“ทนายอนันต์ชัย” ผนึกสมาคมผู้สื่อข่าวต้านคอร์รัปชั่นฯ ยื่นเรื่องต่อสำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า ขอให้ตรวจสอบ 3 แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ ได้แก่ TikTok, Shopee และ Lazada หลังถูกร้องเรียนกำหนดบริษัทขนส่งเฉพาะ ทำผู้ขายออนไลน์ไม่สามารถเลือกผู้ให้บริการได้อย่างเสรี ส่อเข้าข่ายผูกขาดทางการค้า กระทบผู้ประกอบการและผู้บริโภคทั่วประเทศ
เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 เวลา 10.00 น. อนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความชื่อดัง พร้อมตัวแทนจาก สมาคมผู้สื่อข่าวต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) เพื่อขอให้ตรวจสอบกรณีแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ของประเทศ 3 แห่ง ได้แก่ TikTok, Shopee และ Lazada ว่ามีพฤติการณ์เข้าข่ายผูกขาดทางการค้า จากการกำหนดผู้ให้บริการขนส่งเพียงบางราย ส่งผลให้ผู้ประกอบการร้านค้าออนไลน์และผู้บริโภคไม่สามารถเลือกบริษัทขนส่งได้อย่างเสรี
อนันต์ชัย เปิดเผยว่า การยื่นร้องเรียนครั้งนี้เกิดขึ้นหลังสมาคมผู้สื่อข่าวต้านคอร์รัปชั่นฯ ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้เสียหายจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ประกอบการร้านค้าออนไลน์ที่ได้รับผลกระทบจากระบบการจัดส่งสินค้าของแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซขนาดใหญ่ พร้อมอธิบายว่า เดิมทีธุรกิจขนส่งพัสดุในไทยมีลักษณะผูกขาดกับ Thailand Post หรือบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เพียงรายเดียว แต่ต่อมาได้มีผู้ให้บริการขนส่งเอกชนเข้ามาแข่งขันในตลาดมากขึ้น ทำให้เกิดการแข่งขันและทางเลือกที่หลากหลายสำหรับผู้ใช้บริการ
อย่างไรก็ตาม จากการรวบรวมข้อมูลร้องเรียนพบว่า มีแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ 3 รายใหญ่ที่ถูกร้องเรียนมากที่สุด โดยผู้ประกอบการระบุว่าแพลตฟอร์มดังกล่าวกำหนดให้ใช้บริการขนส่งเฉพาะ ได้แก่ TikTok กำหนดให้ใช้บริการของ J&T Express Shopee กำหนดให้ใช้ Shopee Express และ Lazada กำหนดให้ใช้ Lazada Express การกำหนดลักษณะดังกล่าวทำให้ผู้ขายไม่สามารถเลือกบริษัทขนส่งรายอื่นได้ ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการบางพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลที่อาจไม่มีจุดให้บริการของบริษัทขนส่งที่แพลตฟอร์มกำหนด
ทนายอนันต์ชัย ระบุว่า การร้องเรียนครั้งนี้มี 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ การกำหนดผู้ให้บริการขนส่ง การระบุเงื่อนไขการใช้บริการขนส่ง การกำหนดค่าบริการโดยผู้ขายไม่สามารถเลือกผู้ให้บริการรายอื่นได้ ซึ่งพฤติการณ์ดังกล่าวอาจเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ.2560 มาตรา 50, 54, 55, 57 และ 58 โดยมีโทษทั้งทางอาญา จำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับไม่เกินร้อยละ 10 ของรายได้ในปีที่กระทำความผิด การยื่นร้องเรียนครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าแพลตฟอร์มทั้ง 3 แห่งมีการกำหนดผู้ให้บริการขนส่งจริงหรือไม่ หากพบว่ามีการกระทำผิดก็ให้ดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมเสนอให้มีมาตรการหรือกฎหมายเพิ่มเติมเพื่อสร้างการแข่งขันทางการค้าอย่างเป็นธรรม
ด้าน นายวิษณุ วงศ์สินศิริกุล ผู้ช่วยศาสตราจารย์ และเลขาธิการคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า ชี้แจงว่า ประเด็นที่อาจเข้าข่ายความผิดไม่ได้มีเพียงเรื่องการขนส่งเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเงื่อนไขด้านโปรโมชั่น และการปรับขึ้นค่าธรรมเนียมบนแพลตฟอร์มด้วย
เบื้องต้น สำนักงานอยู่ระหว่างจัดทำร่างประกาศกำกับดูแลธุรกิจบริการซื้อขายสินค้าบนแพลตฟอร์มการค้า ซึ่งคาดว่าจะประกาศใช้ได้ภายในเดือนหน้า โดยกฎหมายดังกล่าวจะมีทั้งบทลงโทษทางอาญาและทางปกครอง
ทั้งนี้ นายวิษณุ ระบุเพิ่มเติมว่า หากผู้ประกอบการรายใดได้รับผลกระทบสามารถเข้ายื่นร้องเรียนหรือแจ้งความดำเนินคดีในทางอาญาได้ พร้อมย้ำว่าในอนาคต แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซจะต้องเปิดโอกาสให้ผู้ขายสามารถเลือกผู้ให้บริการขนส่งได้อย่างอิสระ และต้องไม่บังคับใช้บริการของบริษัทใดบริษัทหนึ่ง หากตรวจพบการกระทำดังกล่าวอาจมีมาตรการลงโทษทันที

