“รถใช้น้ำ Aquaboost” สุดยอดนวัตกรรมฝีมือคนไทย รับมือสภาวะน้ำมันแพงค่าแรงถูก!!

1327

ท่ามกลางสภาวะวิกฤติพลังงานจากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้คนไปทั่วโลก ซึ่งพวกเราคนไทยเองก็ไม่รอด เมื่อต้องเผชิญทั้งน้ำมันขาดแคลน และน้ำมันราคาพุ่งเกือบเท่าตัว แม้รัฐบาลจะใช้เงินจากกองทุนน้ำมันเข้ามาช่วยพยุงราคา แต่ก็อาการก็ยังไม่ดีขึ้น และยังมองไม่เห็นว่าสถานการณ์จะสิ้นสุดลงเมื่อไหร่

ในสถาวะวิกฤติเช่นนี้ “ไทยแทบลอยด์” จะพาทุกท่านไปพบกับสุดยอดนวัตกรรมฝีมือคนไทย ที่จะช่วยให้เราประหยัดน้ำมันได้ 10-30 เปอร์เซ็นต์ เลยทีเดียว

ทีมข่าว “ไทยแทบลอยด์” ได้เดินทางไปยังบ้านเลขที่ 17/3 ซอยคลองสี่ตะวันออก 55 ตำบลคลองสี่ อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ซึ่งเป็นสถานที่ติดตั้ง รถใช้น้ำ aquaboost โดย มี นายประเสริฐ นิพัทย์กุศล หรือ “ลุงเสริฐ คลองสี่” วัย 76 ปี เจ้าของสถานที่ออกมาต้อนรับ

ลุงเสริฐ เล่าถึงที่มาของ การเปิดกิจการติดตั้งอุปกรณ์ aquaboost ว่า อาชีพดั้งเดิมเป็นสถาปนิก จบคณะสถาปัตยกรรม ลาดกระบัง รุ่นหนึ่ง เคยรับราชการแล้วออกมาทำบริษัทเอง จนเกษียณอายุ แล้วเริ่มออกเดินทางท่องเที่ยว โดยลูกให้รถตู้ใช้น้ำมันเบนซินมาใช้ ก็กลัวว่าจะเปลืองน้ำมัน เลยมาศึกษาว่ามีวิธีอะไรที่ทำให้ประหยัดน้ำมันได้ ก็ลองเปิดดูในในยูทูบ กระทั่งได้รู้จักกับ อาจารย์ภูมินทร์ รัศมี ที่รับติดตั้ง “รถใช้น้ำ” อยู่ที่ระยอง จึงสนใจไปให้เขาติดตั้ง

“เมื่อติดตั้งแล้วปรากฎว่าช่วยประหยัดน้ำมันได้จริง เลยลองติดตั้งกับรถปิคอัพเครื่องดีเซล ซึ่งนอกจากจะช่วยประหยัดแล้วยังทำให้เสียงเครื่องเงียบ เครื่องเดินเรียบไม่สั่น และลดควันด้วย ซึ่งก่อนหน้านี้ อ.ภูมินทร์ แกไม่มีอู่ ไม่มีสถานที่ อาศัยเอาอุปกรณ์ไปติดตั้งตามบ้านลูกค้าหรือสถานที่ต่าง ๆ ผมก็เลยชวนมาอยู่บ้านด้วยกันเลยที่บ้านนี้ เพราะกรุงเทพเป็นศูนย์กลางอยู่แล้ว ลูกค้าจะได้เยอะขึ้น” ลุงเสริฐ เล่าถึงที่มาที่ไป

เจ้าของอู่กล่าวว่า ทางอู่เพิ่งมารับติดตั้งจริงจริงจังจังก็สักปลายปี 2568 ก่อนหน้านี้อุปกรณ์ aquaboost เวอร์ชั่นแรกใช้ความร้อนจากเครื่องยนต์เพื่อทำให้น้ำกลายเป็นไอก่อนจะเข้าไปทำปฏิกิริยาในเครื่องยนต์ แต่เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา อ.ภูมินทร์ได้พัฒนาเวอร์ชั่นใหม่ให้ใช้ไฟฟ้าเป็นตัวทำให้เกิดความร้อน ซึ่งทำให้เกิดประสิทธิภาพสูงขึ้น

