เสือโคร่งดับ 72 ตัว เชียงใหม่ สธ.–ปศุสัตว์คุมเข้มเฝ้าระวัง 21 วัน ยังไม่พบผู้ติดเชื้อ

223

กรณีการเสียชีวิตของเสือโคร่งในคุ้มเสือแม่ริม–แม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ สธ.–ปศุสัตว์ ประสานงานเข้ม ตรวจสุขภาพเจ้าหน้าที่กว่า 100 คน ยังไม่พบผู้ป่วย

กรมควบคุมโรคประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งเฝ้าระวังสุขภาพบุคลากรและสัตวแพทย์กรณีการเสียชีวิตของเสือโคร่งในคุ้มเสือแม่ริม–แม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ อย่างใกล้ชิดต่อเนื่อง 21 วัน ขณะนี้ยังไม่พบผู้ป่วยผิดปกติ พร้อมขอความร่วมมือประชาชนรับประทานอาหารปรุงสุก สะอาด ล้างมือสม่ำเสมอ และหลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์โดยตรง เพื่อลดความเสี่ยงด้านสุขภาพ


วันนี้ (21 กุมภาพันธ์ 2569) นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า จากรายงานข่าวกรณีการเสียชีวิตของเสือโคร่งจำนวน 72 ตัว ภายในบริเวณคุ้มเสือแม่ริมและคุ้มเสือแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ นั้น ขณะนี้หน่วยงานด้านสัตวแพทย์ได้ดำเนินการตรวจสอบทางห้องปฏิบัติการและอยู่ระหว่างการดำเนินมาตรการควบคุมโรคในสัตว์ รวมทั้งการสอบสวนทางระบาดวิทยาเพิ่มเติมเพื่อประเมินสาเหตุและปัจจัยเสี่ยงอย่างรอบด้าน

กรมควบคุมโรคได้ทบทวนข้อมูลทางวิชาการเกี่ยวกับโรคติดเชื้อที่อาจเกิดในสัตว์ป่า โดยพบว่าเหตุการณ์สัตว์ป่วยหรือตายจำนวนมากอาจเกี่ยวข้องกับเชื้อโรคได้หลายชนิด ซึ่งบางชนิดสามารถติดต่อสู่คนได้ตามธรรมชาติ ดังนั้นจึงยังคงต้องเฝ้าระวังความเสี่ยงด้านสุขภาพอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่พบผู้ป่วยผิดปกติในกลุ่มผู้สัมผัส

การสัมผัสสัตว์ป่วย ซากสัตว์ หรือสิ่งคัดหลั่งจากสัตว์ อาจมีความเสี่ยงต่อการได้รับเชื้อโรค จึงจำเป็นต้องปฏิบัติตามมาตรการสุขอนามัยอย่างเคร่งครัด


ด้าน นายแพทย์ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุข โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดแล้ว โดยได้ตรวจประเมินสุขภาพของ เจ้าหน้าที่สัตว์แพทย์และบุคลากรที่เกี่ยวข้อง ประมาณ 108 คน ขณะนี้ยังไม่พบผู้ป่วยผิดปกติหรืออาการเข้าข่ายป่วยจากการสัมผัสสัตว์ป่วย อย่างไรก็ตามเพื่อความปลอดภัยและสอดคล้องกับระยะฟักตัวของบางโรค เจ้าหน้าที่จะติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง เป็นเวลาอย่างน้อย 21 วัน ตามแนวทางการเฝ้าระวังโรคของกรมควบคุมโรค

กรมควบคุมโรคขอให้ประชาชนปฏิบัติตามคำแนะนำดังนี้ รับประทานอาหารที่ปรุงสุกทุกมื้อ เพื่อป้องกันการติดเชื้อจากอาหารดิบหรือไม่สุก หลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ป่วย หรือการสัมผัสสารคัดหลั่งของสัตว์โดยตรงล้างมือให้สะอาดบ่อย ๆ ด้วยสบู่และน้ำ หรือใช้แอลกอฮอล์เจล โดยเฉพาะก่อนรับประทานอาหารหรือหลังสัมผัสสัตว์ สำหรับผู้ไปเยี่ยม สวนสัตว์หรือสถานที่เลี้ยงสัตว์ต่าง ๆ สามารถดำเนินกิจกรรมได้ตามปกติ แต่ห้ามสัมผัสสัตว์หรือป้อนอาหารสัตว์โดยตรง และควรรักษามาตรฐานสุขอนามัยอย่างเคร่งครัด

กรมควบคุมโรคจะยังคงติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ข้อมูลสุขภาพที่ถูกต้องและทันเหตุการณ์ต่อไป สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422