บีโอไอบุกจีน ขึ้นเวทีงาน “SEMICON China 2026” ดึงยักษ์ใหญ่ ดันไทยสู่ฐานผลิตเซมิคอนดักเตอร์ภูมิภาค

134

กรุงเทพฯ, วันที่ 27 มี.ค. – นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ในฐานะกรรมการและเลขานุการ คณะกรรมการนโยบายอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงแห่งชาติ เปิดเผยว่า บีโอไอได้จัดโรดโชว์ ณ นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 25 – 26 มีนาคม 2569 ร่วมกับสมาคมการค้าอุตสาหกรรมไทยเซมิคอนดักเตอร์ (THSIA) เพื่อเข้าร่วมงาน “SEMICON China 2026” ซึ่งเป็นงานประชุมด้านอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ระดับโลก รวมทั้งงานนิทรรศการเปิดตัวนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ของอุตสาหกรรมชิป ครอบคลุมห่วงโซ่อุปทานตั้งแต่อุตสาหกรรมต้นน้ำ (Front-end) ไปจนถึงปลายน้ำ (Back-end)

โดยเลขาธิการบีโอไอในฐานะผู้แทนประเทศไทย ได้ขึ้นเวทีนำเสนอศักยภาพและความพร้อมของประเทศไทย ในการเป็นฐานลงทุนสำคัญของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในภูมิภาค รวมทั้งทิศทางของยุทธศาสตร์เซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติ มาตรการสนับสนุนของภาครัฐ และแนวทางการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของระบบนิเวศ ทั้งด้านการพัฒนาบุคลากร การพัฒนาห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น เพื่อวางรากฐานการเติบโตของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในระยะยาว

นอกจากประเทศไทยแล้ว ยังมีผู้บริหารจากหน่วยงานส่งเสริมการลงทุนและองค์กรด้านเทคโนโลยีของหลายประเทศ ได้แก่ สิงคโปร์ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม ได้ร่วมนำเสนอและแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับศักยภาพของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้งโครงสร้างอุตสาหกรรม ทิศทางการพัฒนาในแต่ละประเทศ และโอกาสสร้างความร่วมมือในระดับภูมิภาคเพื่อเสริมสร้างฐานอุตสาหกรรมชิปของอาเซียนให้แข็งแกร่งและครบวงจรยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ บีโอไอได้หารือแผนธุรกิจกับผู้บริหารบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ จำนวน 5 บริษัท ได้แก่ 1) JCET Group  ผู้ให้บริการด้านการบรรจุและทดสอบชิปชั้นนำของโลก โดยเป็นอันดับ 1 ในจีน และอันดับ 3 ของโลก 2) China Key System  บริษัทเซมิคอนดักเตอร์ที่มีการผลิตครบวงจร ตั้งแต่การออกแบบ การผลิตแผ่นเวเฟอร์ การบรรจุและทดสอบ และให้บริการโซลูชัน 3) Empyrean Technology  ผู้นำอันดับ 1 ของจีนในด้านซอฟต์แวร์ออกแบบชิป (EDA) และอันดับ 4 ของโลก 4) NAURA Technology ผู้ผลิตอุปกรณ์และเครื่องจักรสำหรับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์อันดับ 1 ของจีน และอันดับ 5 ของโลก 5) Circuit Fabology Microelectronics Equipment ผู้ผลิตเครื่องจักรสำหรับพิมพ์ลายวงจรความละเอียดสูงสำหรับเซมิคอนดักเตอร์และ PCB

นอกจากนี้ นายนฤตม์ยังได้นำทีมบีโอไอพบปะหารือกับหน่วยงาน และเครือข่ายอุตสาหกรรมที่สำคัญ ได้แก่ สมาคม China Semiconductor Industry Association (CSIA) Shandong Semiconductor Chamber of Commerce และ Guangdong Industrial Technology Research Institute (GITRI) ซึ่งมีบทบาทในการสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี ตลอดจนเชื่อมโยงผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ โดยการหารือดังกล่าวมุ่งเน้นสร้างความร่วมมือ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรและการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานร่วมกับผู้ประกอบการไทย เพื่อยกระดับระบบนิเวศอุตสาหกรรมชิปของไทยในระยะยาว

“ในจังหวะเวลาที่ผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ของโลก รวมทั้งประเทศจีน เริ่มมองหาลู่ทางในการออกไปขยายฐานการผลิตชิปในต่างประเทศ ท่ามกลางสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่รุนแรงขึ้น และอาเซียนเป็นจุดหมายสำคัญของนักลงทุนกลุ่มนี้ บีโอไอมองเห็นโอกาสครั้งสำคัญนี้ จึงเดินหน้าดึงดูดการลงทุนจากผู้ประกอบการชั้นนำของโลก ควบคู่กับการเร่งยกระดับระบบนิเวศในประเทศ ทั้งด้านบุคลากร โครงสร้างพื้นฐาน และซัพพลายเชน ตามแผนยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติ โดยมุ่งพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างครบวงจร ตั้งแต่การออกแบบ การผลิตชิปต้นน้ำ การประกอบและทดสอบขั้นสูง รวมถึงการผลิตเครื่องจักรและอุปกรณ์การผลิตชิป เพื่อสร้างฐานอุตสาหกรรมชิปที่ยั่งยืนของไทย และปูทางสู่ ‘ชิปเมดอินไทยแลนด์” นายนฤตม์ กล่าว