หนุ่มโจ ! สุดแฮปปี้ขายที่ได้ 40 ล้าน สุดท้ายทุกขลาภมาเยือนแม่เลี้ยงฟ้องแบ่งสมบัติ

171

จากกรณีเมื่อวันที่ 1 เม.ย. 68 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจาก นายภูวัต หรือ โจ สังข์สวน อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 42 ต.สวนใหญ่ อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี หลังตนเองถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภูธรจังหวัดนายหนึ่งนำเงินไป 400,000 บาท เคราะห์ซ้ำกรรมซัด ยังถูกลูกชายของแม่เลี้ยงรวมหัวกับเพื่อนและตำรวจ ยัดยาเสพติด จนถูกกดเงินในบัญชีที่มี 1,169,990 บาท เหลือติดบัญชีเพียง 15 บาท และยังนำสร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท เลสข้อมือหนัก 2 บาท แหวนทองหนัก 1 บาท รวม 5 บาท มูลค่ากว่า 250,000 บาท ของตนเองไปด้วย ตนจึงอยากให้ผู้สื่อข่าวเป็นกระบอกเสียงช่วยติดตามเงินจำนวนดังกล่าวกลับคืนมา เพราะได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก


นายโจ กล่าวเพิ่มเติมว่า วันนั้นจากที่ตนไปออกรายการดัง ตนก็ได้ให้สัมภาษณ์ตามข้อเท็จจริงว่า มีใครบ้างที่ร่วมกันรับเงินและทรัพย์สินของตนไป เช่น ทองคำหนัก 5 บาท และนกกรงหัวจุก 2 ตัว ส่วนนายปีโป้ถูกข่มขู่ให้ไปกดเงินให้ มิฉะนั้นจะถูกอุ้มไปทำร้าย และได้รับค่าจ้างจำนวน 20,000 บาท จากนั้นตนจึงได้รู้ความจริงจาก นายปีโป้ และ นายอิง ว่าตัวเองถูกวางแผน ก่อนเกิดเหตุตนกลับมาถึงบ้านและเห็น ป้าอุ๋ย เซ็นเอกสารโดยการปลอมลายเซ็นของตน โดยบอกว่าจะขายบ้าน ตนจึงปฏิเสธและเดินหนี ต่อมาพวกเขาเกิดความไม่พอใจ จึงนำยาเค จำนวน 5 กรัม ไปยัดไว้ที่รถจักรยานยนต์ของตน ซึ่งตนมีพยานบุคคลที่รับรู้เหตุการณ์นี้


หลังจากนั้นมีเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกเข้ามาที่บ้านและค้นรถจักรยานยนต์ของตน พบยาเค จำนวน 5 กรัม และตำรวจได้ยื่นหมายค้นบ้านให้ตนดู ตนจึงแสดงตนว่า ตนเองพกอาวุธปืนที่มีทะเบียนถูกต้อง และยาเคนั้น ไม่ใช่ของตน จากนั้นตำรวจได้นำตัวตนไปที่กองสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี นำของกลางมาวางและบอกว่าจะเอายาเคออกให้ เหลือเพียงอาวุธปืน แต่มีเงื่อนไขว่าต้องจ่ายเงิน 400,000 บาท ตนจึงโอนเงินให้นายเต๋า (น้องชายของตน) เพื่อนำไปใช้เป็นเงินประกันตัว ตามที่เป็นข่าวโด่งดังไปก่อนหน้านี้ โดยคดีอยู่ในระหว่างขั้นตอนของการสู้คดีในศาล

ต่อมาเมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 15 มี.ค. 69 ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากหนุ่มโจคนดังว่า ตอนนี้ตนได้ขายบ้านพร้อมที่ดินกว่า 500 ตารางวา ไปแล้วในราคา 40 ล้านบาท ทางผู้ซื้อได้มัดจำและจ่ายตนมาแล้ว 20 ล้านบาท ส่วนที่เหลือก็นัดมอบกันในวันที่โอน ทำธุรกรรมสัญญาซื้อขายกันที่สำนักงานที่ดินจังหวัดนนทบุรี โดยในวันนี้ผู้สื่อข่าววังเกตุพบว่าหนุ่มโจเองนั้น ได้ใส่สร้อยคอทองคำ-เลสข้อมือทองคำเส้นโตรวมทั้งแหวนทองคำอวดโชว์ให้ผู้สื่อข่าวดูแทบจะเรียกว่า “เสี่ยโจ” เลยก็ว่าได้


นายภูวัต หรือโจ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวต่อว่า หลังจากที่ตนขายบ้านได้แล้ว ตนก็ได้ลงทุน เลี้ยงไก่ชน เพื่อนำลงแข่งขันในสนามแข่ง มีชนะบ้างแพ้บ้างเป็นธรรมดา และบ้านที่ตนอยู่หลังนี้ก็เตรียมย้าย ออกไปในวันสองวัน โดยตนได้ไปปลูกบ้านใหม่ภายในซอยสุเหร่าพระนั่งเกล้า ซึ่งเป็นที่ดินเปล่าของคุณแม่ตนที่ให้ไว้ และตนก็ยึดอาชีพเพาะไก่ชนเลี้ยงไก่ชนไว้ขายและลงแข่ง โดยหนุ่มโจได้แสดงวิธีการให้น้ำไก่ชน การฝึกฝนไก่ชนให้มีความพร้อมในการลงสนามให้ผู้สื่อข่าวดู


ส่วนเรื่องคดีที่เป็นข่าวอยู่นั้นตนก็ได้ให้ทนายฟ้องร้องทางฝ่ายแม่เลี้ยงลูกเลี้ยงและคู่กรณีที่เอาทรัพย์สินตนเองไป แต่ที่น่าเจ็บใจที่สุดตอนนี้ก็คือ หลังจากที่ตนเองขายบ้านไปได้ 40 ล้านแล้วนั้น ปรากฏว่าทางแม่เลี้ยงได้ให้ทนายฝ่ายเขายื่นโนติส ส่งมาให้กับตน โดยอ้างว่าเงินที่ขายบ้านได้ 40 ล้านนั้น ทางแม่เลี้ยงกับลูกเลี้ยงต้องมีส่วนได้ และต้องนำมาแบ่งเท่าๆกัน เนื่องจากทางแม่เลี้ยงเป็นผู้จัดการมรดกของบิดาตน เรื่องนี้ตนเองไม่ยอมเด็ดขาด และยืนยันว่าจะไม่แบ่งเงินที่ขายบ้านในครั้งนี้ให้แม้แต่บาทเดียว ส่วนคดีความของตนที่ถูกแจ้งหรือตนแจ้งคู่กรณีนั้นขอให้ไปเจอกันในชั้นศาลเลยตนพร้อมสู้คดีจนถึงที่สุด