สรรพากรเอื้อเจ้าของธุรกิจ​ เบียดบังภาษีส่งเข้าคลังชาติ จนท.ระดับสูงรวยเงียบทั่วหน้า

203

ข่าวยึดทองคำ​ นายสาธิต รังคสิริ อดีตอธิบดีกรมสรรพากร น้ำหนัก 20,976 บาท/ทองคำ มูลค่าประมาณ 1,500 ล้านบาท เชื่อว่าคนส่วนใหญ่รู้สึกตื่นเต้นพอสมควรที่กลไกรัฐสามารถยึดทรัพย์สินมูลค่ามหาศาลของข้าราชการระดับอธิบดีได้

ที่ใช้คำว่าพอสมควร เพราะส่วนใหญ่แล้วเคยชินกับข่าวทุจริต โกงชาติ โกงแผ่นดิน ของบรรดาข้าราชการระดับสูง นักการเมืองระดับเสนาบดี แต่ที่บอกว่าตื่นเต้น เพราะไม่ค่อยได้เห็นข้าราชการระดับสูงติดคุกแล้วถูกยึดทรัพย์ เพราะปกติแล้วกลุ่มที่กุมอำนาจทั้งในส่วนการเมืองและข้าราชการ มักจะรอดตัว มีแค่ปลาซิวปลาสร้อยเท่านั้นที่รับกรรม

ยิ่งคดีใดที่มีรัฐมนตรีเข้ามาเอี่ยว ถูกฝ่ายค้านจับได้ยื่นให้ ป.ป.ช.สอบ ถ้าสอบแล้วหลักฐานน้อยจะรีบชี้ว่าไม่มีมูล แต่ถ้ามีมูลจะถูกลากยาวแบบให้ตายกันไปข้างหนึ่ง โดยที่ผู้กระทำผิดไม่ต้องนอนคุกเพราะตายโหงไปก่อน

หลายคนอาจจะตั้งข้อสงสัยว่านายสาธิตใช้ช่องทางไหนถึงแสวงหาผลประโยชน์ได้มากมาย จากสำนวนการสอบสวน ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิดทุจริตคืนภาษีมูลค่าเพิ่มกว่า 4,000 ล้านบาท มีผู้ถูกกล่าวหาอย่างน้อย 10 คน มีเจ้าหน้าที่กรมสรรพากรรวมทั้งนายสาธิต จำนวน 5 คน กับกลุ่มเอกชนเครือนายวีรยุทธ แซ่หลก และพวก พฤติการณ์แห่งคดีช่วงที่นายสาธิตดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมสรรพากร มีกลุ่มบริษัทกลุ่มหนึ่งอ้างว่าส่งออกแร่โลหะไปต่างประเทศ แล้วยื่นขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มจากรัฐบาลโดยใช้เอกสารเท็จและบริษัทเครือข่ายที่ไม่ได้ประกอบการจริงจำนวนมาก ภาษาชาวบ้านเรียกว่าโกงภาษีมูลค่าเพิ่มแบบหน้าด้าน ๆ

แต่กลเม็ดในการโกงภาษีหรือเบียดบังภาษีเข้ากระเป๋าข้าราชการกรมสรรพากร และช่วยให้เจ้าของธุรกิจจ่ายภาษีน้อยลงทั้งที่มีกำไรมหาศาล มีอย่างหลากหลาย ขึ้นอยู่กับว่าเจ้าหน้าที่กรมสรรพากรจะแนะนำแบบไหน

ในจังหวะข่าวยึดทองคำของนายสาธิต ปรากฏข่าวตำรวจปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ปอศ.) จับกุมอดีตกรรมการบริษัทประกอบธุรกิจจำหน่ายอาหารทะเลแช่แข็งแปรรูป ฐานร่วมกันฉ้อโกง ร่วมกันปลอมแปลงเอกสารทางราชการ (ปลอมใบกำกับภาษี) หลังสถาบันการเงินแห่งหนึ่งปล่อยกู้วงเงิน 10 ล้านบาท ตรวจพบว่าใช้แบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคล (ภ.ง.ด.50) ใบเสร็จการชำระภาษี และบิลการค้าปลอม

ถ้าดูตามเนื้อหาข่าวไม่มีเจ้าหน้าที่กรมสรรพากรเข้าไปเกี่ยวข้อง แต่อดสงสัยไม่ได้ว่าธุรกิจมีเงินหมุนเวียนนับสิบล้านบาท เจ้าหน้าที่ฯ ได้เข้าตรวจสอบว่ายื่นจ่ายภาษีและตรวจสอบงบดุลหรือไม่?

