วันนี้ (2 มี.ค.) ปู มัณฑนา หิมะทองคำ พร้อมทนายรักษ์ อนันต์รักษ์ เพ็ชรหิน เดินทางมายัง ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก เพื่อยื่นฟ้อง ทนายกุ้ง นางวันมะนี พอสะหวัน พร้อมพวกรวม 2 คน ในความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา โดยศาลนัดหมายรวมพยานหลักฐานในวันนี้ ขณะเดียวกัน ในอีกคดีหนึ่ง กฤษอนงค์ สุวรรณวงศ์ หรือ “เจ๊พัช” ได้ยื่นฟ้อง ดร.ตฤณห์ โพธิ์รักษา ต่อศาล โดยคดีอยู่ระหว่างขั้นตอนตามกฎหมาย
พัช เปิดเผยว่า ตนฟ้องดร.ตฤณห์ โพธิ์รักษา สืบเนื่องมาจากที่ดร.ตฤณห์ได้ไปสัมภาษณ์ในสื่อคำอธิบายต่างๆในสื่อหลายๆช่องแต่ว่าที่ได้ส่งไปเขาได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อช่องหนึ่งว่าตนป่วยไม่สบายเป็นโรคจิตชนิดหนึ่ง เป็นโรคหลงตัวเอง เป็นคำให้สัมภาษณ์ที่บ่งชัดว่าตนไม่สบายแล้วป่วยซึ่งทำให้สัมภาษณ์นั้นได้เผยแพร่ไปทั่วทั้งใน tiktok ส่วนตัวของเขาและสื่ออื่นๆที่เผยแพร่ออกเป็นสาธารณะจำนวนมากหลักล้านโดยตนฟ้องเขาแค่ข้อหาหมิ่นประมาทเพียงแค่ข้อหาเดียว
เมื่อสักครู่นี้ได้มีโอกาสพบหน้ากับดร.ตฤณห์ยอมรับว่าไม่ได้มองหน้ากันเพราะท่านน่าจะโฟกัสในเรื่องของท่านเองแต่ตนพยายามจะมองหน้าเขาเพราะว่าตนนั้นเคยเป็นจำเลยมาก่อนตนจะเข้าใจในบรรยากาศของการเป็นจำเลยตนเลยเดินทางมามองในมุมของโจทย์ดูบ้าง
ก่อนหน้าที่จะได้มีการฟ้องร้องกันได้มีโอกาสได้พูดคุยกันก่อนหรือไม่ ยอมรับว่าไม่เลยเพราะในขณะนั้นตนนั้นอยู่ในเรือนจำ 264 วัน ซึ่งคุณพ่อของตนนั้นได้ส่งคลิปดังกล่าวมาให้กับตนดูบอกว่าตนนั้นป่วยเราจะต้องรักษาสิทธิ์เราอย่างไร ฉะนั้นคนที่เป็นประจักษ์พยานหลักฐานคือพ่อของตน คือเป็นคนที่เสียหายคนแรกที่เจ็บปวดที่สุดตนเลยคิดว่าคดีนี้ตนจะต้องดำเนินการให้เป็นแบบอย่างในสังคมว่าก่อนที่จะสอนคนอื่นควรที่จะสอนตัวเองก่อน แล้ววันนี้ก็จะเป็นวิชากฎหมายในชีวิตประจำวันที่คุณจะต้องเรียนรู้ไปทั้งชีวิตอย่าไปทำร้ายแบบนี้กับใคร อยากไปทำให้ครอบครัวหรือชีวิตของคนอื่นซึ่งวันนี้ศาลก็ได้ยกฟ้องแล้วแล้วเขาก็ไม่ได้ป่วยเป็นโรคจิตเหมือนกับที่คุณได้กล่าวหาในวันนี้ซึ่งถือได้ว่าเป็นประสบการณ์วิชากฎหมายในชีวิตที่ได้สอนตัวเองก่อนที่จะไปสอนคนอื่น ยืนยันว่าในการดำเนินคดีในครั้งนี้ตนทำเพื่อตัวเองและคนอื่นให้เป็นกรณีศึกษาว่าอย่าให้เขานั้นไปทำแบบนี้กับคนอื่น
