ปลัด พม. ร่วมประชุมโต๊ะกลมระดับรัฐมนตรี ในเวที UN พร้อมยืนยัน ไทยทำงานเต็มที่เพื่อสตรีสูงวัยทุกคน มุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างทั่วถึง

เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 เวลา 12.30 น. (ตามเวลาท้องถิ่นนครนิวยอร์ก ) ณ สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ (UN) นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.) ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทย พร้อมด้วยนางจตุพร โรจนพานิช อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว และคณะผู้แทนไทย ร่วมการประชุมโต๊ะกลมระดับรัฐมนตรีหัวข้อ “การบรรลุความเสมอภาคระหว่างเพศและการเสริมพลังให้แก่สตรีสูงวัยทุกคน (Ministerial round tables on the emerging issue/focus area : Achieving gender equality and the empowerment of all older women)” ในการประชุมคณะกรรมาธิการว่าด้วยสถานภาพสตรี (Commission on the Status of Women – CSW) สมัยที่ 70
นายกันตพงศ์ กล่าวว่า ประเทศไทยพร้อมทำงานอย่างเต็มที่เพื่อให้สตรีสูงวัยทุกคนได้รับการเสริมพลังและเข้าถึงสิทธิ โดยนำเสนอผลการขับเคลื่อนของประเทศไทยที่กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรอันเกิดจากอัตราการเกิดลดลงและกำลังก้าวสู่สังคมสูงวัยระดับสุดยอด (Super-Aged Society) อย่างรวดเร็ว จึงเป็นประเด็นท้าทายที่ต้องรับมือ โดยได้ขับเคลื่อนข้อเสนอเชิงนโยบาย เพื่อแก้ปัญหาวิกฤตประชากรและสังคมสูงวัย เพื่อเสริมพลังวัยทำงานให้สามารถตั้งตัวได้ สร้างและดูแลครอบครัวได้ พร้อมทั้งจัดทำมาตรการเสริมสร้างความสมดุลในการทำงานและชีวิตครอบครัว และการสร้างพลังผู้สูงอายุ โดยกระทรวง พม. ได้ขับเคลื่อนมาตรการสำคัญ ดังนี้
- การเสริมพลังวัยทำงาน โดยการสร้างรายได้ ลดรายจ่ายของครัวเรือน เพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งทุนและการออม
- การส่งเสริมการศึกษาแก่สตรีทุกช่วงวัย โดยมุ่งเน้นการศึกษา สร้างการมีส่วนร่วมของสตรีสูงวัยทุกมิติ
- การสร้างพลังผู้สูงอายุ พลิกวิกฤตทางประชากรให้เป็นโอกาส ด้วยหลายมาตรการ ทั้งด้านสุขภาพและเศรษฐกิจ รวมถึงการสร้างสิทธิสวัสดิการแก่ผู้สูงอายุ
- การส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ โดยเพิ่มโอกาสทางการศึกษา การจ้างงาน การเข้าถึงสิทธิอย่างครบถ้วน การปรับสภาพแวดล้อมให้เอื้อประโยชน์ต่อคนพิการ
- การสร้างระบบนิเวศที่เหมาะสมเพื่อพัฒนาความมั่นคงของครอบครัว โดยภาครัฐและเอกชนร่วมกันพัฒนาระบบสวัสดิการที่เหมาะสมและทั่วถึง สร้างชุมชนน่าอยู่และบ้านสำหรับคนทุกช่วงวัย รวมทั้งการฟื้นฟูสภาพแวดล้อมของครอบครัว และการส่งเสริม Green Economy
นอกจากนี้ ประเทศไทยมีแผนปฏิบัติการด้านผู้สูงอายุ ระยะที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2580) เพื่อเป็นกรอบแนวทางในการส่งเสริม คุ้มครอง และพัฒนาศักยภาพผู้สูงอายุของประเทศอย่างต่อเนื่อง ด้วยการบูรณาการแผนในทุกระดับ นำไปสู่การขับเคลื่อนงานด้านผู้สูงอายุ เพื่อเพิ่มคุณค่า และศักดิ์ศรีของผู้สูงอายุทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สุขภาพ และสภาพแวดล้อม , การเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและนวัตกรรมอย่างทั่วถึง เท่าเทียมและเป็นธรรม โดยให้ผู้สูงอายุอยู่ในสังคมได้ และลดการพึ่งพาจากรัฐ
นายกันตพงศ์ เน้นย้ำว่า ประเทศไทยยืนยันคำมั่นว่าพร้อมทำงานอย่างเต็มที่เพื่อให้สตรีสูงวัยทุกคนได้รับการส่งเสริม คุ้มครอง และพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างทั่วถึง

