วันที่ 17 เม.ย. 69 จากกกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ. ปากเกร็ด จ.นนทบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เดินทางเข้าตรวจสอบหลังจากได้รับแจ้งมีเหตุทะเลาะวิวาท และทำร้ายร่างกายภายในร้านตัดผม มีผู้เสียชีวิต เหตุเกิดถนน สุขาประชาสรรค์ 3 ปากซอย 18 ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จากนั้นจึงประสานแพทย์เวรจากสถาบันนิตวิทยาศาสตร์ร่วมตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุเป็นร้านทำผมหญิงและชาย ด้านหลังร้าน พบร่างของนายนายฐิติ กอบทรัพย์เจริญ อายุ 26 ปีนอนคว่ำหน้าเสียชีวิต ที่มือขวากำมีดปลายแหลมอยู่ ขณะเดียวกันยังมีผู้บาดเจ็บคือนายจีราวัฒน์ รัตนาวิมานทิพย อายุ 58 ปี เป็นเจ้าของร้านตามร่างกายที่บริเวณศอก หน้าอก และหน้าท้อง มีร่องรอยบาดแผลเจ้าตัวให้การว่าเป็นร่องรอยมีดของผู้เสียชีวิต ที่ใช้ทำร้ายตน

วันที่16 เมษายน 2569 เวลา 20.00 น. ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำรถกรงผู้ต้องขังถอยเข้ามาบริเวณหน้าร้านตัดผม จุดเกิดเหตุ บรรยากาศยิ่งทวีความตึงเครียดขึ้นทันที เมื่อกลุ่มเพื่อนและญาติของผู้เสียชีวิตที่เฝ้าติดตามสถานการณ์อยู่ก่อนแล้ว ต่างพากันกรูเข้ามาใกล้รถผู้ต้องขัง พยายามเข้าถึงตัวผู้ต้องหา บางส่วนใช้มือดันประตูรถอย่างแรง พร้อมตะโกนด่าทอด้วยความโกรธแค้นตลอดเวลา เสียงโวยวายดังระงมไปทั่วบริเวณ สร้างความกดดันให้กับเจ้าหน้าที่ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงต้องรีบเข้าควบคุมสถานการณ์อย่างเร่งด่วน โดยตั้งแนวกำลังกันชน ดันกลุ่มญาติและเพื่อนของผู้เสียชีวิตให้ออกห่างจากตัวรถ พร้อมปิดประตูรถผู้ต้องขังอย่างแน่นหนา ท่ามกลางสถานการณ์ที่เกือบจะบานปลาย แต่เจ้าหน้าที่ยังสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ในระดับหนึ่ง ก่อนจะเร่งนำตัวผู้ต้องหาออกจากจุดเกิดเหตุอย่างระมัดระวัง และอยู่ระหว่างวางแผนเส้นทางเคลื่อนย้ายเพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าซ้ำ

ต่อมา 20.30 น. วันที่ 16 เม.ย. 2569 พ.ต.อ.อดิเรก ทองแกมแก้ว ผู้กำกับการ สภ.ปากเกร็ด พร้อมด้วย พ.ต.ท.ก้องพิสิษฐ์ พฤกษาชีวะ รองผู้กำกับการป้องกันปราบปราม สภ.ปากเกร็ด ได้ลงพื้นที่เกิดเหตุเพื่อเร่งคลี่คลายสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเจ้าหน้าที่ได้มีการพูดคุยทำความเข้าใจกับกลุ่มเพื่อนและผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ พร้อมชี้แจงขั้นตอนกระบวนการทางกฎหมาย ยืนยันว่าจะดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมาและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ได้แจ้งความคืบหน้าว่า ขณะนี้คดียังอยู่ในขั้นตอนทางการแพทย์ โดยอยู่ระหว่างการชันสูตรพลิกศพ พร้อมขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และได้ประชาสัมพันธ์ให้ผู้ที่มารวมตัวกันในจุดเกิดเหตุทยอยเดินทางกลับ เพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์ตึงเครียดลุกลามหรือบานปลายมากยิ่งขึ้น
ด้าน มารดาของผู้เสียชีวิต ได้เดินทางมาที่เกิดเหตุ โดยอยู่ระหว่างโศกเศร้าเสียใจ บอกสั้น ๆ กับผู้สื่อข่าวเพียงว่าขอดูหน้าลูกก่อนที่จะเดินเข้าไปยังจุดเกิดเหตุ

