ปคบ.ร่วม อย. ทลายโกดังผ้าอนามัยไม่มีเลขจดแจ้ง 6 ยี่ห้อ ยึดของกลาง รวมกว่า 1.2 ล้านชิ้น มูลค่ากว่า 20 ล้านบาท

120

เมื่อวันที่ 18 ก.พ. พล.ต.ต.คงกฤช เลิศสิทธิกุล ผบก.ปคบ. สั่งการ พ.ต.อ.วีระพงษ์ คล้ายทอง ผกก.4 บก.ปคบ. พ.ต.ท.หญิง อนุสรา บัวแดง สว.กก.4 บก.ปคบ. สนธิกำลังร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร เข้าตรวจค้นโกดังผ้าอนามัย ไม่มีเลขจดแจ้งสองแห่ง พร้อมตรวจยึดของกลาง 13 รายการ จำนวน 1,289,333 ชิ้น มูลค่ากว่า 20 ล้านบาท

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. ได้รับเรื่องร้องเรียนจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ให้ตรวจสอบการจำหน่ายผ้าอนามัย ที่ไม่มีเลขจดแจ้งและแสดงฉลากไม่ถูกต้องบนแพลตฟอร์มออนไลน์


จากการสืบสวนขยายผลทราบว่า ผลิตภัณฑ์บางรายการมีการขออนุญาตจดแจ้งกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจริง โดยมีการขออนุญาตเพียง 1 เลขจดแจ้ง แต่นำเลขไปใช้กับผลิตภัณฑ์รายการอื่นด้วยเพิ่มความน่าเชื่อถือ เครือข่ายดังกล่าวลักลอบนำสินค้าเข้ามาจากประเทศจีน โดยสั่งผลิตและนำเข้าสินค้าแล้วนำมาเก็บไว้ยังโกดังเพื่อรอคำสั่งซื้อจากลูกค้าในประเทศไทย แล้วแพ็คส่งให้ลูกค้าตามออเดอร์ จึงลงพื้นที่ตรวจสอบจนทราบถึงสถานที่จัดเก็บและจุดกระจายสินค้า ก่อนนำหมายศาลเข้าตรวจค้นสถานที่ที่เกี่ยวข้องในการกระทำความผิด จำนวน 2 แห่ง ประกอบด้วยสถานที่จัดเก็บสินค้า ในพื้นที่แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร โดยมี น.ส.อริยา (สงวนนามสกุล) อายุ 32 ปี แสดงตัวเป็นผู้ดูแลและตรวจค้นสถานที่จัดเก็บและไลฟ์สด ภายในโกดังแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.บางน้ำจืด อ.เมือง จ.สมุทรสาคร โดยมี นายฑิตาธร (สงวนนามสกุล) อายุ 25 ปี แสดงตัวเป็นผู้ดูแล ตรวจยึดของกลางจำนวน 13 รายการ เป็นผ้าอนามัย จำนวน 11 รายการ รวม 1,288,804 ชิ้น วัตถุอันตราย จำนวน 2 รายการ รวม 572 ชิ้น รวมมูลค่ากว่า 20,200,000 บาท

สอบสวน น.ส.อริยา กล่าวอ้างว่า ตนเป็นผู้ดูแลสถานที่ดังกล่าว มีหน้าที่คอยรับผลิตภัณฑ์ที่นำเข้ามาจากประเทศจีนมาจัดเก็บไว้ที่โกดังดังแล้วแพ็คส่งตามออเดอร์ที่แอดมินชาวจีนส่งมาให้ในแต่ละวัน ซึ่งตนดำเนินกิจการต่าง ๆ แทนเจ้าของชาวจีน เนื่องจากมีความชำนาญด้านการแปลภาษาจีน มียอดขายวันละ 5,000 ชิ้น โดยทำมาแล้วประมาณ 8 เดือน เบื้องต้นแจ้งข้อหา “ขายเครื่องสำอางที่มิได้จดแจ้ง, ขายเครื่องสำอางที่ฉลากไม่แสดงฉลากภาษาไทย, ขายเครื่องสำอางปลอม, ขายวัตถุอันตรายโดยไม่มีฉลากหรือมีฉลากแต่ฉลากหรือการแสดงฉลากไม่ถูกต้อง”

ภญ. สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า อย. มีความห่วงใยสุขภาพอนามัยของพี่น้องประชาชนสุภาพสตรีเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากผ้าอนามัยเป็นผลิตภัณฑ์ที่สัมผัสกับจุดซ่อนเร้นโดยตรงหากใช้ของปลอมหรือของเถื่อน หรือผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน อาจเสี่ยงต่อการระคายเคือง ผื่นคัน หรือการติดเชื้อในระบบสืบพันธุ์ได้ ดังนั้น ก่อนตัดสินใจซื้อขอให้ตรวจสอบเลข อย. บนฉลากผลิตภัณฑ์ได้ที่ www.fda.moph.go.th และ Line@FDAThai และขอเตือนผู้ประกอบการให้ขออนุญาตนำเข้าเครื่องสำอางให้ถูกต้อง และปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ไม่เอาเปรียบผู้บริโภค หากตรวจพบจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด