จากกรณีเสียงร้องขอความช่วยเหลือผ่านโซเชียลและชาวบ้านในพื้นที่ ย่านดอนเมือง ถึงชะตากรรมที่น่าเวทนาของสุนัขสายพันธุ์เฟรนช์บูลด็อกตัวหนึ่ง ที่ถูกเลี้ยงแบบ “ขังลืม” ในกรงแคบชิดรั้วบ้านมานานนับปี จนสภาพร่างกายทรุดโทรม ขาอ่อนแรง และต้องทนหิวน้ำท่ามกลางอากาศร้อนจัด

วันนี้ 2 เม.ย. เวลา 10.00 น. ทางทีมข่าวพร้อมทางชมรมจิตอาสารักสัตว์ นำโดยอาจารย์กิติคุณ และ หัวหน้าฝ่ายสิ่งแวดล้อม สำนักงานเขตดอนเมือง ได้สนธิกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบอีกครั้ง แต่ไม่พบเจ้าของบ้านพบเพียงน้องถูกขังไว้ในกรงเช่นเดิม โดยภายในกรุงมีถ้วยอาหารเม็ดแต่เหือนจะเป็นอาหารเก่า และไม่มีน้ำไว้ให้น้องสัมหรับดื่มกิน เจ้าหน้าที่จึงนำน้ำมาเทให้น้องกินและได้มีการปลดกรง เพื่อให้น้องได้ออกมาดื่มน้ำได้
จากการสัมภาษณ์ชาวบ้านในพื้นที่ให้ข้อมูลว่า สุนัขตัวดังกล่าวเป็นเพศเมีย อายุประมาณ 3 ปี โดยเจ้าของเป็นผู้ชายเอาน้องมาเลี้ยงตั้งแต่ยังเล็ก แล้วจากที่เห็นมาน้องไม่เคยได้รับอิสระให้ออกมาเดินเล่นภายนอกกรงแม้แต่นาทีเดียว ต้องใช้ชีวิตทั้งกิน นอน และขับถ่ายอยู่ในกรงที่จัดวางไว้ริมรั้ว ซึ่งเป็นจุดที่แดดส่องถึงตลอดช่วงบ่าย อีกทั้งเจ้าของยังปล่อยให้อดน้ำตลอดทั้งวันจนกว่าจะกลับจากทำงานในช่วงค่ำ โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดเทศกาลที่ผ่านมา สุนัขต้องส่งเสียงร้องโหยหวนด้วยความหิวโหยสร้างความสะเทือนใจแก่ผู้พบเห็นเป็นอย่างมากเนื่องจากเจ้าของไม่อยู่บ้าน และไม่ได้ให้อาหารน้องไว้เลย
โดยย้อนกลับไปช่วงปลายปี 2568 อาจารย์ กิติคุณ พลวัน ประธานชมรมจิตอาสารักสัตว์ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบมาแล้วครั้งหนึ่ง พร้อมตักเตือนเจ้าของให้ปรับปรุงการเลี้ยงดูตามกฎหมายสวัสดิภาพสัตว์ แต่ล่าสุดเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2569 ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่าสภาพความเป็นอยู่ของสุนัขยังคงเหมือนเดิม มีการปล่อยออกมาเพียงไม่กี่ครั้งก่อนจะถูกนำไปขังลืมเช่นเดิม

อาจารย์ กิติคุณ พลวัน ระบุว่า “การเลี้ยงสัตว์ไม่ใช่แค่การให้อาหาร แต่คือการดูแลคุณภาพชีวิตตามธรรมชาติของเขา โดยเฉพาะสุนัขหน้าสั้นที่ทนความร้อนได้ต่ำ การกระทำเช่นนี้ถือเป็นการทำร้ายสัตว์ทางอ้อมที่รุนแรง โดยครั้งนี้ทางชมรมและเจ้าหน้าที่เขตได้มีการติดหนังสือแนะนำ ตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พศ. 2535 เพื่อขอให้เจ้าของสุนัขเข้าไปทำการชี้แจงและหาทางแก้ไขภายใน 7 วัน มิเช่นนั้นจะมีความผิดฐานจัดสวัสดิภาพสัตว์ไม่เหมาะสม: ตาม พ.ร.บ. ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ด้านคุณนัทเจ้าของสุนัขได้มีการเปิดใจชี้แจงกับทางอาจารย์ผ่านการสนทนาทางโทรศัพท์และยืนยันว่าตนไม่ได้มีการขังหมาไว้ในกรงตลอดเพราะหากกลับมาบ้านหลังจากทำงานจะมีการปล่อยหมาออกมาวิ่งเล่นโดยเฉพาะในช่วงเสาร์อาทิต์ และจะให้ข้าวให้น้ำทุกวันแต่ที่ไม่มีการปล่อยออกมาในขณะที่ตนไม่อยู่บ้านก็เพราะกลัวหมาจะหลุดออกไปนอกบ้านและไปสร้างปัญหาทำให้มีปัญหากับเพื่อนบ้านอีกได้ แต่หลังจากนี้ก็จะเข้าไปรายงานตัวที่สัมนักงานเขตและชี้แจงข้อมูลต่างๆและตนมีแนวทางที่จำนำหมาไปเลี้ยงที่บ้านที่ ตจว ในช่วงสงกรานต์นี้ต่อไป

