เวลา 11.43 น. วันที่ 14 พ.ย. 69 พ.ต.อ.ธรรศกร ก้อนทอง ผกก.สภ.บางบัวทอง เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้าเวลาประมาณ 08.00 น. ได้รับแจ้งจากหญิงสาวรายหนึ่ง ซึ่งเชื่อว่าเป็นภรรยาหลวงของผู้ก่อเหตุ ว่าสามีได้ทำร้ายภรรยาน้อยเสียชีวิต กำลังนำศพขึ้นรถและจะเดินทางมามอบตัวที่ สภ.บางบัวทอง
สืบเนื่องจากทางภรรยาหลวง ทราบถึงความสัมพันธ์ระหว่างสามีกับภรรยาน้อยอยู่แล้วทันทีที่ผู้ก่อเหตุเดินทางมาถึง ได้รับสารภาพว่า มีการทำร้ายร่างกายภรรยาน้อยด้วยการตบตี ภายในแมนชั่นแห่งหนึ่งเมื่อคืนที่ผ่านมา จนเสียชีวิต เนื่องจากอารมณ์โกรธและความหึงหวง เพราะคิดว่าผู้เสียชีวิตไปมีความสัมพันธ์กับชายอื่น จึงตัดสินใจลงมือทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิต
หลังเกิดเหตุ ผู้ก่อเหตุเกิดความสับสนว่าจะพาผู้เสียชีวิตไปโรงพยาบาลหรือเดินทางมาที่สถานีตำรวจ เนื่องจากในขณะนั้นผู้เสียชีวิตได้เสียชีวิตจนร่างแข็งแล้ว ก่อนตัดสินใจนำร่างผู้เสียชีวิตมาที่ สภ.บางบัวทองผู้กำกับการ สภ.บางบัวทอง ยอมรับว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเหตุรุนแรง จากการตรวจสอบ
เบื้องต้นไม่พบการใช้อาวุธในการก่อเหตุ เชื่อว่าน่าจะใช้กำลังทำร้ายร่างกายจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ชีวิต พร้อมกันนี้ เตรียมตรวจสอบประวัติของผู้ก่อเหตุ ว่าเคยมีประวัติทะเลาะวิวาทหรือก่อเหตุรุนแรงมาก่อนหรือไม่ โดยมีรายงานว่าเคยมีการแจ้งเหตุในพื้นที่ สภ.บางใหญ่ มาก่อนหน้านี้
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ผู้ก่อเหตุอยู่ระหว่างนำชี้ประกอบสำนวนในจุดเกิดเหตุ ส่วนร่างของผู้เสียชีวิตยังอยู่ระหว่างรอแพทย์เวรและเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบอย่างละเอียด
ด้านนายวิโรจน์ มาราวี อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจากภรรยาหลวงว่า สามีจะนำร่างภรรยาน้อยมายังสถานีตำรวจเพื่อมอบตัว หลังทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิตเมื่อเดินทางมาถึง พบว่ารถยนต์คันที่นำร่างผู้เสียชีวิตมานั้นดับเครื่องอยู่ และพบร่างของผู้เสียชีวิตมีร่องรอยฟกช้ำบริเวณใบหน้า โดยจากการประเมินเบื้องต้นคาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 1 วัน เกรงว่าศพจะเกิดการเปลี่ยนสภาพ จึงแนะนำให้ติดเครื่องยนต์เพื่อรักษาสภาพศพเอาไว้
ทั้งนี้ ยอมรับว่าตั้งแต่ทำงานกู้ภัยมา เคสนี้ถือเป็นเคสแรกที่มีลักษณะแปลก เนื่องจากโดยส่วนใหญ่คดีฆาตกรรม ผู้ก่อเหตุมักจะทิ้งศพไว้ในที่เกิดเหตุ มากกว่าจะนำศพมามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยตนเอง

