สำนักงานตำรวจแห่งชาติเร่งเตรียมความพร้อมรับการเดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 คาดจราจรขาออกกรุงเทพฯ หนาแน่นสูงสุด 11 เม.ย. กว่า 718,000 คัน สั่งตั้งศูนย์อำนวยการทุกระดับ คุมเข้ม 10 ข้อหาหลัก โดยเฉพาะเมาแล้วขับ–ขับเร็ว พร้อมเปิดช่องทางพิเศษและจัดกำลังเร่งระบายรถ ลดอุบัติเหตุและความสูญเสียทั่วประเทศ

วันนี้ (3 เมษายน 2569) เวลา 09.00 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มอบหมายให้ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2569 ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมีผู้แทนหน่วยที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศ เข้าร่วมประชุม ณ ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และการประชุมทางไกลผ่านระบบจอภาพ
ช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้คาดการณ์ว่าจะมีปริมาณจราจรขาออกกรุงเทพมหานครหนาแน่นมากที่สุดในวันเสาร์ที่ 11 เมษายน 2569 คาดว่าจะมีปริมาณรถกว่า 718,000 คัน ส่วนขาเข้ากรุงเทพมหานคร คาดว่าจะมีปริมาณรถหนาแน่นมากที่สุดในวันพุธที่ 15 เมษายน 2569 จำนวนกว่า 629,000 คัน

ในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.สำราญฯ สั่งการให้ทุกหน่วยจัดตั้งศูนย์อํานวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ทุกระดับ (ภาค/จังหวัด) โดยถือการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2569 เป็นภารกิจสำคัญของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวมถึงระดับชาติ ซึ่งได้ตั้งเป้าหมายในการลดอุบัติเหตุ ผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 จากค่าเฉลี่ย 3 ปีย้อนหลัง และเพิ่มความเข้มในการบังคับใช้กฎหมาย 10 ข้อหาหลัก โดยเฉพาะขับรถเร็ว เมาแล้วขับ ไม่สวมหมวกนิรภัย ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย และขับรถย้อนศร ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ของแต่ละพื้นที่ ตั้งจุดตรวจกวดขันวินัยจราจรและจุดตรวจวัดแอลกอฮอล์ในจุดเสี่ยง/เส้นทางเสี่ยง ในกรณีเมาแล้วขับ เมื่อเกิดอุบัติเหตุให้ตรวจแอลกอฮอล์และสารเสพติดทุกราย รวมทั้งให้ตรวจสอบประวัติการกระทำผิดซ้ำ และดำเนินคดีครบทุกข้อหา หากผู้กระทำผิดเป็นเด็กหรือเยาวชน ให้ขยายผลดำเนินคดีถึงผู้ขายสุรา บุคคลที่ชักจูง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควรด้วย

ทั้งนี้ ให้กองบังคับการตำรวจทางหลวงเป็นผู้รับผิดชอบหลักในการจัดการจราจรบนถนนทางหลวงสายหลัก โดยเฉพาะถนนมอเตอร์เวย์ สายM6 และ M81 และให้ทุกกองบังคับการ/ตำรวจภูธรจังหวัด จัดกําลังสนับสนุนกองบังคับการตำรวจทางหลวง รวมทั้งบริหารจัดการทางเข้า-ทางออก และภายในสถานีบริการน้ำมันในพื้นที่รับผิดชอบ เร่งระบายรถ พร้อมจัดชุดเคลือนที่เร็ว ประสานรถยก รถสไลด์ หน่วยกู้ภัย ให้มีความพร้อมสามารถติดต่อได้ เพื่อร่วมปฏิบัติในการแก้ไขปัญหารถติด อุบัติเหตุ รถเสีย และสิ่งกีดขวางได้ทันที รวมถึงพิจารณาเปิดช่องทางพิเศษ (REVERSIBLE LANE) ตามความเหมาะสม และจัดระเบียบการจอดรถในจุดเสี่ยง สถานที่ท่องเที่ยว สถานีขนส่ง สถานที่จัดงานขนาดใหญ่ โดยให้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องวางแผนจัดการจราจรรองรับ จัดระบบบริการประชาชน เช่น ลานจอดรถ รถรับส่ง เส้นทางเลี่ยง ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทั่วไปทราบล่วงหน้า รวมทั้งในพื้นที่จัดงานให้จัดช่องทางฉุกเฉินรองรับการขนส่ง ลําเลียง การเข้าพื้นที่ของรถตำรวจหรือรถกู้ชีพกู้ภัย
พร้อมกันนี้ได้กำชับเตรียมความพร้อมก่อนเทศกาล ตรวจความพร้อมด้านกําลังพล อุปกรณ์ แก้ไขจุดเสี่ยง จุดอันตราย ถนนชํารุด และจุดตัดทางรถไฟ โดยประสานกับหน่วยงานที่รับผิดชอบให้ปรับปรุงแก้ไขให้เสร็จสิ้นก่อนถึงเทศกาล รวมทั้งเตรียมเส้นทางเลี่ยง เส้นทางสํารอง และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบ

พล.ต.อ.สำราญฯ ย้ำว่า ขอให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับร่วมแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าที่สำคัญกับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ และให้ผู้บังคับบัญชารวมถึงผู้ปฏิบัติในทุกระดับ พึงระลึกถึงความเดือดร้อนของประชาชนจากสถานการณ์ด้านค่าครองชีพ ราคาน้ำมัน และปัญหาด้านเศรษฐกิจสังคม ซึ่งกระทบกับความรู้สึกของประชาชน ไปพร้อม ๆ กับการปฏิบัติหน้าที่ด้วย

ในวันเดียวกันนี้ พล.ต.อ.สำราญฯ ได้เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการด้านผู้ใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย โดยมีผู้แทนหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน ร่วมประชุม เพื่อบูรณาการในการขับเคลื่อนการปฏิบัติร่วมกันเพื่อความปลอดภัยบนท้องถนน ลดอุบัติเหตุ ลดความสูญเสีย ตลอดห้วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2569

