สนข. เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นต่อร่างกฎหมายลำดับรอง เร่งพัฒนารูปแบบการกำกับดูแล
และการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้ตั๋วเพียงใบเดียวเดินทางได้ทุกระบบ

นายจิรโรจน์ ศุกลรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร เป็นประธานเปิดการประชุมรับฟังความคิดเห็นต่อร่างกฎหมายลำดับรองที่เกี่ยวข้องเพื่อรองรับการกำกับดูแลการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วมและกองทุนส่งเสริมระบบตั๋วร่วม ครั้งที่ 2 ภายใต้การศึกษาพัฒนารูปแบบการกำกับดูแลและการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 2 เมษายน 2569 ณ ห้องเมย์แฟร์ บอลรูม ชั้น 11 โรงแรมเดอะเบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และภาคประชาชนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก
นายจิรโรจน์ฯ กล่าวว่า นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มอบนโยบายให้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.)ทำหน้าที่บูรณาการแผนงานและมาตรการร่วมกับทุกหน่วยงานในสังกัด เพื่อเร่งดำเนินการในภารกิจที่มีความจำเป็นและสำคัญต่อการแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนซึ่งหนึ่งในนโยบายสำคัญคือการพัฒนาระบบตั๋วร่วมและค่าโดยสารร่วม (Common Ticketing System) เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้บัตรโดยสารใบเดียวเดินทางได้ทุกรูปแบบของระบบขนส่งสาธารณะภายใต้ราคาค่าโดยสารที่เหมาะสม ตามที่พระราชบัญญัติการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม

พ.ศ. 2568 ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาและมีผลใช้บังคับใช้เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2568 ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้กับประชาชนผู้ใช้บริการ ซึ่งเป็นส่วนช่วยสนับสนุนให้ประชาชนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเดินทางจากการใช้รถยนต์ส่วนบุคคลเป็นการเดินทางโดยใช้ระบบขนส่งสาธารณะเพื่อแก้ปัญหาการจราจรและลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมอีกทางหนึ่งด้วย โดยจะต้องมีการร่างกฎหมายลำดับรองตามบทเฉพาะกาล ที่กำหนดให้ต้องดำเนินการภายใน 180 วัน นับตั้งแต่วันที่พระราชบัญญัติมีผลใช้บังคับ
นายจิรโรจน์ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดทำร่างกฎหมายลำดับรอง ตามพระราชบัญญัติการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พ.ศ. 2568 ประกอบด้วย กลุ่มแรก กฎหมายลำดับรองที่ต้องดำเนินการในระยะเร่งด่วน ได้แก่ มาตรการในการกำกับดูแลในเชิงโครงสร้างของระบบ การกำหนดอัตราค่าโดยสารร่วม และมาตรการในการประกอบกิจการระบบตั๋วร่วม กลุ่มที่สอง กฎหมายลำดับรองที่ต้องดำเนินการในระยะต่อไป ได้แก่ อัตราค่าธรรมเนียมใบอนุญาต มาตรการในการกำกับดูแลการให้บริการของผู้ประกอบการ และการบริหารงานของกองทุนส่งเสริมระบบตั๋วร่วม และกลุ่มที่สาม กฎหมายลำดับรองที่จะออกในกรณีที่มีความจำเป็นตามเงื่อนไขที่กำหนด ได้แก่ พระราชกฤษฎีกากำหนดให้การประกอบกิจการขนส่งสาธารณะใดเป็นกิจการที่ต้องใช้ระบบตั๋วร่วมโดยกฎหมายลำดับรองทั้งสามกลุ่มจัดทำเพื่อกำหนดหลักเกณฑ์การดำเนินการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม และสนับสนุนการดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้สามารถนำกฎหมายไปบังคับใช้ในการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วมให้เกิดผลเป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพสูงสุด

ร่างกฎหมายลำดับรองที่ได้เตรียมการรับฟังความคิดเห็นในการประชุมครั้งนี้ เกี่ยวกับการรองรับการกำกับดูแลการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วมและกองทุนส่งเสริมระบบตั๋วร่วม มีจำนวน 7 ฉบับ แบ่งเป็น ประกาศ สนข. จำนวน 4 ฉบับ ได้แก่ 1) การรวบรวม ประมวลและรายงานข้อมูลการใช้บริการระบบตั๋วร่วม 2) การรายงานการประกอบกิจการและกระแสเงินสด 3) วิธีการแจ้งเมื่อถูกสั่งระงับการดำเนินกิจการและมีการร้องขอให้ฟื้นฟูกิจการ ถูกฟ้องล้มละลาย หรือถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ 4) การแจ้งขอเลิกประกอบกิจการ และประกาศกระทรวงคมนาคม จำนวน 3 ฉบับ ได้แก่ 1) การโอนสิทธิตามใบอนุญาตประกอบกิจการระบบตั๋วร่วม 2) การแจ้งการพักหรือหยุดให้บริการระบบตั๋วร่วม และ 3) การกำหนดเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้มีอำนาจปรับเป็นพินัยตามพระราชบัญญัติการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พ.ศ. 2568

นายจิรโรจน์ฯ กล่าวตอนท้ายว่า การประชุมรับฟังความคิดเห็นที่จัดขึ้นในวันนี้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งความคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่ได้รับจากการประชุมจะนำไปใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาปรับปรุงร่างกฎหมายลำดับรองให้มีความครบถ้วนสมบูรณ์ มีประสิทธิภาพ เพื่อรองรับการดำเนินการตามพระราชบัญญัติการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พ.ศ. 2568 เพื่อให้เกิดการพัฒนาระบบตั๋วร่วมและค่าโดยสารร่วมให้สามารถบังคับใช้อย่างเป็นรูปธรรมตามนโยบายของกระทรวงคมนาคมต่อไป

