อาชีพตำรวจต้นทุนสังคมต่ำ ต่อแถวรับอั่งเปา กลายเป็นไวรัล รับแบบเปิดเผยดีกว่าแอบโกงเงินหลวง

407

อาจเป็นเพราะอาชีพตำรวจมีต้นทุนทางสังคมต่ำ แค่คลิปตำรวจยืนต่อแถวรอรับอั่งเปาหน้า บริษัทปราสาททองโอสถ จำกัด ย่านเยาวราช กลายเป็นไวรัล มีสื่อโซเชียลและสื่อกระแสหลักหลายช่องนำไปเผยแพร่

ผู้ประกาศข่าวบางช่องนำไปขยี้ต่อเชิงตำหนิว่ามีพฤติกรรมไม่เหมาะสม เป็นผู้รักษากฎหมายไม่ควรกระทำ เพราะอาจจะไปเอื้อให้กับผู้แจกได้ บางคนเหน็บว่าเข้าข่ายรับสินบนหรือไม่ หลายเพจเปิดแสดงความเห็น แต่ส่วนใหญ่บอกว่าไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะการแจกอั่งเปาผู้แจกทำเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว แถมผู้รับจะได้อานิสงส์ไปด้วย และบางคนให้ความเห็นว่ารับแบบเปิดเผยดีกว่าแอบรับแล้วต้องกลายเป็นม้าใช้เขา

ก่อนที่เสียงวิพากษ์วิจารณ์จะขยายเป็นวงกว้าง กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ออกมาดับกระแส ชี้แจงว่าทางผู้แทนบริษัท ปราสาททองโอสถ จำกัด บอกว่าการแจกอั่งเปาดำเนินการตามประเพณีในช่วงเทศกาลตรุษจีน บริษัทฯ ประกาศเชิญชวนให้บุคคลทั่วไปสามารถเดินทางมารับได้ ณ จุดที่กำหนด โดยมิได้เจาะจงบุคคลใดเป็นพิเศษ รวมถึงตำรวจและเจ้าพนักงานจากหน่วยงานต่างๆ สามารถเข้ารับได้เช่นเดียวกับประชาชนทั่วไป เพื่อความเป็นสิริมงคลและเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ มิได้มีเจตนาแอบแฝงหรือมุ่งหวังผลประโยชน์ใดๆ ทั้งสิ้น

จากปรากฏการณ์ตำรวจต่อแถวรับอั่งเปา ชาวบ้านทั่วไปที่ไม่ได้อาศัยอยู่ย่านเยาวราช สำเพ็ง และละแวกใกล้เคียง อาจจะรู้สึกว่าเป็นเรื่องผิดปกติและตำรวจไม่ควรกระทำอย่างยิ่ง แต่ถ้าเป็นชาวบ้านที่อาศัยอยู่ย่านดังกล่าวมองว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะช่วงเทศกาลตรุษจีนทุกปี ชาวไทยเชื้อสายจีนจะเอื้อเฟื้อกับตำรวจเป็นพิเศษ

อดีตผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาล (ผกก.สน.) พลับพลาไชย 1 เล่าให้ฟังว่า คนไทยเชื้อสายจีนส่วนใหญ่เป็นเจ้าของธุรกิจ สิ่งที่พวกเขามุ่งหวังคือความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน โดยเฉพาะเจ้าของธุรกิจซื้อขายทอง หวังพึ่งตำรวจมากที่สุด หลายร้านว่าจ้างตำรวจที่ว่างเว้นจากเวรยามมาประจำที่ร้านเพื่อดูแลความปลอดภัย

