กรุงเทพฯ, วันที่ 11 พ.ค. – นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา (ศน.) กล่าวถึงการประกวดสวดมนต์หมู่สรรเสริญพระรัตนตรัย ทำนองสรภัญญะ ว่าเป็นกิจกรรมสำคัญทางพระพุทธศาสนาที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 42 ปี โดยเริ่มจัดขึ้นครั้งแรกเมื่อปีพุทธศักราช 2527 ในงานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนาเนื่องในเทศกาลวิสาขบูชา ณ วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ กรุงเทพมหานคร ปัจจุบัน ศน. ร่วมกับ ภาคคณะสงฆ์ และเครือข่ายสถานศึกษาทั่วประเทศ โดยมีศูนย์ส่งเสริมศีลธรรม วัดชัยชนะสงคราม เป็นหน่วยงานหลักดำเนินการจัดการประกวดมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา ควบคู่กับการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของไทย
ในปีพุทธศักราช 2569 ได้จัดการประกวดสวดมนต์หมู่สรรเสริญพระรัตนตรัย ทำนองสรภัญญะ ประเภททีม 5 คน โดยมีการคัดเลือกตัวแทนจากระดับจังหวัด และกรุงเทพมหานครเข้าสู่การแข่งขันระดับประเทศ แบ่งออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ ระดับประถมศึกษา และระดับมัธยมศึกษา/อาชีวศึกษา (ปวช.) ทั้งประเภททีมชายล้วนและทีมหญิงล้วน รวมผู้เข้าร่วมแข่งขันทั้งสิ้น 312 ทีม กว่า 2,800 คน จากทั่วประเทศ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 8 – 10 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ณ วัดชัยชนะสงคราม เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร

นายชัยพล กล่าวว่า สำหรับพิธีเปิดการประกวด เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม ในระดับมัธยมศึกษา รอบคัดเลือก สมเด็จพระพุฒาจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ อธิบดี ศน. เป็นประธานฝ่ายฆราวาส โดยสมเด็จพระพุฒาจารย์ได้ให้สัมโมทนียกถาแก่ผู้เข้าร่วมประกวด ความตอนหนึ่งว่า “…เราจะชนะหรือแพ้ อย่าไปคำนึงถึง ขอให้เราทำด้วยความเต็มใจ ดีใจ ปีติใจ ว่าเราได้มีโอกาสได้ผ่านเข้ามาในระดับประเทศ ข้อสำคัญที่สุด คือการที่เราได้มีโอกาสสวดมนต์สรรเสริญพระรัตนตรัย มีโอกาสทำการบูชาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ด้วยการปฏิบัติบูชา…”
สำหรับผลการประกวดระดับประเทศ ประจำปี 2569 ระดับประถมศึกษา ประเภททีมชายล้วน รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ โรงเรียนวัดใหญ่บ้านบ่อ (บ้านบ่อราษฎรบำรุง) จังหวัดสมุทรสาคร, รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ โรงเรียนอนุบาลทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี, รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ โรงเรียนมูลนิธิวัดศรีอุบลรัตนาราม ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี จังหวัดอุบลราชธานี
ระดับประถมศึกษา ประเภททีมหญิงล้วน รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ โรงเรียนอนุบาลเมืองใหม่ชลบุรี จังหวัดชลบุรี, รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ โรงเรียนบ้านเขาช่องลม จังหวัดระยอง, รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ โรงเรียนบ้านเวียงแก้ว จังหวัดขอนแก่น

ระดับมัธยมศึกษา/อาชีวศึกษา (ปวช.) ประเภททีมชายล้วน รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ โรงเรียนเรณูนครวิทยานุกูล จังหวัดนครพนม, รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ โรงเรียนสิเกาประชาผดุงวิทย์ จังหวัดตรัง, รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ โรงเรียนศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี
ระดับมัธยมศึกษา/อาชีวศึกษา (ปวช.) ประเภททีมหญิงล้วน รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ โรงเรียนศรีกระนวนวิทยาคม จังหวัดขอนแก่น, รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ โรงเรียนชลกันยานุกูล จังหวัดชลบุรี, รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ โรงเรียนเมตตาวิทยา จังหวัดเพชรบูรณ์
อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวว่า เวทีแห่งนี้มิใช่เพียงการแข่งขัน หากแต่เป็นพื้นที่แห่งการสืบทอดศรัทธา คุณธรรม และอัตลักษณ์ความเป็นไทยจากรุ่นสู่รุ่น เสียงสวดสรภัญญะที่ดังกังวานจากเยาวชนทั่วประเทศ ไม่เพียงสะท้อนความสามารถ หากยังสะท้อนพลังแห่งศรัทธาและความภาคภูมิใจในรากเหง้าวัฒนธรรมไทย ที่ร่วมกันสืบสานมรดกทางพระพุทธศาสนาและศิลปวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า พร้อมส่งต่อเจตนารมณ์แห่งความดีงามสู่รุ่นน้อง เพื่อเป็นแบบอย่างของการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ และร่วมสร้างสรรค์สังคมด้วยพลังแห่งคุณธรรม
ทั้งนี้ การสวดมนต์หมู่สรรเสริญพระรัตนตรัย ทำนองสรภัญญะ นอกจากเป็นการอนุรักษ์และสืบสานศิลปวัฒนธรรมทางพระพุทธศาสนาแล้ว ยังเป็นกิจกรรมสำคัญในการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม และจิตสำนึกอันดีงามแก่เด็กและเยาวชน อันเป็นรากฐานสำคัญของการสร้างสังคมแห่งความดี และการสืบทอดคุณค่าพระพุทธศาสนาและวัฒนธรรมไทยให้ดำรงคงอยู่คู่สังคมไทยอย่างยั่งยืนสืบไป