สำหรับการติดตั้งจะใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงต่อคัน โดยติดตั้งอุปกรณ์ภายในห้องเครื่อง ซึ่งจะไม่ไปยุ่งกับภายในรถยนต์ ทั้งนี้รถเครื่องสันดาป ไม่ว่าจะเป็น รถเบนซิน รถดีเซลรถ หรือใช้แก๊สเอ็นจีวี แอลพีจี สามารถมาติดตั้งได้หมด จากประสบการณ์ที่ตามลูกค้าไปทดลองรถ เมื่อติดตั้งเสร็จถ้าเป็นรถที่ไม่ได้ปรับแต่ง หรือ รีแมพ มา จะวิ่งพุ่งกันทันที รถเบาขึ้น เหยียบคันเร่งน้อยลงรถจะพุ่งรับรู้ได้เลย

“นอกจากทำให้รถมันเพิ่มความเร็วขึ้น ประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องเพิ่มขึ้นเนี่ย ผู้ติดตั้งจะได้รับประโยชน์อีกเยอะ คือติดปั๊บเนี่ยรถนี่แรงขึ้นทันทีการที่แรงขึ้นโดยที่เราไม่ได้ไปเพิ่มน้ำมันไม่ได้ไปเพิ่มอะไรเลยเนี่ยมันเกิดความประหยัดแล้ว ผมเป็นคนลองรถเนี่ย ผมให้เลยคร่าวคร่าวนี่สิบเปอร์เซ็นต์ได้แน่ ๆ แต่ว่ารถแต่ละคันจะประหยัดจริงจริงเท่าไหร่มันมาจากหลายปัจจัย เช่น ลมยาง จำนวนคนบนรถ บรรทุกหนักแค่ไหน สภาพเครื่องยนต์ และสำคัญที่สุดคือขับความเร็วเท่าไหร่เ ถ้าเผื่อถามผมว่ามันประหยัดเท่าไหร่ ผมก็ให้คร่าว ๆ ตั้งแต่ 10 –  30 เปอร์เซ็นต์” ลุงเสริฐการันตี

ส่วนที่หลายคนอาจจะกังวลว่า เอาน้ำมาทำงานกับเครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมันอาจก่อให้เกิดความเสียหายกับเครื่องยนต์ได้ “ลุงเสริฐ คลองสี่” ยืนยันว่าไม่มีปัญหา จากการติดตั้งที่ผ่านมา รวมทั้งของรถตัวเองนอกจากจะไม่ทำให้เครื่องเสียหายแล้ว ยังรีดประสิทธิภาพการทำงาน และทำให้การเผาไหม้สมบูรณ์ เครื่องยนต์สะอาดขึ้น หากไปสังเกตุที่ท่อไอเสียแทบจะไม่เห็นคราบเขม่าควันดำเลย

“มีลูกค้าที่เป็นผู้ใหญ่มาติดตั้ง ท่านบอกว่าหาคนที่ติดตั้งระบบนี้มานานแล้วแต่ไม่มีใครทำ เพิ่งมาเจอ ท่านบอกว่าระบบนี้ พวกเครื่องบินไอพ่นเขาก็ใช้กัน บนท้องฟ้ามีเมฆ มีไอน้ำ ซึ่งก็คืออันเดียวกัน ขณะที่เรือเดินสมุทรใหญ่ใหญ่เขาก็ต้มไอน้ำป้อนเข้าเครื่อง เพื่อให้เครื่องแรงขึ้นแล้วก็ลดควันดำด้วย อันนี้ท่านไปดูมาแล้วเขาอธิบายให้ฟัง ผมเลยถึงบางอ้อ ว่าเออมันชัดเจนขึ้นว่าหลักการไม่ได้มั่ว เขาก็ใช้อยู่แล้วแต่เราไม่รู้เท่านั้นเอง” เจ้าของอู่ติดตั้งรถใช้น้ำ aquaboost ระบุ

สำหรับค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง ลุงเสริฐ บอกว่า โดยพื้นฐานแนะนำว่าควรจะมีสองชุด ซึ่งมี ค่าใช้จ่ายรวมติดตั้งที่ 6,500 บาท แต่สำหรับรถที่เครื่องเล็ก ซีซีน้อยลงชุดเดียวก็เวิร์ค หรือรถที่ซีซีมากขึ้นจะเพิ่มหลายชุดก็ได้ ไม่ได้ตายตัว ซึ่งค่าใช้จ่ายจะเพิ่มขึ้นชุดละ 3,000 บาท หากคำนวณการคืนทุน สมมุติปกติเติมน้ำมันเดือนละ 5,000 บาท ซึ่งจากราคาน้ำมันปัจจุบันอาจจะแพงขึ้นไปอีกเกือบ 30 เปอร์เซ็นต์ หากประหยัดน้ำมันได้ขึ้นต่ำเพียง 10 เปอร์เซ็นต์ ก็ประหยัดได้เดือนละ 500 บาท หรือปีละ 6,000 บาท เท่ากับว่าปีเดียวก็คืนทุนแล้ว แต่ถ้าใช้แบบประหยัดสูงสุด เผลอ ๆ ไม่ถึงครึ่งปีก็คืนทุน!!