แต่ในวงการธุรกิจหรือธุรกิจที่จดภาษีมูลค่าเพิ่ม ต่างรับรู้กันว่าถ้าจ่ายภาษีนิติบุคคลให้น้อยกว่าความเป็นจริง หรือไม่ต้องจ่ายเลยเพราะบริษัทขาดทุน ส่วนใหญ่จะมีเจ้าหน้าที่กรมสรรพากรเป็นที่ปรึกษาแบบลับ ๆ มีทั้งระดับอำเภอ จังหวัด ผู้อำนวยการ และรองอธิบดี เป็นต้น

หากบริษัทหรือห้างร้านใดที่ไม่ได้จ้างเจ้าหน้าที่สรรพากรเป็นที่ปรึกษา พอถึงจังหวะที่ต้องชำระภาษี ส่วนใหญ่จะอยู่ในอาการกระวนกระวายลุ้นระทึกว่าจะโดนสุ่มตรวจหรือไม่ เพราะบริษัทหรือห้างร้านส่วนใหญ่เลี่ยงภาษีกันแทบทั้งสิ้น มีทั้งทำบัญชีงบดุลขาดทุน ได้กำไรน้อย หรืองบดุลสมดุล เป็นต้น

วิธีเลี่ยงคงหนีไม่พ้นที่จะต้องซื้อใบเสร็จที่มาพร้อมกับใบกำกับภาษีปลอม หลายบริษัทถูกสุ่มตรวจพบว่ามีผลกำไรสูงกว่าที่ยื่น ตรวจลึกลงไปพบว่าไม่ได้ซื้อสินค้าจริง บิลและใบกำกับภาษีซื้อมาจากบริษัทที่ประกอบธุรกิจนี้โดยเฉพาะ เจ้าหน้าที่ฯ จะเปิดช่องเจรจา อาทิ ตรวจสอบพบว่าถ้าต้องจ่ายภาษีเงินได้แบบตรงไปตรงมา อย่างน้อย 5 ล้านบาท ถ้าจะจ่ายแค่ 1 ล้าน มีช่องทางทำได้ แต่ต้องจ่ายใต้โต๊ะ 1-2 ล้านบาท จบแบบวิน-วิน คือร่วมกันโกง แต่เจ้าหน้าที่สรรพากรจะรับสองทาง จากบริษัทที่ขายบิลและบริษัทที่ซื้อบิล

เมื่อตกลงกันได้ เจ้าหน้าที่ฯ จะนัดแนะให้บริษัทขายบิลและบริษัทผู้ซื้อเข้าให้ปากคำที่ตรงกันอย่างสมเหตุสมผล แล้วจะสรุปผลสอบเสนอผู้มีอำนาจลงนาม พร้อมแนบปัจจัยที่ได้รับมาไปด้วย ที่ยกมาเป็นเพียงกลเม็ดหนึ่งเท่านั้น ที่เอกชนและเจ้าหน้าที่กรมสรรพากรร่วมกันเบียดบังภาษีที่ควรจะเข้าคลังชาติแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย

หากข้อมูลที่นำเสนอนี้ไม่ตรงข้อเท็จจริงและยากจะพิสูจน์ ทำได้ไม่ยาก เพียงแค่ ป.ป.ช.ตรวจสอบข้าราชการกรมสรรพากรระดับจังหวัด ผู้อำนวยการเขตพื้นที่ รองอธิบดี และอธิบดี ที่เพิ่งเกษียณอายุดู จะพบว่าส่วนใหญ่รวยแบบเงียบ ๆ ทั้งสิ้น ซึ่งพฤติกรรมการโกงภาษีที่ข้าราชการจับมือกับภาคเอกชน มิได้มีเพียงแค่กรมสรรพากรเท่านั้น กรมศุลกากร และกรมสรรพสามิต มิได้แตกต่างกันแต่อย่างใด แต่ที่จับไม่ได้ไล่ไม่ทัน นอกจากจะโกงแบบแนบเนียนแล้ว ส่วนใหญ่จะมีแบ็กดี เพราะตำแหน่งเหล่านี้ล้วนอยู่ในเครือข่ายของกลุ่มผู้มีอำนาจในรัฐบาล

ครั้นจะแนะนำช่องทางในการแก้ปัญหา คิดว่าเสียเวลาเปล่า เพราะกลุ่มผู้มีอำนาจทั้งหลาย ทั้งที่ออกหน้าเล่นบทเสนาบดีและหลบอยู่หลังฉากคอยบงการ ล้วนแต่มีเครือข่ายธุรกิจอยู่ในมือแทบทั้งสิ้น!!!