“นายกฯหนู” แบ๊กดี​ วอนจัดหนักปราบยาทุกมิติ​ ปมพลังงานไม่ขอ-เพราะไร้น้ำยา                                 

145


             ทุกครั้งที่จัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลที่มาจากเผด็จทหารหรือรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง  มีเสียงเรียกร้องจากประชาชนทั้งประเทศขอให้ปราบปรามยาเสพติดเป็นนโยบายเร่งด่วน ทุกรัฐบาลต่างขานรับผลักดันเป็นวาระแห่งชาติ

              พอถึงการปฏิบัติจริงกับไร้ผล แม้แต่รัฐบาลเผด็จการทหารภายใต้การนำของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีอำนาจเต็มแบบเบ็ดเสร็จ ยาเสพติดแพร่ระบาดเข้าไปถึงเกือบทุกชุมชน พอกลายร่างมาเป็นรัฐบาลเลือกตั้ง ยาเสพติดยังแพร่ระบาดเหมือนเดิม

              ครั้นมาสู่ยุคของนายเศรษฐา ทวีสิน และน.ส.แพทองธาร ชินวัตร จากพรรคเพื่อไทย ประชาชนต่างคาดหวังว่าจะยึดนโยบายแบบรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ที่ปราบปรามแบบเฉียบขาด ไม่ได้เป็นดังหวังเพราะไม่ทันจะขยับได้มาก ถูกองค์กรอิสระฆ่าตัดตอนไปเรียบร้อยแล้ว

             ปัญหายาเสพติดหมักหมมเรื่อยมากว่า 20 ปี นับแต่รับบาลทักษิณ ถูกรัฐประหาร  รัฐบาลแต่ละชุดไม่ได้สั่งจัดการแบบเฉียบขาด ยาเสพติดแพร่ระบาดเข้าสู่ชุมชนแบบฝังรากลึก ผู้เสพยาเพิ่มจำนวนมากขึ้นกระจายไปยังทุกกลุ่มไม่ว่าจะเป็นนักเรียน นักศึกษา ข้าราชการ สมเณร พระภิกษุ และชาวบ้านมีอายุตั้งแต่ 30 ปีขึ้นไป

              สถานการณ์การแพร่ระบาดของยาเสพติดชาวบ้านจะทราบกันดีว่าแต่ละชุมชนจะมีหลายครอบครัวที่สมาชิกตกเป็นทาสยาเสพติด ปรากฏเป็นข่าวให้เห็นอยู่บ่อยครั้งที่ผู้เสพคลั่งยาทำร้ายพ่อ แม่ ญาติ พี่ น้องและชาวบ้านทั่วไป รวมถึงเผาทำลายทรัพย์สิน

          สัปดาห์ก่อนสื่อนำเสนอข่าวหญิงสาววัย 48 ปี ชาวระยองทำร้ายแม่ได้รับบาดเจ็บ เพราะแค้นที่ไม่ยอมให้เงินไปซื้อยาเสพ หลังตำรวจเข้าระงับเหตุยอมรับว่าติดยาบ้ามานานตั้งแต่วัยรุ่น ขอเงินแม่ไปซื้อยาราคาเม็ดละ 40 บาท ไม่ยอมให้

      ขณะที่พี่ชายเล่าว่าเคยมารับไปแม่อยู่ด้วย แต่แม่ไม่ยอมไปเพราะห่วงน้องสองคน ผู้หญิงที่ก่อเหตุและน้องชายคนสุดท้อง ทั้งสองติดยาเสพติดมานานแล้ว เคยเข้าบำบัดแต่กลับมาเสพเหมือนเดิม​ หรือข่าวล่าสุดวันที่ 10 มีนาคม พ่อวัยประมาณ 30 ปี คลั่งยาจับลูกผูกคอลากไปตามถนน เหตุเกิดในพื้นที่ จ.ยะลา หรือข่าวชายวัย 60 ปี คลั่งยาอาละวาดอยู่ในบ้าน พื้นที่ ต.ดอนโพธิ์ทอง อ.เมือง สุพรรณบุรี เหตุเกิดวันที่ 9 มีนาคม หรือชายวัย 31 ปี คลั่งยาชักปืนยิงพี่ชายวัย 43 ปี เสียชีวิต เหตุเกิด อ.เมือง ตรัง วันที่ 8 มีนาคม

