ท่ามกลางพงไพรเขียวชอุ่ม มีไม้เถาชนิดหนึ่งทอดกิ่งก้านอ่อนช้อย ดอกสีขาวสะอาดแต้มเหลืองอร่าม ส่งกลิ่นหอมบางเบาในยามลมพัด — นั่นคือ “โนรา” ไม้ป่าที่งดงามทั้งรูป รส และคุณค่า ซ่อนตัวอยู่อย่างเงียบงามในผืนป่าเอเชีย

“โนรา” (Hiptage benghalensis) เสน่ห์ไม้เถาพริ้วไหว แห่งพงไพรเอเชีย
โนรา หรือที่บางถิ่นเรียกว่า พญาช้างเผือก หรือ กำลังช้างเผือก เป็นไม้พุ่มรอเลื้อยในวงศ์ Malpighiaceae ที่สะกดสายตาด้วยดอกสีขาวบริสุทธิ์ ตัดกับแต้มสีเหลืองสดภายในกลีบ กลีบดอกเรียงตัวเป็นรูปขอบขนาน ดูอ่อนช้อยราวการร่ายรำ พร้อมกลิ่นหอมละมุนที่อบอวลเคียงคู่เกสรเพศผู้ซึ่งยาวเรียวเด่นเป็นเอกลักษณ์
เมื่อเพ่งมองใกล้ จะเห็นรายละเอียดทางพฤกษศาสตร์ที่งดงามไม่แพ้ศิลปะ ใบของโนรามีรูปรีถึงรูปใบหอก ยาวได้ราว 18 เซนติเมตร ผิวใบด้านล่างนุ่มมือจากขนสั้นละเอียด ดอกออกเป็นช่อพวงยาว ดูสง่างามยามพลิ้วไหวตามแรงลม กลีบเลี้ยงมีลักษณะพิเศษ — หนึ่งในนั้นมีต่อมยาวเรียวทอดตัวลงจรดก้านดอก

เมื่อดอกโรยรา โนราจะเผยความงามในอีกบทหนึ่งของชีวิต ผลของมันมี “ปีก” ช่วยในการกระจายพันธุ์ โดยมีปีกกลางยาวเด่นราว 3–6 เซนติเมตร และปีกข้างสองข้างประกบกัน ดูคล้ายแมลงกำลังกางปีกโบยบินกลางอากาศ เป็นภาพสะท้อนภูมิปัญญาของธรรมชาติอย่างแท้จริง
โนราพบได้ทั่วไปตามป่าเบญจพรรณและป่าดิบ ตั้งแต่ที่ราบจนถึงภูเขาสูงราว 2,000 เมตร กระจายพันธุ์ตั้งแต่อินเดีย จีนตอนใต้ จนถึงคาบสมุทรมลายู นอกจากความงามทางนิเวศแล้ว โนรายังเป็นสมุนไพรพื้นบ้านที่สืบทอดการใช้มาอย่างยาวนาน ใบและดอกมีสรรพคุณช่วยแก้ไข้ แก้ร้อนใน และบรรเทาอาการอักเสบทางผิวหนัง สะท้อนความสัมพันธ์อันแนบแน่นระหว่างป่าไม้กับวิถีชีวิตมนุษย์
ในความพริ้วไหวของเถาไม้และกลิ่นหอมของดอกขาว โนราไม่ได้เป็นเพียงพืชพรรณประดับพงไพร หากแต่เป็นสัญลักษณ์ของความงามอันละเอียดอ่อน และคุณค่าที่ธรรมชาติมอบให้กับผืนป่าเอเชียอย่างไม่รู้จบ
ขอบคุณข้อมล : สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช

