ป.ป.ส.ลุยทลายเครือข่ายไอซ์ข้ามชาติ รวบเพิ่ม 3 ผู้ต้องหา คดีล็อตยักษ์ 1.65 ตัน

116

สำนักงาน ป.ป.ส. ร่วมกับ ทหาร และ ตำรวจ จับกุมเครือข่ายไอซ์ข้ามชาติ (ตามหมายจับ) รวม 3 คน
มีบทบาทเป็นผู้ดำเนินการในคดีไอซ์ 1.65 ตัน (ซุกซ่อนในม้วนฝ้าย) เพื่อเตรียมการจัดส่งประเทศที่สาม

ตามนโยบายเร่งด่วนของ พ.ต.ต. สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. ความสำคัญกับการปราบปรามยาเสพติดในทุกระดับการค้า ซึ่งสอดรับกับนโยบายของรัฐบาล ที่มุ่งเน้น ให้จับกุมกวาดล้างยาเสพติดตัดวงจรการค้ายาเสพติดรายสำคัญ รวมถึงกวาดล้างผู้ค้ายาเสพติดในพื้นที่ แพร่ระบาดและเพิ่มประสิทธิภาพมาตรการยึดอายัดทรัพย์สินคดียาเสพติด โดยบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภาคี มุ่งเน้นการทำลายเครือข่ายการค้ายาเสพติดให้ครบทั้งวงจร

โดยเมื่อวันที่ 15 – 27 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงาน ป.ป.ส. ปฏิบัติการร่วมกับ ทหาร และ ตำรวจ สืบสวนจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับเครือข่ายไอซ์ข้ามชาติ จำนวน 3 คน คือ บุคคลที่ 1 วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 จับกุม นายธัญพิสิษฐ์ (สงวนนามสกุล) ตามหมายจับศาลอาญาที่ 73/2569 ลงวันที่ 22 มกราคม 2569 บทบาท เป็นผู้ประสานงานระหว่างเจ้าของยาเสพติดกับเครือข่ายนักค้ายาเสพติดในประเทศ จัดหาบริษัทเพื่อใช้อำพรางการนำเข้ายาเสพติด และจัดหาสถานที่เก็บพักยาเสพติด โดยสามารถจับกุมตัวได้ในพื้นที่ กทม. บุคคลที่ 2 วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 จับกุม นายภานุพงศ์ (สงวนนามสกุล) ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 74/2569 ลงวันที่ 22 มกราคม 2569 บทบาท เกี่ยวกับการดำเนินการเกี่ยวกับพิธีนำเข้าทางศุลกากรม (ม้วนฝ้ายที่ซุกซ่อนไอซ์) โดยสามารถจับกุมตัวได้ในพื้นที่ กทม. และ บุคคลที่ 3 วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 จับกุม นายจิณณวัตร (สงวนนามสกุล) ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 72/2569 ลงวันที่ 22 มกราคม 2569 บทบาท เป็นผู้ประสานงานระหว่างเจ้าของยาเสพติดกับเครือข่ายนักค้ายาเสพติดในประเทศ และจัดหาสถานที่เก็บพักยาเสพติด โดยสามารถจับกุมตัวได้ในพื้นที่ จ.เชียงราย ตรวจยึดทรัพย์สินรวมมูลค่าประมาณ 8 ล้านบาท

การจับกุมดังกล่าวสืบเนื่องจาก วันที่ 17 มกราคม 2568 สำนักปราบปรามยาเสพติด สำนักงาน ป.ป.ส. บูรณาการความร่วมมือร่วมกับ ทหาร ตำรวจ และ ศุลกากร จับกุมผู้ต้องหา 5 คน พร้อมไอซ์น้ำหนักประมาณ 1.65 ตัน (อยู่ม้วนฝ้าย 33 ม้วน) เหตุเกิดที่โกดัง ในพื้นที่แขวงบางประกอก เขตราษฎร์บูรณะ กทม. จากการสืบสวนทราบว่า เครือข่ายดังกล่าวลักลอบนำเข้าสินค้าประเภทม้วนใยฝ้ายที่ซุกซ่อนไอซ์ จากอินเดีย จำนวน 144 ม้วน (ซึ่งมียาเสพติดปะปนมา 33 ม้วน ม้วนฝ้ายดังกล่าวมีต้นทางมาจากทวีปแอฟริกา) เครือข่ายยาเสพติดดังกล่าวมีการประสานงานกันเชื่อมโยงกันหลายภูมิภาค ใช้ไทยเป็นประเทศทางผ่านเพื่อเตรียมลำเลียงต่อไปยังปลายทางประเทศที่สาม ชุดปฏิบัติการดำเนินการสืบสวนพบโกดังต้องสงสัย ในพื้นที่แขวงบางประกอก เขตราษฎร์บูรณะ กทม. ที่คาดว่าใช้ในการซุกซ่อนยาเสพติด กระทั่งนำกำลังเข้าจับกุมกลุ่มบุคคลที่ทำหน้าที่เฝ้าโกดังรวม 4 คน และขยายผลจับกุมผู้สั่งกานอีก 1 คน ซึ่งเป็นหญิงชาวไทย มีบทบาท เป็นผู้เช่าโกดังเก็บพักยาเสพติด และเป็นผู้ประสานงานกับเครือข่าย

จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลอนุมัติหมายจับบุคคลที่เกี่ยวข้อง ดังนี้

ในห้วงเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ศาลอนุมัติหมายจับผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม 2 คน คือ น.ส.ปัณรา (สงวนนามสกุล) บทบาท เป็นผู้สั่งการ และเจ้าของยาเสพติด (อยู่ระหว่างหลบหนี) และ นายปัญจกิตต์ (สงวนนามสกุล) บทบาท ผู้ร่วมขบวนการ และจัดส่งยาเสพติด ซึ่งถูกจับกุมตามหมายจับศาลอาญา ที่ 120/2568 ลงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2568 พร้อมตรวจยึดทรัพย์สินมูลค่ากว่า 23 ล้านบาท

ในห้วงเดือนมกราคม 2569 ศาลอนุมัติหมายจับผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม 4 คน (เจ้าของยาเสพติด และ
ผู้ประสานงาน) โดยสามารถจับกุมตัวได้ในห้วงเดือนกุมภาพันธ์ 2569 จำนวน 3 คน (นายธัญพิสิษฐ์ฯ, นายภานุพงศ์ฯ, นายจิณณวัตรฯ) พร้อมตรวจยึดทรัพย์สินมูลค่ากว่า 8 ล้านบาท และบุคคลตามหมายจับอีก 1 คน ในฐานะผู้สั่งการ ปัจจุบันอยู่ระหว่างหลบหนี

เจ้าหน้าที่ใช้เวลากว่า 1 ปี สืบสวนขยายผลเครือข่ายดังกล่าว กระทั่งรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลอนุมัติหมายจับบุคคลที่เกี่ยวข้องรวม 6 คน ซึ่งปัจจุบันสามารถติดตามจับกุมได้แล้ว 4 คน อยู่ระหว่างหลบหนี 2 คน ยึดอายัดทรัพย์สินรวมมูลค่ากว่า 31 ล้านบาท

พ.ต.ต. สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า ยังมีบุคคลในเครือข่ายอีก 2 คน ที่ถูกออกหมายจับและอยู่ระหว่างหลบหนี ซึ่ง สำนักงาน ป.ป.ส. จะร่วมมือกับหน่วยงานภาคี สืบสวนติดตามจับกุมบุคคลตามหมายจับมาดำเนินคดีตามกฎหมาย และตรวจยึดทรัพย์สินเพื่อตัดวงจรการค้ายาเสพติด ความสำเร็จของการจับกุมเครือข่ายดังกล่าว มาจากการการบูรณาการทางการข่าวระหว่างหน่วยงานภายในประเทศและ หน่วยงานระหว่างประเทศ โดยได้ให้ความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนข้อมูลการข่าวเกี่ยวกับเครือข่ายการค้ายาเสพติดระหว่างกัน จนนำมาซึ่งผลสัมฤทธิ์ในการสืบสวนขยายผลเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมในการช่วยหน่วยงานของรัฐ โดยร่วมเป็นหูเป็นตาให้กับเจ้าหน้าที่ หากมีเบาะแสเกี่ยวกับยาเสพติด สามารถแจ้งได้ที่ สายด่วน 1386 ตลอด 24 ชั่วโมง โดยยืนยันว่าข้อมูลของผู้แจ้งจะถูกเก็บเป็นความลับสูงสุด