กรุงเทพฯ, วันที่ 11 พ.ค. นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) เปิดเผยถึงข่าวดีว่า กรมส่งเสริมวัฒนธรรม วธ. เดินหน้ายกระดับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยสู่เวทีระดับนานาชาติ โดยเข้าร่วม เทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ครั้งที่ 79 (Cannes Film Festival 2026) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12 – 23 พฤษภาคม 2026 ณ เมืองคานส์ ประเทศฝรั่งเศส
นางสาวซาบีดา กล่าวว่า ในครั้งนี้นับเป็นข่าวดีของวงการภาพยนตร์ไทยที่สร้างความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ประเทศไทยมีภาพยนตร์ได้รับคัดเลือกเข้าฉายในสายสำคัญของเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ จำนวน 2 เรื่อง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยในระดับสากล ภาพยนตร์เรื่อง “9 วัดสู่สวรรค์” กำกับโดยนายสมพจน์ ชิตเกษรพงศ์ และมีนายอภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล เป็นโปรดิวเซอร์ ได้รับคัดเลือกเข้าฉายในสาย Directors’ Fortnight ซึ่งเป็นสายสำคัญของเทศกาล ถือเป็นหนังไทยเรื่องแรกในรอบเกือบ 2 ทศวรรษ (ถัดจากเรื่อง “พลอย” ในปี 2550) ที่ได้รับการคัดเลือกในสายนี้ ภาพยนตร์ “9 วัดสู่สวรรค์” เป็นภาพยนตร์ไทย แนว Road-trip Comedy ที่ผสมผสานความเชื่อ พิธีกรรม และความสัมพันธ์ของครอบครัว มีกำหนดเข้าฉายวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 เวลา 18.00 – 20.00 น. ณ Ruya Cannes

ทั้งนี้ ภาพยนตร์ “9 วัดสู่สวรรค์” ได้รับการสนับสนุนจากโครงการเงินอุดหนุนสนับสนุนการผลิตภาพยนตร์ ละคร ซีรีส์ สารคดี และแอนิเมชันไทย เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมและส่งเสริม Soft Power ไทย ของกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ถือเป็นความสำเร็จสำคัญของผู้สร้างภาพยนตร์ไทยรุ่นใหม่ในเวทีโลก สะท้อนให้เห็นว่า การสนับสนุนอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย โดยภาครัฐสามารถผลักดันผลงานไทยเข้าสู่เวทีนานาชาติได้อย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ ยังมีภาพยนตร์สั้น เรื่อง “หาอะไร?” (What Do You Seek in the Dark?) กำกับโดยนายทศพร เหรียญทอง ได้รับคัดเลือกเข้าฉายในสาย Critics’ Week ซึ่งถือเป็นภาพยนตร์สั้นไทยเรื่องแรกที่ได้รับเลือกเข้าฉายในสายดังกล่าว นับเป็นความสำเร็จของวงการภาพยนตร์ไทย และเป็นบทพิสูจน์ว่าประเทศไทยมีความสามารถ สร้างชื่อเสียงและสร้างความภาคภูมิใจบนเวทีโลก
นางสาวซาบีดา กล่าวว่า นอกจากนี้ กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรมยังได้ดำเนินกิจกรรมสร้างเครือข่ายระดับนานาชาติมากมาย อาทิ กิจกรรม A Sit-down Lunch Talk เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้แทนจากประเทศไทยได้พบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับผู้แทนจากเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ หรือผู้ที่เคยถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย รวมถึง Buyer ที่เคยซื้อภาพยนตร์ไทย
กิจกรรม Producer Networking – Thai Cinema Showcase Cannes 2026 เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ผลิต ผู้กำกับ นักลงทุน และผู้จัดจำหน่ายจากต่างประเทศ ได้พบปะและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและความร่วมมือทางธุรกิจร่วมกับผู้ประกอบการไทย โดยมีผู้แทนจาก 5 บริษัท ซึ่งมีโปรเจกต์ภาพยนตร์ศักยภาพสูงร่วมเสวนาเพื่อยกระดับภาพยนตร์ไทย ได้แก่ ผีเข้า (Possessed), โกฮัง หัวใจโกโฮม (Gohan), 9 วัดสู่สวรรค์ (9 Temples to heaven), ยันต์เทวา ท้าเดิมพัน (God Skin) และตัวแทน (1 After one)
รมว.วธ. กล่าวว่า กิจกรรมการสนับสนุนผู้กำกับภาพยนตร์สั้นไทยเข้าร่วมโครงการ Cinema de Demain, กิจกรรม Thai Pitching เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้สร้างภาพยนตร์ไทยนำเสนอโครงการต่อผู้ลงทุนและพันธมิตรจากต่างประเทศ โดยมีภาพยนตร์ที่ได้รับการคัดเลือกให้เข้าร่วมกิจกรรม Thai Pitching จำนวน 3 เรื่อง ได้แก่ น้ำหนักของเถ้าธุลี (The Weigh of Ash) สันติคีรี (So Long, Maesalong) และ ดิ อะพ็อคคะลิพส์ อ๊อฟ บี (The Apocalypse of Bee)

นอกจากนี้ กรมส่งเสริมวัฒนธรรมร่วมกับกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ และ M Studio ได้สนับสนุนให้ “แบมแบม-กันต์พิมุกต์ ภูวกุล” หรือ แบมแบม GOT7 ในฐานะตัวแทนภาพยนตร์ไทยและนักแสดงจากภาพยนตร์สยองขวัญฟอร์มยักษ์แห่งปี “คำสารภาพของหมอผี” (The Confession of Shaman) เข้าร่วมงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์ ครั้งที่ ๗๙ ในครั้งนี้ด้วย โดยแบมแบม จะเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ได้แก่ การเดินพรมแดงพาลส์ เดส์ เฟสติวาล (Palais des Festivals), กิจกรรม A Sit-down Lunch Talk, พิธีเปิดคูหาประเทศไทย (Thai Pavilion) และกิจกรรม Thai Night ด้วย
“การเข้าร่วมเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ 2569 สะท้อนให้เห็นว่าอุตสาหกรรมภาพยนตร์และดิจิทัลคอนเทนต์ของไทยกำลังก้าวสู่บทบาทใหม่ จากเดิมที่ประเทศไทยเป็นเพียงสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศ ไปสู่การเป็นผู้ผลิตคอนเทนต์ ผู้สร้างทรัพย์สินทางปัญญา (IP) และศูนย์กลางอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของภูมิภาค นอกจากนี้ ยังแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการผลักดัน Soft Power ไทยให้สามารถแข่งขันได้ในระดับนานาชาติ ในระยะต่อไป เพื่อให้เกิดความยั่งยืน ประเทศไทยจะมุ่งผลักดันและให้ความสำคัญกับการพัฒนามาตรการจูงใจด้านการลงทุน การพัฒนาบุคลากรด้านภาพยนตร์และดิจิทัลคอนเทนต์ การสนับสนุนผู้สร้างภาพยนตร์ไทยรุ่นใหม่ และการสร้างเทศกาลภาพยนตร์ระดับนานาชาติของประเทศไทย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทยในระยะยาว” รมว.วธ. กล่าว