ถามว่าอยากจะฝากบอกอะไรกับทางดร.ตฤษณ์ ตนขอฝากบอกไปทางบุคคลสาธารณะทั่วไปจะดีกว่าถ้าคุณมีสื่อมีแสงของตัวเองทำประโยชน์มันก็จะเป็นประโยชน์ได้ประโยชน์มากกว่าคนอื่นได้สิทธิ์มากกว่าคนอื่นแต่ในขณะเดียวกันมันก็จะทำร้ายและทำโทษคนอื่นได้มากกว่าเช่นกัน ในขณะเดียวกันคุณไม่สามารถที่จะอยู่เหนือกฎหมายมากกว่าคนอื่นซึ่งในวันนี้คนที่อยู่ในสื่อไม่ได้ใช้ทำถูกทุกเรื่อง คนที่ถูกด่าจากสื่อก็ไม่ได้ผิดทุกคนและไม่ได้ผิดทุกอย่างกฤษณ์อนงค์ สุวรรณวงศ์ ออกมาจากคุกแล้วและศาลยกฟ้องแล้ว 1 คดีเหลืออีก 1 คดีซึ่งวันนี้อัยการก็ไม่ได้อุทธรณ์รอศาลอุทธรณ์ตัดสินอีก 1 คดีสุดท้าย และมีคดีเดียวไม่ได้เกี่ยวกับคดี 20 ล้าน กฤษณ์อนงค์จะเป็นอีกหนึ่งคดีศึกษาของโซเชียลมีเดียที่คุณด่ามากที่สุดและกลับมาดูว่า 10 ปีไม่สายสิ่งที่คุณด่ามันเป็นอย่างที่คุณว่าหรือไม่และคนที่คุณด่าชีวิตเขาเป็นอย่างไร ตนบอกแล้วว่าการแก้แค้นที่ดีที่สุดคือการทำชีวิตตัวเองให้ดีที่สุดตอบแทนตัวเองให้ดีที่สุดแล้วกลับมากอบกู้ตัวเองใหม่ในวันที่ศาลให้คำตัดสิน
สำหรับในส่วนของทนายวิฑูรย์ เก่งเรียน ทนาย the iconเราจะสืบพยานกันในเดือนพฤศจิกายนแต่ว่าในส่วนของคดีนี้ของดร.ตฤษณ์ 1 กันยายนนี้
อยากบอกอะไรกับทางด้านของทนายวิฑูรย์บ้างตนอยากบอกว่าให้เขานั้นทำหน้าที่ทนายให้ดีที่สุดและให้ไปศึกษาว่าทนายความที่ดีเขาทำกันอย่างไรซึ่งอันนี้จนก็จะให้เป็นกรณีศึกษาเช่นกัน ที่ตนนั้นฟังพระในวิฑูรย์คือข้อหาหมิ่นประมาทเช่นกัน
ซึ่งเรื่องดังกล่าวอยากจะให้สังคมนั้นได้เป็นคนตัดสินย้ำว่าทนายดีๆทั้งนั้นแหละที่เป็นทนายให้แต่ละคนแต่ละคดีนอกจากทั้ง 2 ท่านนี้แล้วก็ยังมีที่ตนนั้นกำลังจะฟ้องต่อไปและยืนยันว่ามีอย่างต่อเนื่องให้จับตาดูในช่วงเดือนเมษายนนี้ก็เป็นอีกหนึ่งคดีที่ได้ตกผลึกเป็นที่เรียบร้อยแล้วพยานหลักฐานก็ค่อยๆต่อจิ๊กซอเพราะว่าตนนั้นเพื่อออกมาจากเรือนจำต้องตั้งหลักเลี้ยงดูครอบครัวก็ต้องขอบคุณวิกฤตในครั้งนี้ที่ทำให้คนที่ทำงานร่วมกันรู้สึกและเข้าใจคนที่เข้าใจไม่ต้องอธิบายคนที่ต้องอธิบายคือคนที่ไม่เข้าใจและไม่มีส่วนในชีวิตเราอยู่แล้ว
