ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองขยายผลจับแรงงานเถื่อนชายแดนใต้ ลุยค้น 2 บ้านพักย่านบางบัวทอง พบอุปกรณ์ปลอมเอกสารครบชุด พาสปอร์ตปลอม 36 เล่ม เงินสะพัดกว่า 10 ล้านบาท รับจ้างทำเล่มละ 8,500 บาท พาแรงงานเมียนมาลอบเข้าไทยส่งต่อมาเลเซีย
เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง นำกำลังเข้าบุกตรวจค้นบ้านพักจำนวน 2 หลัง ในพื้นที่อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี พร้อมควบคุมตัวนายมินหรือนายปิน ชาวเมียนมา ซึ่งเป็นบุคคลตามหมายจับในข้อหาร่วมกันช่วยเหลือคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองให้พ้นจากการจับกุมและร่วมกันทำหนังสือเดินทางปลอม
จากการตรวจค้นบ้านพักทั้ง 2 หลัง พบอุปกรณ์คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค จำนวน 2 เครื่อง เครื่องพิมพ์เอกสาร ขึ้นเคลือบแผ่นลามิเนต ตรายางประทับของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ทั้งประเทศไทยและ เมียนมา จำนวน 16 อัน ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับปลอมแปลงเอกสารการเดินทาง และยังพบ หนังสือเดินทางปลอม จำนวน 36 เล่ม พร้อมตรวจยึดรถกระบะจำนวน 1 คัน รถจักรยานยนต์ สมุดบัญชีธนาคารจำนวน 3 เล่ม มูลค่ากว่า 2 ล้านบาท

พล.ต.ท.ภานุมาศ บุญญลักษม์ ผู้บัญชาการตรวจคนเข้าเมือง เปิดเผยว่าผลการปฏิบัติการในครั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้ขยายผล การจับกุมผู้ต้องหาชาวเมียนมา จำนวน 2 คน ที่สถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่ ขณะพยายามพาแรงงานชาวเมียนมาอีก 8 คน หลบหนี้เข้าเมือง โดยใช้หนังสือเดินทางปลอม เพื่อเดินทางไปยังชายแดนไทยมาเลเซียในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ในช่วงเดือนตุลาคมปี 2568
จากข้อมูลการสอบสวน นายมิน ถูกซัดทอดว่า มีหน้าที่ทำหน้งสือเดินทางปลอมให้กับชาวเมียนมา ที่ต้องการเดินทางไปใช้แรงงานที่ประเทศมาเลเซีย โดยใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่าน
พันตำรวจเอกธวัชชัย นรินรัตน์ ผู้กำกับการ 1 กรมบังคับการสืบสวนสอบสวนสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เปิดเผยว่า ภายหลังการจับกุมนายมิน ให้การรับสารภาพว่าได้รับการประสานจากนายหน้าคนหนึ่ง ที่อยู่บริเวณชายแดนไทย- เมียนมาร์ในพื้นที่ จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งนายหน้าจะเป็นผู้พากลุ่มคนชาวเมียนมา มาส่งให้โดยเช่าบ้านหลังหนึ่งใกล้เคียงกับบ้านพักของตัวเองออกไปไม่เกิน 2 กิโลเมตรให้พักพิงชั่วคราว ระหว่างทำหนังสือเดินทางปลอม หลังจากนั้นจะส่งต่อให้กับนายคิม ผู้ต้องหาที่ถูกจับก่อนหน้านี้ เป็นคนพาแรงงานเดินทางไปส่งยังชายแดนไทยมาเลเซียในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ซึ่งจะมีนายหน้าในพื้นที่รับต่ออีกทอดหนึ่ง โดยจะได้รับค่าจ้างจำนวน 8,500 บาทต่อคน ซึ่งรวมทั้งขบวนการแล้วแรงงานชาวเมียนมาจะต้องเสียเงินค่าลักลอบเดินทางข้ามประเทศ ประมาณ 59,000 บาทต่อคน

ซึ่งจัดการตรวจสอบเส้นทางทางการเงินแล้วพบว่า นายมินมีเงินหมุนเวียนในบัญชีกว่า 10 ล้านบาท ตั้งแต่ปี 2557 มาถึงปัจจุบัน ปี และยังเหลือเงินคงค้างในบัญชีกว่า 1 ล้านบาท ซึ่งจากหลักฐานเส้นทางการเงินแล้วตำรวจเชื่อว่า นายมิน ลักลอบขนคนเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายมานานกว่า 10 ปี
ส่วนการปลอมแปลงหนังสือเดินทางนั้น ผูกปลอมแปลงขึ้นมาเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ และใช้สำหรับซื้อตั๋วเดินทางทั้งทางรถไฟและรถโดยสารประจำทาง ในระหว่างเดินทางไปยังจุดหมายปลายทาง แต่ไม่สามารถใช้เดินทางข้ามประเทศได้
เนื่องจากเป็นการปลอมแปลงในคุณภาพต่ำ วิธีการปลอมแปลงเอารูปถ่ายคนต่างด้าวที่ต้องการจะปลอม มาสวมกับหนังสือเดินทางชื่อบุคคลอื่นที่มีสัญชาติเดียวกันเท่านั้น ทำให้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองนั้นสามารถตรวจจับได้

จากข้อมูลการสอบสวนเจ้าหน้าที่ยังต้องเร่งขยายผลไปถึงผู้ร่วมขบวนการทั้งขบวนการนำพาคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง และบุคคลที่อยู่เบื้องหลัง เพื่อปราบปรามขบวนการขนคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย รวมถึงเตรียมทำการสืบสวนทรัพย์สินเพื่อตรวจยึดเนื่องจากความผิดที่เกี่ยวกับการปลอมแปลงหนังสือเดินทางเป็นมูลฐานความผิดตาม พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินด้วย นอกจากนี้ยังเตรียมรวบรวมพยานหลักฐาน หากพบว่าเขาขายเป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติก็จะเสนอให้อัยการสูงสุดร่วมพิจารณา

