คพ. หนุนชุมชนจัดการเศษวัสดุเกษตร สู่ “นาข้าวปลอดเผา” ลดฝุ่นพิษ PM 2.5

95

กรุงเทพฯ, วันที่ 4 พ.ค. – นายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เปิดเผยว่า การเผาวัสดุการเกษตรก่อให้เกิดฝุ่นพิษที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม ส่งผลเสียต่อคุณภาพดิน การทำลายจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ในดิน และมีส่วนสำคัญทำให้เกิดก๊าซเรือนกระจก ข้อมูลจุดความร้อนในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2568 – 27 เมษายน 2569 เกิดมากที่สุดในพื้นที่ป่า ร้อยละ 38.6 รองลงมาคือพื้นที่นาข้าว ร้อยละ 30.7  การป้องกันและแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้มีความยั่งยืน ต้องอาศัยความร่วมมือจากพี่น้องประชาชน ซึ่งภาครัฐต้องเร่งสร้างความรู้ความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ 

นายสุรินทร์  กล่าวว่า เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการเผาพื้นที่นาข้าว วัสดุการเกษตรและการเผาในที่โล่ง คพ.โดยสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 12 (อุบลราชธานี) ได้ดำเนินการจัด “การอบรมสาธิตการจัดการวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรและการจัดการขยะ เพื่อลดการเผาในระดับพื้นที่” ภายใต้โครงการยกระดับชุมชนปลอดการเผา เพื่อจัดการปัญหาฝุ่น PM2.5 กรณีศึกษาชุมชนตำบลบ้านไทย และตำบลกลางใหญ่ อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี ณ โรงเรียนบ้านไทยวิทยาคม โดยได้รับความร่วมมือจาก องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านไทย สำนักงานเกษตรจังหวัดอุบลราชธานี และสถานีพัฒนาที่ดินอุบลราชธานี มีตัวแทนชุมชนตำบลบ้านไทย หมู่ที่ 1 ถึงหมู่12 เข้าร่วมอบรมจำนวนทั้งสิ้น 200 คน

อธิบดี คพ. กล่าวว่า การอบรมดังกล่าว เพื่อส่งเสริมการนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร มาใช้ประโยชน์ ผ่านกระบวนการ ให้ความรู้ การสาธิตการจัดการเศษวัสดุและขยะด้วยวิธีปลอดการเผา ตลอดจนผลักดันให้เกิดศูนย์จัดการเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรในระดับหมู่บ้าน มีการสาธิตการทำปุ๋ยหมักจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรเพื่อใช้ต่อยอดในการเพาะเห็ดฟางในตะกร้า การสาธิตการจัดทำเสวียนเพื่อรวบรวมใบไม้และผลิตปุ๋ยหมักชีวภาพจากเศษวัสดุทางการเกษตรโดยใช้จุลินทรีย์ พด. และปฏิบัติการจัดการขยะเพื่อลดการเผาในระดับพื้นที่ ทั้งนี้ การจัดกิจกรรมดังกล่าวนับเป็นอีกก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5. อย่างยั่งยืนในระดับพื้นที่ โดยอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนและการมีส่วนร่วมของชุมชนเป็นสำคัญ ซึ่งจะต่อยอดขยายไปยังพื้นที่อื่นๆต่อไป