สำหรับการที่ตนนั้นได้ออกสื่อร่วมกับปูบ่อยๆนั้นพักหลังมาซึ่งเราทั้งสองคนนั้นมีความเหมือนที่แตกต่างกันความเหมือนก็คือสู้เขาก็ไม่ยอมตนก็ไม่ยอมแต่ก็สู้ในรูปแบบไหนก็แล้วแต่วิธีและจริตของคนเพราะว่าเราสองคนนั้นเกิดมาในวิถีชีวิตที่แตกต่างกันแต่สิ่งที่เหมือนกันคือวันนี้เดินทางมาศาลโดยที่ไม่ได้ตั้งใจสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือเรามาสู้คดีเหมือนกัน แต่ก็ยอมรับว่ามีบางสิ่งบางอย่างที่เห็นต่างกันก็มีด่ากันบ้าง
ถามว่ามีจำเลยคนเดียวกันหรือไม่ยอมรับว่ามีซึ่งอันนี้อยากจะให้ทุกคนนั้นได้ติดตามสำหรับตนนั้นจะพูดแค่เฉพาะหนี้สินพี่ได้ทำลงไปแล้ว
ปู เปิดเผยว่า ตนกับเจ๊พัชมีจำเลยคนเดียวกันและทนายคนเดียวกันช่องเดียวกันเร็วๆนี้ ซึ่งคดีที่ตนเดินทางในวันนี้นั้นตนใดฟองไปทั้งหมด 2 คนซึ่งมีลิลลี่ เกวียน ซึ่งเป็นจำเลยที่ 1 และมีทนายกุ้งเป็นจำเลยที่ 2 แต่ศาลรับฟ้องแค่ทนายกุ้งซึ่งศาลรับฟ้องแค่คนเดียวคือทนายกุ้ง ซึ่งคนอื่นทนายรักกำลังดูว่าจะยื่นอุทธรณ์หรืออาจจะฟ้องเพิ่มเติม
ซึ่งนายกุ้งได้เดินทางมาที่ศาลด้วยมีโอกาสได้พบกันหรือไม่ยอมรับว่าเจอกันในบัลลังก์ของศาลนอกจากตัวของทนายกุ้งแล้วที่บอกว่าจะฟ้องทนายดังท่านหนึ่ง
สำหรับกรณีของคุณหนุ่มกรรชัยพี่มีการฟ้องกันไปมายอมรับว่าตนไม่ได้กังวลเกี่ยวกับในเรื่องของคดีเลยจนมองว่าเขานั้นได้ฟ้องซ้ำซ้อนและตั้งใจกลั่นแกล้งตนโดยฟ้องตนในชั้นของสน.รวมถึงได้นำคดีมาฟ้องเองที่ศาลด้วยซึ่งตนมองว่าการกระทำในลักษณะนี้เป็นการกลั่นแกล้งตนโดยล่าสุดเมื่อวานนี้ 1 มีนาคมที่ผ่านมาได้มีหมายศาลมาที่บ้านตนโดยระบุวันเดียวกันซึ่งเขารู้อยู่แล้วว่าวันนั้นตนจะต้องขึ้นศาลในคดีที่ทนายแก้วฟองตนแล้วทนายตุ๋ยกับหนุ่มกรรชัยก็เลือกในวันเดียวกันที่ตนจะต้องไปที่ศาลมีนบุรีและไปศาลอาญากรุงเทพฯใต้แล้วตนจะต้องวิ่งกลับมาที่ศาลอาญารัชดา ดังนั้นตนมองว่า 3ศาลในวันเดียว มันไม่ทันจึงปรึกษาทนายว่าจะต้องทำหนังสือเลื่อน
