TCMC ปรับพอร์ตครั้งใหญ่ปี 68 ยุติ 2 แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ในอังกฤษ รับแรงกดดันเศรษฐกิจโลก

89

กรุงเทพฯ, วันที่ 5 มี.ค. บริษัท ทีซีเอ็ม คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TCMC เปิดเผยผลการดำเนินงานปี 2568 ท่ามกลางสภาพแวดล้อมเศรษฐกิจโลกที่ยังคงผันผวน ทั้งแรงกดดันจากอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูง เงินเฟ้อในบางภูมิภาค และความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ชะลอตัว โดยเฉพาะในสหราชอาณาจักร ซึ่งส่งผลโดยตรงต่ออุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้าน โดยบริษัทตัดสินใจปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งสำคัญ ด้วยการยุติการดำเนินงาน 2 แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ในอังกฤษ เพื่อหยุดผลขาดทุนสะสมและยกระดับประสิทธิภาพระยะยาว ส่งผลให้รายได้รวมจากการขายและบริการอยู่ที่ 4,976.53 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานได้อย่างชัดเจน โดย EBITDA เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนผลลัพธ์ของการควบคุมต้นทุนและการบริหารโครงสร้างค่าใช้จ่ายที่เข้มงวดมากขึ้น

นายพิมล ศรีวิกรม์ ประธานกรรมการบริษัท TCMC และรักษาการณ์ CEO เปิดเผยว่า ปี 2568 เป็นปีแห่งการตัดสินใจครั้งสำคัญของบริษัท ที่เลือกล้างพอร์ตในส่วนที่สร้างภาระขาดทุนระยะยาว เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้น แม้จะต้องรับรู้รายการด้อยค่าจำนวนมากในงบปีนี้ แต่รายการดังกล่าวเป็น Non-cash และไม่กระทบสภาพคล่องของบริษัท สิ่งที่สะท้อนภาพจริงของธุรกิจคือ EBITDA ที่เติบโตเกือบร้อยละ 80 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการปรับโครงสร้างต้นทุนและการบริหารจัดการของเราเดินมาถูกทาง

“TCM Surface และ TCM Automotive ยังคงแข็งแรงและสร้างกำไรได้อย่างต่อเนื่อง ขณะที่ TCM Living หลังการปรับโครงสร้างจะมีโครงสร้างที่กระชับขึ้น มุ่งเน้นแบรนด์หลักได้แก่ Alstons และอัตรากำลังการผลิตที่เหมาะสม เราเชื่อว่าการตัดสินใจครั้งนี้จะช่วยหยุดการขาดทุนสะสม และเปิดทางสู่การฟื้นตัวของอัตรากำไรเมื่อสภาวะตลาดสหราชอาณาจักรมีเสถียรภาพมากขึ้น” นายพิมล กล่าว

สำหรับฐานะทางการเงิน ณ สิ้นปี 2568 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 5,188.52 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้น 849.31 ล้านบาท โดยอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนอยู่ที่ 5.11 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 2.95 เท่าในปีก่อน อันเป็นผลจากการบันทึกขาดทุนสุทธิและรายการด้อยค่า อย่างไรก็ตาม บริษัทได้ทยอยลดภาระหนี้และบริหารต้นทุนทางการเงินอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่มีรายได้จากการขาย และบริการรวม 4,976.53 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 18.81 จากปีก่อนหน้า สะท้อนแรงกดดันจากตลาดต่างประเทศเป็นหลัก ขณะที่ EBITDA ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญมาอยู่ที่ 366.25 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 79.32 จากปีก่อน แสดงให้เห็นถึงผลลัพธ์เชิงบวกจากมาตรการควบคุมต้นทุนและการบริหารจัดการภายในที่เข้มงวด แม้ว่าบริษัทจะรายงานผลขาดทุนสุทธิ 962.79 ล้านบาท โดยเป็นส่วนของผู้ถือหุ้นใหญ่ 843.59 ล้านบาท ซึ่งมีสาเหตุสำคัญจากการบันทึกด้อยค่าสินทรัพย์และเงินลงทุนในธุรกิจที่ยุติการดำเนินงาน

ในเชิงโครงสร้างรายได้ ธุรกิจวัสดุตกแต่งพื้นผิว (TCM Surface) ขึ้นมาเป็นหน่วยธุรกิจหลักของกลุ่ม โดยมีสัดส่วนรายได้เพิ่มเป็นร้อยละ 52.47 ของรายได้รวม และยังคงสร้างกำไรสุทธิ 51.38 ล้านบาท แม้ตลาดโลกชะลอตัว ขณะที่ EBITDA อยู่ที่ 284.46 ล้านบาท สะท้อนความสามารถในการรักษาอัตรากำไรขั้นต้นในระดับสูงใกล้เคียงร้อยละ 40 และการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ

ด้านธุรกิจพรมและผ้าหุ้มเบาะรถยนต์ (TCM Automotive) สามารถเติบโตสวนทิศทางอุตสาหกรรม โดยมีรายได้เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.43 อยู่ที่ 718.52 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 43.58 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 13.53 จากปีก่อน สะท้อนการฟื้นตัวจากฐานรายได้ที่ต่ำในปีก่อนหน้า และประโยชน์จากการผลิตในระดับที่เหมาะสมซึ่งช่วยรักษาอัตรากำไรขั้นต้นไว้ได้

ขณะที่ธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ (TCM Living) เผชิญแรงกดดันสูงสุดจากตลาดสหราชอาณาจักร ส่งผลให้รายได้ลดลงร้อยละ 41.16 เหลือ 1,647.06 ล้านบาท แม้บริษัทสามารถปรับปรุงอัตรากำไรขั้นต้นและลดผลขาดทุนจากการดำเนินงานลงได้ แต่การตัดสินใจยุติการดำเนินงานของแบรนด์ Ashley Manor และ Alexander & James ทำให้ต้องรับรู้ผลขาดทุนครั้งเดียวจากการปรับโครงสร้างและด้อยค่าสินทรัพย์รวม 797.14 ล้านบาท ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่กดดันผลประกอบการสุทธิในปีนี้

ฝ่ายบริหารประเมินว่า ปี 2569 จะเป็นปีแห่งการ Stabilization และ Margin Recovery โดยมุ่งเน้นการสร้างกระแสเงินสดจากธุรกิจหลัก เสริมความแข็งแกร่งของโครงสร้างทุน และยกระดับความสามารถในการทำกำไรอย่างยั่งยืน