ตร. เปิดแผนประทุษกรรม 2 เรือน้ำมันไทยจอดกลางทะเลประวิงเวลาน้ำมันขึ้น ฟันกำไรข้ามคืน 48 ล้านบาทเฉียด 10 ล้านลิตร

79

รองผบ.ตร.เปิดแผนประทุษกรรมเรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำ ลอยลำกลางอ่าวไทยผิดปกติ ช่วงรัฐลอยตัวราคาน้ำมัน พุ่งเป้า “ถ่วงเวลาเก็งกำไร” เฉียด 10 ล้านลิตร ฟันส่วนต่างข้ามคืนกว่า 48 ล้านบาท เร่งรวบรวมหลักฐานเอาผิด หากชัดเจนโทษหนักจำคุกสูงสุด 7 ปี พร้อมคุมเข้มเส้นทางขนส่งสกัดซ้ำเติมวิกฤตพลังงาน

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 21 เม.ย. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปนม.ตร.) แถลงข่าวผลการปฏิบัติการตรวจสอบเรือบรรทุกน้ำมันต้องสงสัยในพื้นที่อ่าวไทย ซึ่งสืบเนื่องจากปัญหาการขาดแคลนน้ำมันในสถานีบริการทั่วประเทศในช่วงสถานการณ์วิกฤตระหว่างวันที่ 21-25 มีนาคม 2569 ภายหลังเกิดเหตุการณ์ปิดช่องแคบฮอร์มุส

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 25-26 เม.ย.ที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำได้นำกำลังเข้าตรวจสอบเรือบรรทุกน้ำมันต้องสงสัยจำนวน 2 ลำ บริเวณกลางทะเลอ่าวไทย จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเรือทั้งสองลำรับน้ำมันเชื้อเพลิงมาจากโรงกลั่นในจังหวัดระยอง เพื่อมุ่งหน้าไปส่งยังคลังน้ำมันในพื้นที่กรุงเทพมหานครและจังหวัดสุราษฎร์ธานี แต่เจ้าหน้าที่ตรวจพบพฤติการณ์การเดินเรือที่ล่าช้ากว่ากำหนดการขนส่งตามปกติ โดยเฉพาะข้อมูลในช่วงวันที่ 24-26 มีนาคม 2569 ที่พบความคลาดเคลื่อนของระยะเวลาในการขนส่งอย่างชัดเจน

“สอดคล้องกับช่วงเวลาที่รัฐบาลประกาศลอยตัวราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น 6 บาทต่อลิตรในวันที่ 26 มีนาคม ทำให้ผู้ประกอบการอาจสามารถทำกำไรส่วนต่างจากการประวิงเวลาเข้าเทียบท่าได้ เรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำหากพิสูจน์ว่ากระทำผิดจริง จะได้กำไรสูงถึง 48 ล้านบาท รวมปริมาณน้ำมันเกือบ 10 ล้านลิตร”

พล.ต.อ.ธัชชัย กล่าวว่า เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการเร่งรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ทั้งเอกสารการขนส่ง ข้อมูลจากระบบติดตามเรือ และพยานแวดล้อม เพื่อประกอบการพิจารณาว่าการดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามเงื่อนไขปกติ หรือมีพฤติการณ์ที่เข้าข่ายความผิดฐาน ประวิงการจำหน่ายสินค้าควบคุม โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร หรือไม่ ซึ่งหากพบว่ามีความผิด จะมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

พล.ต.อ.ธัชชัย กล่าวอีกว่า การเข้าตรวจสอบเรือทั้งสองลำเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการคุมเข้มเส้นทางการขนส่งน้ำมัน เพื่อป้องกันและปราบปรามการประวิงเวลาเดินเรือเพื่อเก็งกำไร รวมถึงการลักลอบส่งออกน้ำมันไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ควบคู่ไปกับการตรวจสอบโรงกลั่นและคลังน้ำมันทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยยืนยันว่าหากพบการกระทำความผิด จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในขบวนการนี้ต่อไป