โชว์ความพร้อมรับมือเหตุร้าย! ตำรวจภาค 5 ซ้อมแผนปล้น-จับตัวประกัน กลางเมืองเชียงใหม่

793

รองจเรตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย รอง ผบช.ภ.5 ,ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ และคณะ ร่วมสังเกตการณ์ การปฏิบัติการจำลองเหตุการณ์: ปล้นทรัพย์และจับตัวประกัน ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ จังหวัดเชียงใหม่ อ.เมืองเชียงใหม่

13 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 10.00 น.พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ และคณะ พร้อมด้วย พล.ต.ต.วรพงศ์ คำลือ รอง ผบช.ภ.5 , พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ , พ.ต.อ.สมชาย เขียวจักร รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ , พ.ต.อ.สิทธิศักดิ์ ศิริเดชอนันต์ รอง ผบก.สส.ภ.5 , พ.ต.อ.พงศธร เตมียศักดิ์ รอง ผบก. กต.6 จต.,พ.ต.อ.เสวก ชูศิริ ผกก.สภ.ช้างเผือก จ.เชียงใหม่ , พ.ต.อ.สุรชัย ท่างาม ผกก.สส.ภ.จว.เชียงใหม่ , พ.ต.อ.เฉลิมพล แก้ววงค์วัน ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ และเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัด สถานีตำรวจภูธรช้างเผือก, กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่, กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 5และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมสังเกตการณ์ การปฏิบัติการจำลองเหตุการณ์: ปล้นทรัพย์และจับตัวประกัน ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ จังหวัดเชียงใหม่ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

พ.ต.อ.สุรชัย ท่างามผู้กำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่บรรยายประกอบการสาธิตในวันนี้สถานการณ์ทุกอย่างเป็นสถานการณ์สมมุติ​ ทั้งสิ่งก่อสร้างและตัวบุคคลและสถานที่ กำหนดขึ้นมาเพื่อเหมาะสมกับห้วงเวลาและภารกิจ

ปัจจุบัน ด้วยภาวะเศรษฐกิจ ส่งผลให้ประชาชนจำนวนหนึ่งมีภาระทางการเงินและเกิดหนี้สิน ประกอบกับราคาทองคำในช่วงเวลานี้มีมูลค่าสูงมาก ทำให้มีผู้กระทำผิดบางรายตัดสินใจก่อเหตุปล้นร้านทองเกิดขึ้นหลายครั้งในประเทศของเรา อีกทั้งยังมีปัจจัยด้านความเครียดและแรงกดดันต่าง ๆ ร่วมด้วย

สถานการณ์สมมุติ
คนร้ายจำนวน 3 คน ได้ก่อเหตุปล้นร้านทองแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของสถานีตำรวจภูธรช้างเผือก โดยใช้อาวุธปืนสงครามและอาวุธปืนพกสั้น ได้ทองคำไปจำนวนหนึ่ง ก่อนหลบหนีด้วยรถจักรยานยนต์ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สภ.ช้างเผือก ได้ขับรถยนต์ติดตามคนร้ายอย่างกระชั้นชิด

การบูรณาการกำลังร่วมกัน
เหตุการณ์ดังกล่าวมีการบูรณาการร่วมกันจากหลายหน่วยงาน ได้แก่​ เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สภ.ช้างเผือกชุดสืบสวน สภ.ช้างเผือกหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ซึ่งประกอบด้วยหน่วยปฏิบัติการพิเศษ “ยักขราช 49”กองกำกับการวิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ

ทั้งนี้ ในสถานการณ์จริง อาจใช้เวลาคลี่คลายมากกว่าการสาธิต อาจใช้เวลาครึ่งชั่วโมง 3 ชั่วโมง 6 ชั่วโมง หรืออาจยาวนานถึง 1–2 วัน กว่าสถานการณ์จะยุติลงแต่การสาธิตในวันนี้ จะมุ่งเน้นให้เห็นถึงขั้นตอนการปฏิบัติ ตามหลักของ “แผนกรกฎ” และหลักการใช้กำลังจากหนักไปหาเบา ซึ่งน้องน้องในหน่วยปฏิบัติการพิเศษของตำรวจภูธรจังหวัดจังหวัดเชียงใหม่และกองบังคับการสืบสวนตำรวจภูธรภาคห้า ได้ผ่านการฝึกหลักสูตรต่างๆ​ อาทิเช่น หลักสูตรต่อต้านการก่อการร้าย จากนเรศวร 261 หลักสูตรอรินทราช จากอราชสอง​ หลักสูตรเรสคิ้ว​ หลักสูตรสไนเปอร์, Eod, ลาซู, แบลคไทเกอร์, เสื้อคาบดาบจึงมีทักษะและยุทธวิธี ที่จะต่อสู้กับคนร้ายได้อย่างชำนาญ​ โดยคนร้ายทั้ง 3 คน จะถูกจัดให้เกิดเหตุใน 3 แนวทาง เพื่อให้เห็นภาพความพร้อมของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการระงับเหตุอย่างเป็นระบบ

เริ่มเข้าสู่สถานการณ์การสาธิต

เหตุการณ์ที่ 1 : Active Shooter (หยุดการฆ่า – หยุดการตาย)

คนร้ายจำนวน 3 คน ได้ขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีเข้ามายังบริเวณหอประชุมนานาชาติ คนร้าย 1 คน ได้ใช้อาวุธปืนยาววิ่งเข้าจู่โจมประชาชน โดยมีอาการคุ้มคลั่ง และได้ยิงใส่ประชาชนจนได้รับบาดเจ็บ​ การปฏิบัติในขั้นตอนนี้ จะเข้าสู่หลักการ “Active Shooter” ซึ่งแนวทางการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจ คือต้องหยุดการฆ่า และหยุดการตาย

หยุดการฆ่า หมายถึง ต้องระงับยับยั้งบุคคลผู้ก่อเหตุให้เร็วที่สุดเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงจำเป็นต้องใช้อาวุธปืนยิงระงับยับยั้งคนร้าย เพื่อไม่ให้ก่อเหตุทำร้ายประชาชนเพิ่มเติม หยุดการตาย หมายถึง เมื่อระงับเหตุได้แล้ว หากมีผู้บาดเจ็บ ต้องเร่งปฐมพยาบาลทันที

ในสถานการณ์นี้ ผู้บาดเจ็บถูกยิงบริเวณแขนและขา
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงดำเนินการใช้สายรัดห้ามเลือด (Tourniquet) และกดปิดแผลเพื่อหยุดเลือด
พร้อมประสานรถพยาบาลนำส่งโรงพยาบาลต่อไป
(ในขั้นตอนของการ ปฐมพยาบาลตามแบบและ ลำเลียงพลเรือนผู้ได้รับบาดเจ็บ ออกนอกพื้นที่เหตุการณ์เพื่อนำส่ง รพ. มันจะกินเวลาในการสาธิตมากเกินไป แต่เราได้มีการฝึกฝนเจ้าหน้าที่ตามแบบของสาธารณสุข) หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่สายตรวจได้ทำการปิดกั้นพื้นที่เกิดเหตุไว้เพื่อความปลอดภัย

เหตุการณ์ที่ 2 : จับตัวประกันในบ้านจำลอง

คนร้ายอีก 2 คน ได้จับตัวประกันเข้าไปยังบ้านจำลอง โดยมีตัวประกันจำนวน 3 คนเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจชุดแรก (First Responder) ประเมินแล้วว่าไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ จึงได้ร้องขอกำลังเสริมจาก สภ.ช้างเผือกสภ.ช้างเผือก ได้ส่งชุด “Small Unit” ซึ่งผ่านการฝึกฝนและมีทักษะการใช้อาวุธเป็นอย่างดี พร้อมด้วยทีมเจรจาต่อรอง เข้าพื้นที่เกิดเหตุเมื่อชุด Small Unit และทีมเจรจาต่อรองเดินทางมาถึง ได้เริ่มดำเนินการเจรจากับคนร้าย โดยการปฏิบัติต้องมีโล่กันกระสุนครบชุด และมีเจ้าหน้าที่คุ้มกันผู้เจรจาเพื่อความปลอดภัยแต่การเจรจาไม่เป็นผล

ขณะเดียวกัน สภ.ช้างเผือก ได้ประเมินสถานการณ์แล้วว่าไม่สามารถคลี่คลายได้ เนื่องจากคนร้ายมีอาวุธสงครามและมีการจับตัวประกัน จึงได้ร้องขอไปยังกองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อส่งชุดปฏิบัติการพิเศษเข้ามาสนับสนุน
พร้อมทั้งรายงานผู้บังคับบัญชาระดับกองบัญชาการ

เหตุการณ์ที่ 3 : ชุดปฏิบัติการพิเศษเข้าคลี่คลาย

ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการพิเศษจากกองกำกับการปฏิบัติการพิเศษ เข้าสนับสนุน และให้กองกำกับการวิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษจัดเตรียมเครื่องมือพิเศษต่าง ๆ เพื่อระดมกำลังเข้าคลี่คลายเหตุการณ์เมื่อชุดปฏิบัติการพิเศษตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่เดินทางมาถึง ได้ปฏิบัติตามแผนและขั้นตอนที่มีการซักซ้อมอย่างสม่ำเสมอ

ขั้นตอนแรก ได้วางกำลังชุดสไนเปอร์เพื่อสังเกตการณ์และประเมินพฤติกรรมของคนร้ายพร้อมส่งทีมโจมตีจำนวน 2 ทีมเข้าพื้นที่ และจัดทำแผนปฏิบัติการทั้งแผน EA และแผน DA เพื่อเตรียมพร้อมในการเข้าช่วยเหลือตัวประกัน​ขณะเดียวกัน ทีม “ยักขราช 49” และชุดวิเคราะห์ข่าว ได้เดินทางมาถึงพื้นที่เกิดเหตุชุดปฏิบัติการพิเศษ ทั้งของตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ และของกองกำกับการปฏิบัติการพิเศษ ได้ร่วมกันวางแผนเข้าช่วยเหลือตัวประกันอย่างเป็นระบบ

การใช้เครื่องมือพิเศษสนับสนุน ชุดวิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ ได้นำอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) ขึ้นบินเพื่อสังเกตการณ์จากมุมสูง และรายงานภาพสถานการณ์ให้กับชุดปฏิบัติการและผู้บังคับบัญชาทราบแบบเรียลไทม์ รวมถึงมีรถโมบายที่สามารถควบคุมและสั่งการการปฏิบัติได้ทั้งระบบโดยผู้บังคับบัญชาสามารถติดตามภาพการปฏิบัติจากรถโมบายได้ตลอดเวลา

เหตุการณ์แทรกซ้อนก่อนเข้าจู่โจม ขณะที่ชุดปฏิบัติการพิเศษกำลังเตรียมเข้าจู่โจม ได้มีคนร้าย 1 คน เกรงว่าจะเกิดอันตรายต่อตนเอง จึงวิ่งออกมาจากบ้านจำลอง เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจที่ปิดกั้นพื้นที่อยู่ จึงได้ใช้อาวุธปืนยิงสกัดเพื่อควบคุมตัวคนร้าย และสามารถจับกุมได้สำเร็จ

จากการรายงานของชุดสไนเปอร์และโดรน แจ้งว่า
คนร้ายที่เหลืออีก 1 คน มีอาการคุ้มคลั่ง และขู่ว่าจะยิงตัวประกัน หากไม่ได้ตามข้อเรียกร้อง ได้แก่รถเพื่อใช้หลบหนีข้ามแนวชายแดนเงินสดอีกจำนวนหนึ่งและยังได้ทำร้ายตัวประกันโดยการยิงที่ขา ทำให้เสียเลือดเป็นจำนวนมากผู้บังคับบัญชาพิจารณาแล้วว่า หากปล่อยให้สถานการณ์ยืดเยื้อ อาจทำให้ตัวประกันเสียชีวิต จึงสั่งการให้ชุดปฏิบัติการพิเศษเข้าช่วยเหลือตัวประกันอย่างเร่งด่วน

ขั้นตอนต่อไป : ปฏิบัติการช่วยเหลือตัวประกัน (แผน DA)ต่อไป จะเป็นขั้นตอนการปฏิบัติของชุดปฏิบัติการพิเศษในการช่วยเหลือตัวประกันตาม “แผน DA” หรือแผนปราณีตเพื่อช่วยเหลือตัวประกันให้ปลอดภัย