“แต่ละช่วงเวลาตำรวจจะผลัดเปลี่ยนกันรับจ้างเฝ้าร้านทองเพื่อหารายได้เสริม เมื่อทำซ้ำบ่อยๆ จะกลายเป็นความสัมพันธ์ที่ดีเอื้อเฟื้อต่อกัน เมื่อโรงพักทั้งพลับพลาไชย 1 และพลับพลาไชย 2 มีกิจกรรมอะไรจะได้รับการสนับสนุนจากคนในพื้นที่เป็นอย่างดี” อดีต ผกก.สน. พลับพลาไชย 1 ระบุ และว่าลองพินิจพิเคราะห์ดูจะพบว่าพื้นที่ความรับผิดชอบทั้งสอง สน. เต็มไปด้วยร้านทองหรือร้านค้าต่างๆ ถ้ามองตามสภาพพื้นที่แล้ว อาชญากรน่าจะก่ออาชญากรรมได้ง่าย แต่เหตุร้ายเกิดขึ้นน้อยมากถึงขั้นไม่เกิดขึ้นเลยในแต่ละปี สะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างตำรวจกับชาวบ้าน

อดีต ผกก.ฯ คนเดิมบอกอีกว่า การรับอั่งเปาของตำรวจจากร้านค้าหรือเจ้าของธุรกิจในพื้นที่ช่วงเทศกาลตรุษจีนมีมานานจนกลายเป็นประเพณีตามที่บริษัทปราสาททองฯ ชี้แจง มีหลายร้านและหลายธุรกิจแจกแบบเดียวกัน เพียงแต่ไม่ได้ประกาศให้ทราบ มีทั้งแจกแบบส่วนตัวหรือแจกแบบหมู่คณะ ผู้ให้จะแจกด้วยความเต็มใจ เพื่อเป็นการตอบแทนที่ตำรวจดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้เป็นอย่างดี

“การรับแจกอั่งเปาของตำรวจย่านเยาวราช สำเพ็ง มีมานานจนกลายเป็นประเพณี แต่ตำรวจรุ่นเก่าที่อยู่ในพื้นที่จะบอกว่าเป็นตำนานที่สามารถเล่าขานกันได้แบบไม่อาย เพราะไม่ใช่การรีดไถหรือรับส่วย แต่เป็นการกระทำที่ผู้ให้แจกอย่างเต็มใจและผู้รับก็รับแบบเปิดเผย ไม่ผิดกฎหมาย สบายใจอีกต่างหาก” อดีต ผกก. ระบุ และว่าการเข้าแถวรับอั่งเปาไม่ได้เกิดขึ้นแค่ครั้งนี้ครั้งเดียว แต่เกิดขึ้นทุกปี เพียงแต่สื่อสายอาชญากรรมไม่ได้นำเสนอ เพราะต่างรับรู้ว่าไม่ใช่การรับส่วยหรือรับสินบน แต่เป็นสินน้ำใจที่ผู้รับบริการเต็มใจตอบแทนที่ได้รับการบริการที่ดีจากผู้ให้บริการ

ที่ “ประดู่แดง” นำประเด็นดังกล่าวมานำเสนอ เพียงเพื่อสื่อสารว่าบางครั้งก่อนนำเสนอคลิปข่าวผ่านสื่อที่ทุกคนถืออยู่ในมือนั้น ควรจะคิดวิเคราะห์หาข้อเท็จจริงก่อนนำเสนอ เมื่อได้ข้อเท็จจริงแล้ว การนำเสนอควรอธิบายถึงที่มาที่ไปว่าการกระทำดังกล่าวนั้นเข้าข่ายที่ควรจะตำหนิด้วยถ้อยคำรุนแรง หรือควรที่จะด้อยค่าหรือไม่

เท่าที่ติดตามการนำเสนอของสื่อกระแสหลักและกระแสรอง เน้นไปที่การตำหนิติเตียนแบบตั้งคำถามว่า ตำรวจอีกแล้วเหรอ เข้าแถวรับอั่งเปาหรือรับส่วยกันแน่

หากผู้อ่านได้ติดตามข่าวหรือดูคลิปที่แพร่ในสื่อโซเชียล ลองวิเคราะห์ตรึกตรองดูว่า ระหว่างตำรวจเข้าแถวรับอั่งเปาแบบเปิดเผย กับพวกที่แอบทุจริตแอบโกงเงินหลวงจนประเทศชาติแทบจะล้มละลาย พวกไหนควรจะถูกประณามมากกว่ากัน!!!