บก.ปคม.รวบนายหน้าเถื่อนพร้อมหลานสาว เปิดเพจหลอกจัดหางานเมืองจีน อ้างส่งทำงาน “ฟิตเนสเทอราปีส” ดูแลนักมวย เรียกเก็บเงินหัวละ 1.5 แสนบาท ก่อนพาแค่ดูงานแล้วเงียบหาย ผู้เสียหายรวมตัวแจ้งความเอาผิด ขณะผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ส่วนผู้ร่วมขบวนการชาวจีนหลบหนีออกนอกประเทศแล้ว

วันที่ 1 มี.ค. พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผบก.ปคม. สั่งการให้ พ.ต.อ.อลงกต คชแก้ว ผกก.5 บก.ปคม. พ.ต.ท.เกริก เสนาะสำเนียง รอง ผกก.5 บก.ปคม. พ.ต.ท.นัฐพล ดาวเวียง สว.กก.5 บก.ปคม. นำกำลังร่วมจับกุมนายโอภาศ อายุ 44 ปี และ น.ส.สายทอง อายุ 29 ปี ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 3135-36/2568 ลงวันที่ 30 พ.ค. 2568 ในข้อหา “ร่วมกันหลอกลวงผู้อื่นว่าสามารถหางาน หรือส่งไปฝึกงานในต่างประเทศได้, ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ และร่วมกันฉ้อโกงประชาชน”โดยจับกุมนายโอภาศได้บริเวณหน้ากองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ เขตจตุจักร กทม. ส่วนน.ส.สายทอง ถูกจับกุมได้ภายในซอยนาเสือ ม.4 ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต
จากการสืบสวนทราบว่า เมื่อปี 2565 มีกลุ่มผู้เสียหายหลายรายที่สนใจเดินทางไปทำงานต่างประเทศเพื่อหารายได้ และไปพบโพสต์ในเฟซบุ๊กประกาศรับสมัครงานในประเทศจีน ตำแหน่ง “ฟิตเนสเทอราปีส” ดูแลกล้ามเนื้อนักมวยในห้องฟิตเนส เรียกเก็บค่าใช้จ่ายรายละประมาณ 150,000 บาท เป็นค่าดำเนินการ และยังสามารถผ่อนชำระได้อีกด้วย

ต่อจากนั้นผู้เสียหายหลงเชื่อติดต่อสมัคร พร้อมทยอยผ่อนเงินจนครบจำนวน ต่อมามีการจัดอบรมที่ จ.กระบี่ และ จ.ภูเก็ต แต่ภายหลังเสร็จสิ้นการอบรมแล้ว กลับไม่ได้รับการจัดส่งไปทำงานตามที่ตกลงไว้ มีเพียงพาไปดูงานที่ฟิตเนสในประเทศจีนเท่านั้น เมื่อผู้เสียหายสอบถามความคืบหน้าการเดินทางไปทำงาน หรือขอเงินคืน ก็ไม่ได้รับคำตอบใด ๆ จึงเชื่อว่าถูกหลอกลวง และรวมตัวกันเข้าแจ้งความต่อตำรวจ บก.ปคม. กล่าวหาว่านายโอภาศ พร้อมภรรยาสัญชาติจีน (ขอสงวนนาม) และ น.ส.สายทอง หลานสาว ที่ร่วมกันก่อเหตุ พนักงานสอบสวนรวบรวมหลักฐาน ขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับ
ต่อมานายโอภาศทราบว่าตนเองมีหมายจับ จึงให้ผู้ใหญ่ในพื้นที่ประสานนำตัวเข้ามอบตัวที่ บก.ปคม. ขณะที่เจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมน.ส.สายทองได้ในพื้นที่ จ.ภูเก็ต ส่วนภรรยาของนายโอภาศ นั้นหลบหนีออกนอกประเทศไปแล้ว สอบสวน นายโอภาศ และ น.ส.สายทอง ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปคม. ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