หากวันนี้ทางคุณหนุ่มกรรชัยกำลังรับฟังอยู่อยากจะฝากบอกอะไรกับคุณหนุ่มกรรชัยและทนายตุ๋ยบ้างตนอยากจะฝากบอกกับทนายตุ๋ยว่าให้เขาทำหน้าที่ทนายความไม่ใช่ว่ามาเป็นคู่ความกับตนคุณไม่มีสิทธิ์มาด่าตนและอยากจะทำเหมือนกันว่าในคดีที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ระหว่างตนกับลูกหมีตุ๋ยกับเมียตุ๋ยมาทำไมตั้งใจมากวนตนหรือ เพราะว่าคุณไม่ได้เป็นคู่ความในคดีและไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องตนมองว่านายตุ่ยนั้นมากวนหรือไม่จนอยากจะถามเรื่องนี้กับทนายตุ๋ย
หลายคนมองว่าตนไปฟาดฟันกับทางหนุ่มกรรชัยและนายตุ๋ยตนมีปัญหาอะไรกันส่วนตัวหรือไม่ย้ำว่าตนนั้นไม่ได้มีปัญหาส่วนตัวกับทางทนายตุ๋ยและยืนยันว่าไม่เคยเจอนายตุ๋ยและภรรยาของภายในตัวเองมาก่อนเลยแต่ในตุ๋ยและเมียของนายตุ๋ยมากลั่นแกล้งตนก่อนมาด่าตนที่ศาลอาญากรุงเทพฯใต้ อย่าว่าตัวนั้นไม่ได้รู้จักพวกเขาและตนเป็นผู้หญิงที่เดินมาคนเดียวนายตุ๋ยอยู่กับกลุ่มของเมียเขา 5-6 คนมาด่าตนได้อย่างไรเพราะว่าเรานั้นไม่ได้รู้จักกันจนมองว่าเขานั้นตั้งใจและมองว่าในสิ่งที่เขาทำนั้นเอาใจหนุ่มกันใช้หรือไม่ถึงได้มาด่าตนย้ำว่าเราไม่ได้รู้จักกันคุณควรทำแค่หน้าที่ของทนายรวมถึงกรณีดังกล่าวนั้นเขาได้ยอมรับแล้วที่ได้มีการให้สัมภาษณ์กับสื่อที่ศาลอาญาเขานั้นพูดว่าตนจริงที่ศาลอาญากรุงเทพฯใต้
ถามว่าทนายคนดังที่ตัวนั้นจะฟ้องต่อไปนั้นใช่ทนายตุ๋ยหรือไม่ต้องบอกว่าเป็นทนายที่เป็นใครก็แล้วแต่ที่เข้ามาละเมิดสิทธิ์ของตนทางทนายรักษ์ได้ทำการร่างฟ้องศาลทั้งหมดคนที่เข้ามาละเมิดสิทธิ์ของตน
นอกจากทางทนายตุ๋ยที่ตนนั้นกำลังจะฟ้องแล้วมีใครอีกหรือไม่เพราะดูเหมือนว่าจะเพ่งเล็งไปทำอะไรตุ๋ยเป็นหลักจริงๆแล้วก็มีเยอะที่ไม่ได้ระบุว่าจะเป็นใครคนใดคนหนึ่งอย่างที่ทราบข่าวมาว่ามีสื่อหลายสื่อดาราหลายคนและพิธีกรหลายคนรวมถึงอินฟลู ที่เล่นข่าวของตนตนก็ไม่เคยระบุหรือว่าเจาะจงแต่วันนั้นสื่อสัมภาษณ์ว่าเรื่องอะไรทนายตุ๋ยก็ส่งมาแค่บางช่วงบางตอนในการสัมภาษณ์เท่านั้นเพราะฉะนั้นในเอกสารอันนี้ตนก็จะส่งให้ศาลท่านดูในส่วนของคลิปเต็ม
