กองทัพเรือสกัดจับขบวนการลักลอบขนชาวจีน 7 ราย ผ่านช่องทางธรรมชาติชายแดนจันทบุรี

181

พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า วันนี้ (30 เมษายน 2569) เวลา 06.00 น. กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) โดยหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี (ฉก.นย.จันทบุรี) ร่วมกับชุดปฏิบัติการของ กปช.จต. ได้จัดกำลังลาดตระเวนในพื้นที่รับผิดชอบ บริเวณบ้านป่าวิไล ตำบลคลองใหญ่ อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี และตรวจพบรถยนต์ต้องสงสัยจำนวน 1 คัน จึงได้เข้าตรวจสอบทราบว่า ผู้ขับขี่คือ นายชัชวาลย์ ประชุมสาร อายุ 39 ปี ขับรถยนต์กระบะยี่ห้อฟอร์ด สีดำ หมายเลขทะเบียน บร 5007 สระแก้ว ภายในรถบรรทุกบุคคลสัญชาติจีน จำนวน 7 ราย พร้อมสัมภาระ

จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ขับขี่ให้การว่าได้รับการว่าจ้างจากนายหน้า ให้ไปรับบุคคลสัญชาติจีนที่ลักลอบเดินทางเข้ามาจากประเทศกัมพูชาผ่านช่องทางธรรมชาติ บริเวณพื้นที่ชายแดน อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี ในอัตราค่าจ้างรายละ 1,000 บาท เพื่อไปส่งในพื้นที่อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี ขณะที่บุคคลต่างด้าวสัญชาติจีนทั้ง 7 ราย ให้การเบื้องต้นว่า ทำงานอยู่ในพื้นที่ปอยเปต จังหวัดบันทายมีชัย ประเทศกัมพูชา และต้องการเดินทางเข้าประเทศไทย ก่อนจะเดินทางกลับประเทศจีนต่อไป โดยจากการตรวจสอบพบว่า 6 คน ไม่มีหนังสือเดินทาง และมี 1 คน มีเอกสารเดินทางแต่อยู่ในประเทศเกินกำหนด (Overstay) ทั้งนี้ จากการตรวจสอบโทรศัพท์มือถือและสัมภาระ ยังไม่พบพยานหลักฐานที่เชื่อมโยงกับขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ Cyber Scam เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวบุคคลทั้งหมด พร้อมของกลาง นำส่งกองร้อยทหารพรานนาวิกโยธินที่ 541 บ้านป่าวิไล และประสานสถานีตำรวจภูธรโป่งน้ำร้อน เพื่อดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป

โฆษกกองทัพเรือกล่าวเพิ่มเติมว่า การปฏิบัติการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของกองทัพเรือในการเฝ้าระวังและสกัดกั้นการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายตามแนวชายแดนอย่างเข้มงวด พร้อมทั้งยึดถือหลักสิทธิมนุษยชน โดยเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 อย่างเคร่งครัด โดยไม่มีการกระทำใดที่เป็นการทรมานหรือย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้ถูกควบคุมตัว

ทั้งนี้ กองทัพเรือจะยังคงดำเนินมาตรการเชิงรุกในการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายตามแนวชายแดน เพื่อรักษาความมั่นคงของประเทศ และความสงบเรียบร้อยต่อไป

สำนักงานโฆษกกองทัพเรือ
30 เมษายน 2569