“3 รมช.มท.” ลุยยกระดับท้องถิ่น ชู อปท. คือ “เส้นเลือดหล่อเลี้ยงประชาชน” สั่งปรับกฎหมาย-เพิ่มประสิทธิภาพบริการ

112

รมช.มหาดไทย “พลพีร์ – เจเศรษฐ์ – วรศิษฎ์” มอบนโยบายการส่งเสริมบทบาทองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน เน้นย้ำ หากรัฐบาลเป็นศูนย์กลางร่างกาย อปท. เปรียบเสมือนเส้นเลือดหล่อเลี้ยงร่างกาย ที่ใกล้ชิดและขับเคลื่อนภารกิจบริการประชาชนในทุกเรื่อง พร้อมกำชับกรม สถ. รับฟังความเห็น อปท. เพื่อปรับปรุงกฎหมายและภารกิจให้สอดรับทุกสถานการณ์โดยยึดประโยชน์ประชาชนเป็นสำคัญ


.
วันนี้ (11 พ.ค. 69) เวลา 15.30 น. ที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ถ.นครราชสีมา กรุงเทพฯ นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานมอบนโยบายและติดตามการขับเคลื่อนภารกิจของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น โดยมี นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น พร้อมด้วยนายศิริพันธ์ ศรีกงพลี นายธนนท์ พรรพีภาส นายบุญประสงศ์ นวลสายย์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น คณะผู้บริหาร ข้าราชการ ตลอดจนผู้แทนสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย ผู้แทนสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย ผู้แทนสมาคมเทศบาลนครและเทศบาลเมือง และผู้แทนสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย เข้าร่วม โดยถ่ายทอดการประชุมผ่านระบบออนไลน์ไปยังสำนักงานท้องถิ่นจังหวัด และที่ทำการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ
.
โอกาสนี้ คณะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ร่วมเยี่ยมชมนิทรรศการผลการขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ตามนโยบายนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ด้วยแนวคิด “ทันโลก ทันสมัย ทันท่วงที” และเป็นประธานมอบนโยบายพร้อมติดตามการขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย
.
นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะสั่งและปฏิบัติราชการกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กล่าวว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นหน่วยราชการขนาดเล็กที่ยิ่งใหญ่ หากเปรียบรัฐบาลเป็นจุดศูนย์กลางขับเคลื่อนร่างกาย “ท้องถิ่นเปรียบเสมือนเส้นเลือดที่ไปหล่อเลี้ยงทุกอวัยวะในร่างกายของพวกเรา” เพราะ “องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” คือหน่วยแรกที่จะต้องชนกับปัญหาที่จะต้องคอยให้บริการดูแลพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ไม่ว่าเรื่องสาธารณภัย ความปลอดภัย การใช้รถใช้ถนน ท้องถิ่นคือด่านแรกที่จะต้องเข้าไปติดต่อประสานงาน (Contact) กับพี่น้องประชาชน จึงเป็นเส้นเลือดที่สำคัญที่สุด พร้อมทั้งมอบแนวทางการขับเคลื่อนภารกิจที่สำคัญ 2 ประการ คือ 1. พี่น้องข้าราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้อง “กล้า” ที่จะทำงานในสิ่งที่ตนเองทำได้ มีความแม่นยำในการใช้อำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย เพื่อโอกาสและผลประโยชน์ของประชาชน พร้อมทั้งสั่งการให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น รวบรวมข้อซักถาม Q-A ระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกับส่วนกลาง จัดทำแอปพลิเคชันสารานุกรมแนวทางการปฏิบัติงาน เพื่อใช้ในการค้นคว้าและศึกษารูปแบบการปฏิบัติราชการของท้องถิ่นเพื่อประโยชน์ประชาชน 2. บูรณาการภารกิจของทุกกรมในสังกัดกระทรวงมหาดไทยสนับสนุนภารกิจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในทุกเรื่อง เพื่อทำให้การบริการและดูแลคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนเป็นไปอย่างเต็มประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน อาทิ การจัดการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยทุกภัยพิบัติที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ รวมถึงการให้บริการสาธารณูปโภค (ประปา) และปัญหายาเสพติด
.
นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยเป็นกระทรวงเดียวที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยทั้ง 3 คน ลงพื้นที่ไปติดตามการขับเคลื่อนภารกิจและมอบนโยบายให้กับกรมและรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทยไปพร้อมกัน ด้วยเพราะ “เราให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการงานท้องถิ่นเพื่อประโยชน์ประชาชน” พร้อมมอบแนวทางการขับเคลื่อนภารกิจรวม 7 ประการ ได้แก่ 1. ขอให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ร่วมกับ อปท. ทั่วประเทศ พิจารณากฎหมาย ข้อบังคับ ระเบียบต่าง ๆ ที่เป็นอุปสรรคในการปฏิบัติราชการในปัจจุบัน เพื่อปรับปรุงแก้ไข อันจะทำให้การพัฒนาพื้นที่ให้กับพี่น้องประชาชนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ 2. พิจารณาวางแผนแนวทางการบริหารจัดการตาม “ร่างกฎหมายภาษีบ้านเกิด” เพื่อให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนอย่างทั่วถึงในทุกท้องถิ่น 3. พิจารณาดำเนินการติดตั้งระบบไฟฟ้าพลังงานสะอาด ซึ่งสามารถจัดทำข้อตกลงความร่วมมือกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ซึ่งสามารถลดค่าใช้จ่ายพลังงานไฟฟ้าได้มากถึงร้อยละ 20 และนำเงินงบประมาณส่วนดังกล่าวไปดำเนินโครงการกิจกรรมเพื่อประโยชน์ประชาชน 4. ศึกษาและวางแผนการดำเนินการด้านพัฒนาประปาหมู่บ้าน เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงน้ำประปาที่สะอาดและเพียงพอ และต้องบันทึกข้อมูลในระบบ Thai Water Plan อย่างครบถ้วน พร้อมทั้งดำเนินโครงการต่าง ๆ ให้เป็นไปตามแผนงานที่กำหนดไว้ 5. ดำเนินการเบิกจ่ายงบประมาณประจำปีงบประมาณให้เป็นไปตามแผนการใช้จ่ายงบประมาณ ด้วยการเตรียมความพร้อมเอกสารทางธุรการเพื่อดำเนินการให้รวดเร็ว แก้ไขปัญหาประชาชนได้ทันท่วงที มีประสิทธิภาพ 6. เตรียมความพร้อมดำเนินโครงการเพื่อรองรับการบริการประชาชนในอนาคต อาทิ solar power grid และศูนย์พักคนชรา เพื่อประโยชน์ของประชาชน และ 7. การจัดการขยะ ต้องดำเนินการให้เป็นตามกฎหมายเพราะการบริหารจัดการขยะจำเป็นต้องใช้งบประมาณในการบริหารจัดการ ซึ่งหากสามารถบริหารจัดการได้ดี ทั้งในแง่การจัดเก็บและการจัดการ จะทำให้ขยะกลายเป็นทองที่มีมูลค่า อาทิ การผลิตไฟฟ้า และต่อยอดด้านต่าง ๆ เพื่อเกิดงบประมาณสำหรับกลับคืนสู่ท้องถิ่นและกลับสู่ประชาชน
.
ด้าน นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า วันนี้ท้องถิ่นอยู่ในทุกบทบาท ประเทศไทยจะเข้มแข็งได้ ท้องถิ่นต้องเข้มแข็ง ประเทศจะแข็งแรงได้ ท้องถิ่นต้องแข็งแรง พร้อมฝากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้ความสำคัญในการดำเนินการ 3 ด้าน ได้แก่ 1. การจัดการภัยพิบัติ “ท้องถิ่นเป็นด่านแรก” เป็นแนวหน้าเผชิญเหตุ เผชิญภัย ต้องก้าวข้ามข้อจำกัดทางราชการ เพราะการขอรับการสนับสนุนอุปกรณ์จากส่วนกลาง ไม่ทันต่อเหตุการณ์ จึงต้องดำเนินการให้เกิดประโยชน์ด้านการป้องกันสาธารณภัยตามกฎหมายว่าด้วยป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอย่างเต็มศักยภาพ 2. อปท. และการประปาส่วนภูมิภาค ต้องร่วมมือกันอย่างแนบแน่น ในการบริการระบบสาธารณูปโภค (ประปา) ซึ่งเป็นผลจากการกระจายอำนาจ เพราะวันนี้มีประปาหมู่บ้านทั่วประเทศ แต่ยังขาดบุคลากร อาทิ วิศวกรหรือผู้เชี่ยวชาญด้านสารเคมี มาตรวจสอบหรือติดตามคุณภาพน้ำ ที่ถือเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างมาก เพราะเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตประชาชน ต้องทำให้ประชาชนเข้าถึงน้ำที่สะอาดควบคู่การบริหารจัดการที่เป็นระบบ และ 3. “ใช้ดุลยพินิจตามกฎหมาย” และหากกฎหมายใดล้าสมัยให้เสนอ ถอดบทเรียน มาเพื่อแก้ไขให้สอดรับกับบริบทการทำงานปัจจุบัน เพื่อประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชน
.
ด้าน นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กล่าวว่า กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น มุ่งมั่นในการนำแนวทางและนโยบายของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ทั้ง 3 ท่าน มุ่งมั่นส่งเสริมและสนับสนุนบทบาทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ เพื่อให้การบริการสาธารณะและการจัดการท้องถิ่นอำนวยประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องประชาชนด้วยความทันโลก ทันสมัย ทันท่วงที อย่างเต็มศักยภาพ
.