        ตัวอย่างที่ยกมาเพื่อสื่อให้เห็นว่ายาเสพติดได้เซาะกร่อนสังคมและชุมชนอย่างหนักแล้วแถมกระจายอยู่ในทุกกลุ่มอายุ โดยเฉพาะอายุ 30-60 ปี เป็นวัยทำงานเป็นหัวหน้าครอบครัว และในอนาคตจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศ  นอกจากรัฐบาลต้องรับภาระดูแลผู้สูงวัยแล้ว ยังต้องแบกภาระดูแลผู้สูงวัยที่ตกเป็นทาสยาเสพติดอีกต่างหาก รายจ่ายจะเพิ่มเป็นสองเท่า

            ดังนั้นเมื่อรัฐบาลนายอนุทิน เข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการอยากให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหายาเสพอย่างจริงจัง การปราบปรามต้องจัดหนักเฉียบขาดแบบยุคนายทักษิณ กระบวนการบำบัดต้องทำอย่างจริงจัง แนวทางคงไม่ต้องบอกเพราะหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องล้วนมีแผนงานอยู่แล้ว รอเพียงรัฐบาลสั่งการให้ดำเนินการเท่านั้น

          แต่การปราบปรามยาเสพติดแบบตาต่อตาฟันต่อฟัน นายกรัฐมนตรีเดินนำหน้า ต้องเจอแรงกระแทกหนักแน่ ดูอย่างนายทักษิณ ระหว่างที่ปราบยาอย่างหนักถูกปองร้ายหลายครั้ง เพราะนายทักษิณ เดินนำหน้าแบบโดดเดี่ยวไร้แบ๊กดี

   
      ต่างจากนายอนุทิน เป็นทราบกันดีว่ามีแบ๊กดี ทุกองค์กรที่มีบทบาทบริหารประเทศไม่ว่าจะ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภา และองค์กรอิสระทั้งหลายล้วนอยู่ในเครือข่ายพรรคสีน้ำเงิน รวมถึงกุล่มผู้กุมอำนาจและกลุ่มอนุรักษ์นิยม พร้อมที่จะเป็นกำแพงให้นายอนุทิน ยืนพิงได้อย่างอบอุ่นใจ

      ดังนั้นถ้ามององคาพยพจัดว่านายอนุทิน มีความพร้อมกว่าอดีตนายกรัฐมนตรีทุกคนที่เคยประกาศทำสงครามกับยาเสพติด เพราะผลการปราบปรามอย่างหนักเท่ากับไปขวางผลประโยชน์มหาศาลของแก๊งค้ายาเสพติด หากนายอนุทิน กล้าประกาศทำสงครามยาเสพติดด้วยการขีดเส้นว่าต้องเบาบางภายใน 6 เดือนหมดสิ้นภายในหนึ่งปี ผู้เสพต้องได้รับการบำบัดอย่างทั่วถึง

   นอกจากจะกลายเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงที่ประชาชนกล่าวขานถึงแบบยุคนายทักษิณแล้ว ยังช่วยถอนทุกข์ให้กับทุกครอบครัวที่สมาชิกตกเป็นทาสยาเสพติด เพราะต่างทราบกันดีว่าถ้าสมาชิกตกเป็นทาสยาเสพติดเพียงคนเดียวเสมือนตกนรกกันทั้งบ้าน การทำสงครามยาเสพติดหากนายอนุทิน ประกาศลุยทันทีแบบไม่ต้องเกรงอกเกรงใจใคร จะได้เสียงชื่นชมจากประชาชนทั้งประเทศว่าพูดแล้วทำมีอยู่จริงในรัฐบาลพรรคภูมิใจไทย

        ที่สำคัญช่วยทดแทนความรู้สึกของประชาชนที่เสียไปกับคำสัญญาที่นายอนุทิน บอกเมื่อวันที่ 4 มีนาคมว่าจะตรึงราคาน้ำมันดีเซลและกลุ่มแก๊สโซฮอล์ไปอีก 15 วัน และบริษัท ปตท.ฯขานรับว่าจะทำตาม ผ่านไปเพียงแค่ 6 วัน แก๊ลโซฮอล์ขยับขึ้นแล้วลิตรละ 50 สตางค์ แบบที่นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นั่งตาปริบๆ !!!