หลังจากนี้ทางเรานั้นจะต้องติดตามอะไรหรือไม่ในเรื่องของคดีต้องยอมรับว่าทางคุณหนุ่มกรรชัยนั้นเขาฟ้องไม่เยอะในชั้นของสน.และฉันศาลก็อยากจะให้ทุกคนติดตามอย่าเพิ่งด่วนตัดสิน
ทนายรักษ์ เปิดเผยว่า วันนี้ได้นัดตรวจพยานหลักฐานทางจำเลยได้เดินทางมาซึ่งทราบว่าเขานั้นได้ประกันตัวมาก่อนแล้ววงเงิน 10,000 บาทเรื่องที่นำตัวใบแจ้งความในคดีและสัญญาเงินกู้ที่มีชื่อของคุณปู่นำไปเผยแพร่ในรายการเคลียร์ชัดๆของคุณบุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี
นอกจากนี้ทางปูกำลังจะฟ้องทนายดังซึ่งตนได้ร่างฟ้องไว้แล้วซึ่งเป็นรายการที่นั่งในรายการโหนกระแสบ่อยๆโดยมีเหตุจำเป็นที่จะต้องฟ้องย้ำว่าตนนั้นไม่ได้มีเหตุเคืองอะไรกับเขาและไม่ได้อิจฉาอะไรเขาแต่ว่าตัวเขานั้นได้มาว่าคุณปูตัวเล็กจะต้องดำเนินคดี
ในการฟ้องร้องประชาชนในฐานะที่เป็นราษฎรย่อมว่าเราไม่ได้ตั้งใจที่จะไปเรียกร้องอะไรมากมาย 2 ไปตามสิทธิ์ที่เราควรที่จะได้ถ้านายท่านไหนก็ตามที่ไปทำเกินหน้าที่นายก็ฟ้องจริงเหมือนกับที่ทำวันนี้คุณเป็นทนายความแต่ไปออกรายการทีวีเอาใบกู้ยืมไปประกาศแบบนี้มันผิดกฎหมายและทนายความทุกคนที่รับคดีของคนที่มีชื่อเสียงก็ต้องระมัดระวังตัวเองตนเป็นทนายความของคุณปูเราก็ดูแลสิทธิ์ของแกเต็มที่อยากได้ติดตามคดีหลังจากนี้เพราะว่าคดีที่ใหญ่จริงๆน่าจะเป็นคดีที่มีการฟ้องช่องทีวีหลายช่องซึ่งตอนนี้ตนนั้นได้ร่างเสร็จหมดแล้วย้ำว่าฟ้องอย่างแน่นอนเพราะว่าการฟ้องบุคคลนั้นมันธรรมดาแต่ว่าฟ้องพี่ใหญ่จริงๆคือการฟ้องช่องทีวีเหลือแค่มายื่นฟ้องเพียงเท่านั้นวันนี้พี่เดินทางมาก็มาฟ้องทนายดังให้กับคุณปูคนนึงในข้อหาหมิ่นประมาท ย้ำว่าการที่คุณปูนั้นไปสู้คดีในศาลบอกแล้วว่าคำพูดนั้นไม่ได้พูดถึงคุณหนุ่มกรรชัยแต่คุณให้สัมภาษณ์กับนักข่าวว่าคุณปูไปกล่าวหาคุณหนุ่มซึ่งถ้าเป็นแบบนั้นคุณปูก็ต้องรับสารภาพในศาลแต่ว่าในศาลคุณปูเขาสู้คดีว่าไม่ได้หมายถึงหนุ่มกันใช้
เจ๊พัช กล่าวทิ้งท้ายว่า สื่อมวลชนมีอิทธิพลต่อกระบวนการยุติธรรรเกิดความสมดุลระหว่างอำนาจของสื่อกับอำนาจศาล เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย และขอให้สังคมติดตามข้อเท็จจริงในมุมของการต่อสู้คดี โดยให้การตัดสินเป็นหน้าที่ของศาล

