นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เปิดเผยเมื่อเวลา 12.45 น. วันที่ 2 เม.ย. 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล ถึงแนวทางการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของฝ่ายเศรษฐกิจ โดยรัฐบาลพยายามใช้ทุกช่องทางเพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชนให้ได้มากที่สุด
นายกรัฐมนตรีระบุว่า การดำเนินมาตรการต้องคำนึงถึงความสมดุลของหลายปัจจัย โดยเฉพาะความเสี่ยงเรื่องการกักตุนและการลักลอบนำน้ำมันไปใช้ในพื้นที่อื่น หากราคาภายในประเทศต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้าน จึงจำเป็นต้องออกแบบนโยบายอย่างรอบคอบ
ในประเด็นการออกพระราชกำหนดกู้เงินเพิ่มเติม นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลจะใช้ทุกเครื่องมือที่จำเป็น แต่ต้องอยู่ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลัง ควบคู่กับการดูแลรายได้รัฐ สวัสดิการ และภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน
พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีได้ตอบโต้กระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่ารัฐบาลเอื้อประโยชน์ต่อนายทุน โดยย้ำอย่างชัดเจนว่า ตนตระหนักดีว่าการดำรงตำแหน่งมาจากเสียงของประชาชน และไม่มีทางที่จะให้ความสำคัญกับบุคคลใดเหนือประชาชน
“เราสำนึกเสมอว่าใครเลือกเรามา ไม่มีทางที่จะเห็นใครดีกว่าประชาชน” นายกรัฐมนตรีกล่าว
สำหรับกระแสวิจารณ์ในสื่อสังคมออนไลน์ นายกรัฐมนตรีระบุว่า พร้อมรับฟังทุกความคิดเห็น เนื่องจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเป็นบุคคลสาธารณะ และการวิพากษ์วิจารณ์ถือเป็นสิทธิของประชาชน แม้บางความคิดเห็นจะสร้างแรงกดดัน แต่ก็เป็นประโยชน์ในเชิงข้อเสนอแนะ
ส่วนกรณีกระแสไม่สนับสนุนการใช้บริการสถานีบริการน้ำมันบางแห่ง นายกรัฐมนตรีมองว่า ไม่จำเป็นต้องให้กำลังใจกันเป็นพิเศษ เพราะผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต้องมุ่งทำงานอย่างเต็มที่ และพิสูจน์ผลงานด้วยการปฏิบัติ
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงการสื่อสารข้อมูลของ ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ว่า เป็นข้อมูลที่ผ่านการประชุมและพิจารณาร่วมกัน ก่อนนำมาถ่ายทอดต่อประชาชน โดยย้ำว่าการทำหน้าที่โฆษกเป็นการสื่อสารข้อเท็จจริง ไม่ใช่การแสดงความคิดเห็นส่วนบุคคล
ทั้งนี้ รัฐบาลยังติดตามสถานการณ์พลังงานโลกอย่างใกล้ชิด พร้อมประเมินผลกระทบต่อประเทศไทยในทุกมิติ โดยยืนยันว่าการดำเนินนโยบายจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศและประชาชนเป็นสำคัญ พร้อมขอให้ประชาชนมั่นใจว่าคณะรัฐมนตรีไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนจากสถานการณ์น้ำมันในปัจจุบัน
นายกรัฐมนตรีทิ้งท้ายว่า บางมาตรการไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ทั้งหมด เนื่องจากเป็นข้อมูลด้านความมั่นคงและการบริหารราชการ แต่ยืนยันว่าทุกฝ่ายกำลังทำงานอย่างเต็มที่เพื่อให้ประเทศผ่านพ้นสถานการณ์นี้ไปได้อย่างมั่นคง