ลุงเสริฐยืนยันว่าการใช้งานอุปกรณ์ง่ายมาก เพียงแค่เติมน้ำใส่อุปกรณ์ทุก ๆ 6 ชั่วโมงโดยประมาณ ซึ่งหากลืมเติมก็ไม่เกิดความเสียหาย เพียงแค่อุปกรณ์จะหยุดทำงานชั่วคราว ทำให้รถกลับมาบริโภคน้ำมันในอัตราปกติ เมื่อเติมน้ำเข้าไปอุปกรณ์ก็จะกลับมาทำงานช่วยประหยัดน้ำมันต่อ และยืนยันว่ารถ สามารถไปตรวจสภาพเพื่อต่อภาษีประจำปีได้ตามปกติ ซึ่งรถของเขาเองที่มีอายุกว่า 20 ปี ก็ไปต่อทะเบียนมาแล้ว

ด้าน อ.ภูมินทร์ เจ้าของนวัตกรรม เล่าที่มาที่ไปว่า พื้นเพเป็นคนระยอง จบ ปวส.ด้านเครื่องยนต์ จากจังหวัดตราด จากนั้นมีโอกาสไปทำงานโรงงานด้านพลังงานแห่งหนึ่งในระยอง ซึ่งที่นั่นใช้เทคโนโลยีระดับสูง ทุกระบบทั้งเครื่องยนต์ ช่วงล่าง ระบบไฟฟ้า แม้กระทั่งแอร์ ก็สามารถแก้ไขซ่อมแซมได้ ทำให้มีพื้นฐานในเรื่องเครื่องยนต์ และเรื่องเคมี ฟิสิกส์ หรือเทอร์โมไดนามิกส์กลศาสตร์ของไหล

“ผมเลยเกิดไอเดียที่จะเปลี่ยนโครงสร้างทางเคมีของน้ำให้เชื้อเพลิงเพราะน้ำประกอบไปด้วยไฮโดรเจน หรือ H อยู่แล้ว โดยต้องคิดว่าต้องทำอย่างไรถึงจะเอาน้ำที่มีสถานะเป็นของเหลวเข้าไปในเครื่องยนต์ได้ ซึ่งธรรมชาติของน้ำสามารถเปลี่ยนสถานะได้หลายอย่าง ตั้งแต่ของเหลว แก็สที่อยู่ในรูปไอน้ำ ไอหมอก ไอเมฆ หรือของแข็ง คือน้ำแข็ง โดยปัจจัยที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงคือ อุณหภูมิ และความดัน หรือความกดอากาศ เป็นหลัก ซึ่งอุปกรณ์ที่ผมประดิษฐ์ขึ้นมาจะเปลี่ยนสถานะของน้ำจากของเหลวให้กลายเป็นไอด้วยความร้อน แล้วส่งไอผ่านท่อไอดีเข้าเครื่องยนต์ ซึ่งเมื่อเข้าไปปะทะกับความร้อนในเครื่องยนต์ ไอหรือแก็สซึ่งคือ H จะถูกเผาไหม้กลายเป็นเชื้อเพลิง เป็นพลังงาน” เจ้าของอุปกรณ์ Aquaboost กล่าว

อ.ภูมินทร์ ขยายความถึงการทำงานว่า อุปกรณ์ Aquaboost จะมีท่อต่อกับท่อไอดีของเครื่องยนต์ เมื่อเครื่องยนต์จุดระเบิดจะเกิดสภาวะสุญญากาศในอุปกรณ์ที่บรรจุน้ำอยู่ ซึ่งความร้อนจะทำให้น้ำในอุปกรณ์เปลี่ยนสถานะเป็นไอก่อนจะถูกดูดอย่างรวดเร็วและรุนแรงผ่านท่อไอดี เมื่อเข้าไปปะทะกับความร้อนในเครื่องยนต์ที่อุณภูมิสูงถึง 500 องศาก็เกิดการออกซิไดเซชั่น แยกไฮโดรเจนออกมาจากอ๊อกซิเจน เกิดเป็นพลังงาน แต่เป็นพลังงานที่ดูดความร้อน จึงส่งผลให้ห้องเครื่องมีอุณหภูมิที่ลดลง และสิ่งที่เหลือจากการเผาไหม้ซึ่งปรากฎอยู่ปลายท่อไอเสียคือน้ำ

