“ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง” พร้อมคู่กรณี ขึ้นศาลนัดพร้อม คดีปลอมลายเซ็นจัดตั้งมูลนิธิฯ เผยมีหลักฐานสำคัญ พร้อมสู้คดี

126

จากกรณีเมื่อวันที่ 24 ต.ค. 68 นายเสฎฐวุฒิ คีรีพอน นิติกรชำนาญการ สำนักงานจังหวัดนนทบุรี ซึ่งได้รับมอบอำนาจจากนายเกียรติศักดิ์ ตรงศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี เดินทางเข้าแจ้งความต่อ พ.ต.ท.สมอาจ หมั่นอุตส่าห์ รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.บางบัวทอง เพื่อดำเนินคดีกับ น.ส.ชลิดา พะละมาตย์ หรือ “ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง” ประธานมูลนิธิเป็นหนึ่ง กรณีปลอมลายมือชื่อบุคคลอื่นยื่นใช้ในการจดทะเบียนมูลนิธิฯกับที่ว่าการอำเภอบางบัวทอง โดยไม่ได้รับความยินยอม พร้อมเตรียมยื่นคำร้องต่อศาลแขวงจังหวัดนนทบุรี เพื่อขอเพิกถอนใบทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิเป็นหนึ่งต่อไป



ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 11 มี.ค. 69 ที่ศาลแขวงจังหวัดนนทบุรี น.ส.วิไลลักษณ์ ไชยชาญ หรือ ซ้อลักษณ์, นายอภิชาติ ยศสมบัติ ทนายความ พร้อมด้วย น.ส.บุญยนุช แสงศรี เจ้าของเพจ “ออยศรีและผองเผือก” ได้เดินทางมาขึ้นศาลนัดพร้อม คดีปลอมลายเซ็นจัดตั้งมูลนิธิฯ โดย น.ส.วิไลลักษณ์ หรือ ซ้อลักษณ์ ได้เปิดใจกับผู้สื่อข่าวว่า ตนไม่ได้มีความกังวลใจอะไร ให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการ หากเจอหน้ากันกับคุณต้นอ้อก็สามารถพูดคุยกันได้ปกติ ตนมั่นใจในหลักฐานที่มี กรณีคุณต้นอ้อจะปฏิเสธข้อกล่าวหาก็เป็นสิทธิของเขา ที่ผ่านมาระหว่างตนกับคุณต้นอ้อไม่มีการติดต่อพูดคุยอะไรกัน

นายอภิชาติ ทนายความ กล่าวว่า ตนได้เดินทางมาพร้อมกับคุณวิไลลักษณ์ ซึ่งเป็นผู้เสียหายในคดีอาญากรณีถูกปลอมลายมือชื่อจัดตั้งมูลนิธิฯ ส่วนรายละเอียดต่างๆต้องขอสงวนไว้เนื่องจากระเบียบของมารยาททนายความที่ต้องรักษารายละเอียดของลูกความไว้ วันนี้เรามีสิทธิ์ยื่นคำร้องขอเป็นโจทย์ร่วม และขอค่าสินไหมทดแทนในส่วนของคดีแพ่งตามสิทธิของผู้เสียหายที่กฎหมายให้ไว้ ซึ่งวันนี้เรามาใช้สิทธิ์ตามที่ศาลได้มีการนัดพร้อม จึงไม่อยากให้มีการแถลงข่าวอะไรมาก โดยส่วนตัวไม่มีความกังวลใจอะไร



น.ส.บุญยนุช เจ้าของเพจ “ออยศรีและผองเผือก” กล่าวว่า จากกรณีคดีปลอมลายเซ็นจัดตั้งมูลนิธิฯ ในส่วนของคดีความแยกผู้เสียหายเป็น 2 คน คือ 1.คุณวิไลลักษณ์ 2.ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี ที่เคยส่งนิติกรจังหวัดไปแจ้งความดำเนินคดี ส่วนการนำเอกสารปลอมไปยื่นให้เจ้าหน้าที่รัฐจดแจ้ง ตัวของคุณต้นอ้อก็เคยได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อว่าเป็นการลงลายมือชื่อแทน การต่อสู้คดีก็อาจจะเข้มข้น เพราะทุกคนไม่มีสิทธิ์นำเอกสารปลอมไปให้เจ้าหน้าที่รัฐจดแจ้ง จนนำไปสู่การที่ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี มอบหมายให้นิติกรจังหวัดมาแจ้งความดำเนินคดี ส่วนตัวของตนเองก็ได้มีการแจ้งความหมิ่นประมาทกับคุณต้นอ้อด้วย ซึ่งในขณะนี้ตัวของคุณต้นอ้อก็มีคดีที่ศาลตัดสินจำคุกโดยไม่รอลงอาญา และอยู่ระหว่างการประกันตัว

