ตร.เดินหน้าแผนพัฒนางานสอบสวน ยกระดับระบบ-สวัสดิการ เสริมฟันเฟืองหลักองค์กร

141

สำนักงานตำรวจแห่งชาติเดินหน้าขับเคลื่อนแผนบริหารและพัฒนางานสอบสวนแบบครบวงจร ทั้งด้านการให้บริการประชาชน ระบบการปฏิบัติงาน และการพัฒนาบุคลากรพร้อมสวัสดิการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพงานคดีและเสริมศักยภาพ “พนักงานสอบสวน” ซึ่งถือเป็นกำลังหลักขององค์กร โดยเตรียมปรับโครงสร้างตำแหน่งสายสอบสวนให้ยืดหยุ่น เลื่อนไหลได้ถึงระดับรองผู้บังคับการ ควบคู่การพัฒนาระบบเทคโนโลยีและแอปพลิเคชัน Police Care เพื่อยกระดับการเข้าถึงบริการด้านกฎหมายและงานสอบสวนของประชาชนทั่วประเทศ

พล.ต.ท.ชัยต์พจน สูวรรณรักษ์ ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล/รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

วันนี้ (9 มีนาคม 2569) พล.ต.ท.ชัยต์พจน สูวรรณรักษ์ ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล/รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.)ได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รอง ผบ.ตร. (รับผิดชอบงานกฎหมายและคดี) เป็นผู้อำนวยการศูนย์บริหารและพัฒนางานสอบสวน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศส.ตร.) ขับเคลื่อนแผนบริหารและพัฒนางานสอบสวนให้ครอบคลุมทั้ง 3 ด้าน ได้แก่ ด้านการให้บริการประชาชน, ด้านระบบปฏิบัติงาน, ด้านบุคลากรและสวัสดิการ

ล่าสุดการประชุม ก.ตร. ครั้งที่ 2/2569 เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีระกูล นายกรัฐมนตรี/ประธาน ก.ตร. มีมติเห็นชอบในหลักการให้กำหนดตำแหน่งสายงานสืบสวนสอบสวนเป็นตำแหน่งควบ ซึ่งสามารถปรับระดับเพิ่มหรือลดได้ในตัวเอง เพื่อให้มีความยืดหยุ่น สอดคล้องกับภารกิจและความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านของเจ้าหน้าที่ รวมถึงได้มีการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งให้สูงขึ้น โดยให้เลื่อนไหลถึงระดับรองผู้บังคับการ ซึ่งเป็นไปตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 และเป็นไปตามแผนการบริหารและพัฒนางานระบบสอบสวนด้านบุคลากรและสวัสดิการ

พล.ต.ท.ชัยต์พจนฯ กล่าวว่า การรื้อฟื้นโครงสร้างดังกล่าวถือเป็นนิมิตหมายอันดีที่ผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ความสำคัญ เนื่องจากพนักงานสอบสวนถือเป็นฟันเฟืองและกำลังหลักขององค์กร นอกจากนี้ ก.ตร.เห็นชอบแนวทางปรับเงินเพิ่มเป็นกรณีพิเศษ หรือเงินประจำตำแหน่งให้พนักงานสอบสวน ให้เหมาะสมกับภาระและปริมาณงานที่พนักงานสอบสวนแต่ละนายต้องทำสำนวนคดีในแต่ละสถานี โดยเฉพาะคดีอาชญากรรมออนไลน์ที่มีจำนวนมาก ตามเจตนารมณ์มาตรา 70 พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 ส่วนการพัฒนางานสอบสวนด้านระบบปฏิบัติงาน ได้เริ่มดำเนินการแก้ไขปรับปรุงระบบเทคโนโลยีการปฏิบัติงาน และการปรับปรุงระบบงานอำนวยการงานสอบสวน ปรับปรุงแก้ไขระเบียบคำสั่งต่าง ๆ ให้พนักงานสอบสวนทำสำนวนคดีมีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่ออำนวยความยุติธรรมให้ประชาชน

ทั้งนี้ การปรับระบบตำแหน่งเป็นหลักเกณฑ์ใหม่ และการแก้ไขปรับปรุงระบบเทคโนโลยีการปฏิบัติงานนั้น ผบ.ตร.มอบหมายให้ พล.ต.ท.อนุชา รมยะนันทน์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ซึ่งรับผิดชอบงานพัฒนาด้านบุคลากรและสวัสดิการ ตามแผนพัฒนางานระบบสอบสวนสำนักงานตำรวจแห่งชาติและคณะ ออกเดินทางไปชี้แจงพนักงานสอบสวนทั่วประเทศ เพื่อชี้แจงให้ความรู้เบื้องต้น ก่อนจะเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้ปฏิบัติงานจริง เพื่อนำข้อมูลที่ได้กลับมาปรับปรุงรูปแบบการประเมินให้มีความสมบูรณ์และมีมาตรฐานการปฏิบัติงานสอบสวนอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

สำหรับด้านการพัฒนาการให้บริการประชาชน พล.ต.อ.นิรันดรฯ ได้พัฒนาแอปพลิเคชัน Police Care ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันที่รวมการให้บริการประชาชนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในทุกมิติไว้ในแอปพลิเคชันเดียว ซึ่งรวมถึงการให้บริการประชาชนในด้านกฎหมาย และการเข้าถึงบริการงานสอบสวนและบริการต่างๆ ซึ่งปัจจุบันสำเร็จเป็นรูปธรรมแล้ว

รองโฆษก ตร. กล่าวว่า นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธาน ก.ตร. มีความเข้าใจในภาระหน้าที่และความยากลำบากของตำรวจสายงานสอบสวนเป็นอย่างดี ได้รับเรื่องดังกล่าวเพื่อนำไปหารือระดับนโยบายกับกระทรวงการคลังและกรมบัญชีกลางด้วยตนเอง และพร้อมให้การสนับสนุนขับเคลื่อนมาตรการต่าง ๆ อย่างเต็มที่ เพื่อขวัญกำลังใจและประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานสอบสวนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