สตม.เปิดปฏิบัติการล่าผู้ร้ายข้ามแดน รวบหนุ่มจีนคดีฉาวหลายข้อหา หลบกบดานหมู่บ้านหรูกลางกรุง หลังหนีหมายจับศาลอาญา เจ้าตัวยอมรับสิ้น เตรียมส่งอัยการดำเนินคดี พร้อมเดินหน้าประสานตำรวจสากล สกัดอาชญากรรมข้ามชาติอย่างเข้มข้น

ตามนโยบาย พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. กำหนดให้เพิ่มความเข้มข้นปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะคดีผู้กระทำผิดตามหมายจับผู้ร้ายข้ามแดน หมายจับที่มีคนต่างด้าวกระทำความผิด ตามนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งให้ความสำคัญกับการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทุกรูปแบบ เพิ่มความร่วมมือระหว่างประเทศ ซึ่งสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กำชับเร่งรัดการปฏิบัติ เพื่อขับเคลื่อนการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ

วันที่ 10 มี.ค.69 เวลาประมาณ 14.10 น. ตามสั่งการของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ภานพ วรธนัชชากุล ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.รัฐโชติ โชติคุณ รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.ชูวงษ์ อุทัยสาง ผกก.ปอพ.บก.สส.สตม. และ พ.ต.ท.วิทยา ทองผึ้ง รอง ผกก.ปอพ.บก.สส.สตม. ได้สั่งการให้ พ.ต.ต.จุรินทร์ชาติ โสตะ สว.กก.ปอพ.บก.สส.สตม. พร้อมด้วยชุดสืบสวนที่ 1 กก.ปอพ.บก.สส.สตม. ออกทำการติดตาม สืบสวน จับกุมบุคคลต่างด้าวที่มีหมายจับผู้ร้ายข้ามแดน ได้จับกุมตัว นายโฮ่ว (นามสมมุติ) สัญชาติจีน อายุ 33 ปี ถือหนังสือเดินทางจีน และหนังสือเดินทางวานูอาตู โดยกล่าวหาว่า “กระทำผิดตามหมายจับผู้ร้ายข้ามแดน” ตามหมายจับของศาลอาญา ลงวันที่ 2 ก.พ.2569 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ลักทรัพย์สินของรัฐหรือสาธารณะในจำนวนมาก หรือลักทรัพย์หลายครั้ง ลักทรัพย์โดยบุกรุกเข้าไปในเคหสถาน ลักทรัพย์โดยพกพาอาวุธ หรือลักทรัพย์โดยวิธีการฉ้อฉล” ซึ่งอัยการสูงสุดได้ขออนุมัติออกหมายจับ

เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กก.ปอพ.บก.สส.สตม. ทำการสืบสวนจนทราบว่า นายโฮ่ว หลบหนีหมายจับดังกล่าว มาพักอาศัยกับภรรยาคนไทย ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งย่านลาดพร้าว-เกษตรนวมินทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร เมื่อไปถึงพบบุคคลต่างด้าวมีลักษณะคล้ายบุคคลตามหมายจับ ยืนอยู่บริเวณหน้าบ้านหลังดังกล่าว จึงได้แสดงตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.ปอพ.บก.สส.สตม. ขอตรวจสอบหนังสือเดินทาง ซึ่งจากการตรวจสอบหนังสือเดินทางพบว่าเป็นบุคคลเดียวกันกับหมายจับนี้จริง จึงได้แสดงหมายจับของศาลอาญา โดยกล่าวหาว่า “กระทำผิดตามหมายจับผู้ร้ายข้ามแดน” จากการสอบถาม นายโฮ่ว ยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับนี้จริง และยังไม่เคยถูกจับกุมตามหมายจับนี้ หรือมอบตัวในคดีนี้มาก่อน จากนั้นเจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุม ได้แจ้งข้อกล่าวหา ตามหมายจับให้ทราบ พร้อมทั้งแจ้งสิทธิให้ผู้ถูกจับกุมทราบ จากนั้นจึงควบคุมตัวส่งพนักงานอัยการ สำนักงานต่างประเทศ สำนักงานอัยการสูงสุดเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ สตม.เร่งรัดขับเคลื่อนการประสานงานกับตำรวจสากล และองค์กรระหว่างประเทศ เช่น Interpol Europol และ ASEANAPOL เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล อันจะช่วยเสริมศักยภาพในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ตามนโยบายของ ผบ.ตร. อย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง

สำหรับมาตรการภายในองค์กร นายกรัฐมนตรีกำชับให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการทางวินัยอย่างเข้มงวดต่อข้าราชการตำรวจที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับอาชญากรรม เพื่อสร้างความโปร่งใส และเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน โดยนายกรัฐมนตรีมีความเชื่อมั่นในศักยภาพของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมขอให้ทุกฝ่ายปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลัง เพื่อสร้างสังคมที่ปลอดภัยและมั่นคงให้กับประชาชนทุกคน