ต่อมา เวลา 09.20 น. น.ส.ชลิดา พะละมาตย์ หรือ “ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง” ประธานมูลนิธิเป็นหนึ่ง พร้อมด้วยนายพนา เลิศเชิดชูพงศ์ ทนายความ ได้เดินทางมาศาลตามนัด และให้สัมภาษณ์กับสื่อสั้นๆ ก่อนเดินขึ้นไปบนห้องพิจารณา

ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง กล่าวว่า ตนไม่เคยคุยกับคู่กรณีตั้งแต่เป็นข่าวครั้งแรก ตนรู้สึกโอเคขึ้นจากครั้งแรกๆที่อาจจะมีคำพูดที่ไม่ได้คัดกรองมา ด้วยความที่อาจจะเป็นทนายคนเดิมที่ให้พูดแบบนั้น ซึ่งตอนนี้ตนมีทนายคนใหม่เข้าให้การช่วยเหลือ มาแก้ปัญหาให้ จากนี้ตนก็มีทีมกฎหมายที่จะมาดูแลเรื่องของคดีตนเองและงานของมูลนิธิฯ ตนบอกไว้ทุกครั้งว่ารอกระบวนการตามกฎหมาย หลังจากนี้ตนก็ยังทำงานช่วยเหลือสังคมอยู่ ไม่ได้หมายความว่าตนมีคดีแล้วต้องหยุดใช้ชีวิต หยุดทำงานหรือช่วยคน ตนมองถึงประโยชน์ส่วนตัวมากกว่าที่จะมาซัดกันว่าตนมีคดี ตนอย่าฟอกขาว แรกๆมีผลกระทบ แต่สุดท้ายก็มีประชาชนก็ยังเชื่อมั่นและอยากให้ตนเข้าไปช่วยเหลือ ตนก็ต้องใช้เวลาพิสูจน์ตัวเอง ตนไม่สามารถแก้ไขอดีตได้ ปัจจุบันก็พยายามทำให้ดีที่สุด ถือเป็นบทเรียนในการคบคน ขอบคุณ FC ทุกคนที่เชื่อใจและมั่นใจในตัวของตนเองอยู่ ตนไม่ได้เป็นคนดี 100% แต่ไม่ได้แปลว่าเราแก้ไขอะไรไม่ได้ อยากให้แยกแยะระหว่างเรื่องของตนกับครอบครัว ไม่ใช่ว่าจะไปเล่นทุกคนรอบตัวของตนหมดเลย



นายพนา ทนายความ กล่าวว่า วันนี้ตนได้เดินทางมาพร้อมกับคุณต้นอ้อกรณีที่ถูกฟ้องเรื่องการปลอมลายเซ็นตามที่เป็นข่าว นัดนี้เป็นครั้งแรกที่อัยการยื่นฟ้องและนัดตรวจพยานหลักฐาน โดยตนจะต้องไปดูว่ามีพยานหลักฐานอะไรบ้าง เท่าที่ตนสอบถามข้อเท็จจริงกับทางคุณต้นอ้อว่ามีหลักฐานที่สำคัญว่าคุณต้นอ้อไม่ใช่ผู้ปลอมแปลงลายเซ็น นั่นคือหลักฐานจากการที่คุณวิไลลักษณ์ได้เดินทางไปแจ้งความครั้งแรก มีการส่งข้อความแชทหาคุณต้นอ้อจริงว่าให้ลงลายมือชื่อแทนให้หน่อย แต่มีอีกอย่างคือคุณวิไลลักษณ์ก็ได้ติดต่อไปยังอีกบุคคลหนึ่งว่าให้ลงลายมือชื่อแทน ซึ่งคุณวิไลลักษณ์เองก็ทราบว่าคนที่ลงลายมือชื่อแทนคือบุคคลนั้น นี่คือข้อต่อสู้ที่เราจะต้องพิสูจน์เรื่องลายมือชื่อที่แท้จริงว่าเป็นของใคร โดยส่วนตัวมั่นใจว่าเป็นของอีกบุคคลหนึ่ง ดังนั้นก็จะไม่เป็นความผิดฐานปลอมแปลงลายเซ็น หลังจากนี้ตนให้คำมั่นสัญญาว่าในทุกๆเรื่องของคุณต้นอ้อ ตนจะเข้ามาช่วยดูแลให้ ทั้งในเรื่องการต่อสู้คดี อยากให้ FC ทุกคนสบายใจ นอกจากนี้คุณต้นอ้อก็พร้อมที่จะช่วยเหลือทุกคนอย่างจริงใจ