาร์เซนอลเป็นเต็งหนึ่งเต็มตัว และหากพวกเขาพลาดแชมป์จากจุดนี้จริง อาจถูกจารึกว่าเป็นการ “ตกม้าตายในโค้งสุดท้าย” ที่เจ็บปวดที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์สโมสรเลยทีเดียว