วันที่ 13 สิงหาคม 2569 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ภายหลังจากได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำในภาคใต้ พร้อมมอบนโยบายให้ “กรมชลประทาน” เร่งฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยในปี 2568 และเพิ่มประสิทธิภาพระบบระบายน้ำ เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำหลากในช่วงฤดูฝนของภาคใต้ โดยกำชับให้กรมชลประทานเร่งดำเนินการให้ระบบชลประทานสามารถระบายน้ำได้อย่างเต็มศักยภาพภายในเดือนพฤศจิกายน 2569
สำหรับพื้นที่จังหวัดสงขลา กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูและเพิ่มประสิทธิภาพ คลองระบายน้ำ ร.1 ซึ่งเป็นโครงสร้างสำคัญของระบบระบายน้ำในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ ทำหน้าที่รับน้ำจากลุ่มน้ำอู่ตะเภาและระบายออกสู่ทะเล ซึ่งภายหลังจากที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณจากรัฐบาล ได้สั่งการให้กรมชลประทานเร่งดำเนินการตามแผน เพื่อให้คลองระบายน้ำ ร.1 กลับมามีประสิทธิภาพในการระบายน้ำโดยเร็วที่สุด
“คลองระบายน้ำ ร.1 เป็นหนึ่งในโครงสร้างหลักที่จะช่วยบริหารจัดการน้ำในพื้นที่หาดใหญ่ ผมได้กำชับกรมชลประทานให้เร่งฟื้นฟูอย่างเต็มความสามารถโดยเฉพาะในช่วงที่ภาคใต้เข้าสู่ฤดูฝน เราต้องทำให้ระบบสามารถรองรับและระบายน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดระยะเวลาที่น้ำจะท่วมขัง และลดผลกระทบต่อประชาชน รวมถึงพื้นที่เศรษฐกิจของหาดใหญ่” นายสุริยะ กล่าว
นายสุริยะ กล่าวว่า ขณะนี้โครงการซ่อมแซมคลองระบายน้ำ ร.1 และอาคารประกอบ จังหวัดสงขลา อยู่ระหว่างเตรียมลงนามในสัญญา โดยคาดว่าจะสามารถลงนามได้ในวันที่ 18 สิงหาคม 2569 จากนั้นจะเร่งเข้าดำเนินการตามแผนทันที ทั้งการซ่อมแซมแผ่นคอนกรีตและโครงสร้างคลองที่ชำรุด เสริมความมั่นคงแข็งแรงของอาคารประกอบ ปรับปรุงถนนเลียบคลอง ซ่อมแซมจุดที่ได้รับความเสียหาย ตลอดจนกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ เพื่อให้คลองระบายน้ำ ร.1 สามารถกลับมาระบายน้ำได้อย่างเต็มศักยภาพภายในเดือนพฤศจิกายน 2569 และมีความพร้อมรองรับสถานการณ์ฝนและน้ำหลากในช่วงฤดูฝนของภาคใต้
นอกจากการฟื้นฟูคลองระบายน้ำ ร.1 แล้ว ยังได้สั่งการให้ กรมชลประทาน เร่งรัดดำเนินโครงการซ่อมแซมและฟื้นฟูอาคารชลประทานในพื้นที่ 5 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส รวมทั้งสิ้น 65 โครงการ ครอบคลุมการซ่อมแซมอาคารชลประทาน การขุดลอกคลอง และการปรับปรุงระบบระบายน้ำ เพื่อฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ และเตรียมความพร้อมรองรับฤดูฝน
ด้าน นายสุริยพล นุชอนงค์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลประทานพร้อมขับเคลื่อนทุกโครงการตามนโยบายตามที่ได้รับมอบหมาย อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยจะติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะโครงการที่มีความสำคัญต่อการป้องกันและบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่เศรษฐกิจและชุมชน พร้อมบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งฟื้นฟูและซ่อมแซมโครงสร้างที่ได้รับความเสียหาย ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพระบบระบายน้ำให้สามารถรองรับและระบายน้ำได้อย่างเต็มศักยภาพ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชน พร้อมเดินหน้าแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม และเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำในพื้นที่ภาคใต้ในทุกมิติ