ซึ่งเจ้าของนวัตกรรม Aquaboost ยืนยันว่านอกจากจะช่วยประหยัดน้ำมันแล้ว การที่ทำให้เกิดการเผาไหม้สมบูรณ์ยังช่วยลดการสึกหรอของเครื่อง ทำให้เครื่องเดินเรียบ และที่สำคัญยังช่วยลดการปล่อยคาร์บอนได้ออกไซด์ ซึ่งจะช่วยลดฝุ่นควัน PM2.5 ลดมลพิษทางอากาศอีกด้วย

โดย อ.ภูมินทร์ กล่าวว่า เขาได้จดสิทธิบัตรนวัตกรรมนี้ไว้แล้ว ซึ่งในสิทธิบัตรได้จดถึงกระบวนการเอาไว้ด้วย หากมีทุนจะพัฒนาให้สมบูรณ์ขึ้นคือใช้น้ำอย่างเดียวโดยไม่ต้องใช้น้ำมัน เพราะนวัตกรรมนี้เพิ่งพัฒนาได้เพียง 1 เปอร์เซ็นต์ โดยความฝันของเขาในเบื้องต้นคืออยากให้รถยนต์ทุกคันติดตั้งอุปกรณ์นี้ตั้งแต่ในโรงงานเพื่อลดการใช้พลังงาน และช่วยลดมลภาวะทางอากาศ ซึ่งในส่วนนี้อาจจะต้องให้รัฐบาลเข้ามาช่วย

เมื่อถามว่าหากมีบริษัทต่างชาติมาขอซื้อสิทธิบัตรจะขายให้หรือไม่ จะตั้งราคาเท่าไหร่ เจ้าของนวัตกรรม Aquaboost ยืนยันว่า “จะไม่ขายให้ต่างขาติ เพราะผมอยากให้สิทธิบัตรนี้เป็นของคนไทย เป็นของประเทศไทย ผมอยากให้มีการสร้างโรงงานผลิตอุปกรณ์เพื่อขายไปทั่วโลก ซึ่งนอกจากจะนำรายได้เข้าประเทศแล้ว ก็จะมีการจ้างงานจำนวนมากอีกด้วย”

ด้านลุงเสริฐ กล่าวเสริมว่า ด้วยข้อจำกัดในเรื่องคนงาน และเวลาที่ใช้ในการติดตั้งทำให้อู่สามารถรับลูกค้าได้เพียงไม่เกิน 3 คันต่อวัน แต่ปัจจุบันมีลูกค้าติดต่อมาจากทั่วประเทศตั้งแต่เหนือสุดถึงใต้สุด ทำให้เขาเกิดไอเดียที่จะขยายเครือข่าย โดยการรับฝึกช่างจากทั่วประเทศให้สามารถติดตั้งอุปกรณ์นี้ได้ ซึ่งเมื่อเป็นแล้วหากลูกค้าติดต่อมาเขาก็จะส่งให้ไปติดตั้งกับอู่เครือข่ายที่อยู่ใกล้ที่สุด

“ผมอยากจะให้เผยแพร่ไปทั่วประเทศให้เป็นประโยชน์กับบ้านเมืองเราที่สุด ยิ่งตอนนี้เป็นยุคที่น้ำมันแพงมาก ผมอยากจะรับเครือข่ายอู่เล็ก ๆ ก็ได้ ที่ช่างพอรู้เรื่อง ไม่ต้องเก่งมากก็ได้ เข้ามาคุยกันมาที่อู่นำรถของตัวเองมาติดตั้ง โดยเราจะเทรนให้คุณติดตั้งจนเป็น โดยผมจะคิดค่าสอน แต่คิดค่าอุปกรณ์ชุดละ 2,500 บาท รวม 4 ชุด คุณอาจจะติดแค่ 2 แล้วอีก 2 ชุดเอาไปติดตั้งให้ลูกค้าต่อได้เลย หลังจากนี้หามีลูกค้าก็สามารถสั่งอุปกรณ์สำเร็จจากเราไปติดตั้ง หรือหากเรามีลูกค้าก็จะส่งไปให้ ผู้ที่สนใจไม่ว่าจาติดตั้งหรือมาเป็นเครือข่าย สามารถโทรติดต่อมาได้ที่ 088 9591618 สามารถแอดไลน์มาคุยที่เบอร์นี้ได้ หรือเข้าไปที่เฟซบุ๊ก ประเสริฐนิพัฒน์กุศล ยินดีให้คำปรึกษากับทุกท่านครับ” เจ้าของอู่รถใช้น้ำ กล่าวทิ้งท้าย