กองบัญชาการกองทัพบก, วันที่ 5 มีนาคม – พลเอก ชิษณุพงศ์ รอดศิริ รองผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานเปิดโครงการ “ราษฎร์ รัฐ ร่วมใจ ช่วยภัยแล้ง” ปี 2569 พร้อมด้วย นายปริญญา คุ้มสระพรม รองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ดร.มงคล ตรีกิจจานนท์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค นายจักรพงศ์ คำจันทร์ ผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาค และนายมนตรี ศิลปอาชา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารความร่วมมือ กลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) โดยแต่ละหน่วยงานได้ให้การสนับสนุนด้านกำลังพล แหล่งน้ำสะอาด รถบรรทุกน้ำ พลังงานไฟฟ้า และน้ำมันเชื้อเพลิง รวมถึงเครื่องจักรอุปกรณ์ที่จำเป็นในการให้ความช่วยเหลือประชาชนเพื่อบรรเทาปัญหาภัยแล้งจากการขาดแคลนแหล่งน้ำสะอาดสำหรับการอุปโภคบริโภค

นายปริญญา เปิดเผยว่า โครงการ “ราษฎร์ รัฐ ร่วมใจช่วยภัยแล้ง” เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2542 จนถึงปัจจุบันก้าวเข้าสู่ปีที่ 28 แล้ว โดยในปี 2568 ที่ผ่านมา กรมน้ำบาดาลได้ให้การสนับสนุนจุดจ่ายน้ำบาดาลเพื่อประชาชน จำนวน 237 แห่ง ในพื้นที่ 59 จังหวัด และในปี 2569 นี้ กรมพร้อมให้การสนับสนุนจุดจ่ายน้ำบาดาลเพื่อประชาชน จำนวน 157 แห่ง ในพื้นที่ 42 จังหวัด เพื่อให้บริการน้ำสะอาดสำหรับการอุปโภคบริโภคแก่ประชาชน ซึ่งกองทัพบกที่มีกำลังพล พร้อมรถบรรทุกน้ำจะเข้าไปรับน้ำจากจุดจ่ายน้ำ และนำไปแจกจ่ายให้แก่ประชาชนในพื้นที่ประสบภัยแล้ง หรือกรณีที่ประชาชนพักอาศัยอยู่ใกล้เคียงจุดจ่ายน้ำบาดาลก็สามารถนำภาชนะไปรับน้ำมาใช้ประกอบกิจกรรมต่างๆ ในครัวเรือนได้ ทั้งนี้ โครงการพร้อมเปิดให้บริการแจกจ่ายน้ำสะอาดเพื่อการอุปโภคบริโภคแก่ประชาชนตั้งแต่วันที่ 5 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป จนถึงเดือนกันยายน 2569 หรือจนกว่าสถานการณ์ภัยแล้งจะคลี่คลาย

นอกจากนี้ กรมน้ำบาดาลได้เตรียมความพร้อมของบุคลากร รวมถึงเครื่องจักรและอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อให้ความช่วยเหลือและบรรเทาปัญหาภัยแล้งแก่ประชาชนในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ได้แก่ ชุดเจาะบ่อน้ำบาดาล 75 ชุด รถผลิตน้ำดื่มสะอาดเคลื่อนที่ 10 คัน และชุดซ่อมระบบประปาบาดาลและเครื่องสูบน้ำบาดาล 27 ชุด โดยในปี 2569 กรมมีแผนงานโครงการจัดหาแหล่งน้ำบาดาลเพื่อการอุปโภคบริโภค และการเกษตร กระจายอยู่ทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 403 แห่ง รวม 886 บ่อ ได้แก่ 1) น้ำบาดาลเพื่อการอุปโภคบริโภค 122 แห่ง รวม 325 บ่อ เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จ จะช่วยเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนมากกว่า 14.2 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี และมีประชาชนได้รับประโยชน์มากกว่า 41,662 ครัวเรือน และ 2) น้ำบาดาลเพื่อการเกษตร 281 แห่ง รวม 561 บ่อ เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จ จะช่วยเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนมากกว่า 18.1 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี เกษตรกรได้รับประโยชน์มากกว่า 2,604 ครัวเรือน และครอบคลุมพื้นที่เกษตรกรรมกว่า 44,380 ไร่

