นครราชสีมา, วันที่ 13 ก.พ. – กรมป่าไม้ โดยหน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ “พยัคฆ์ไพร” ลงพื้นที่ ขยายผลดำเนินคดี กรณีสถานประกอบกิจการที่พักนักท่องเที่ยวลักษณะรีสอร์ตแห่งหนึ่ง ในตำบลตะขบ อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา หลังได้รับการประสานจากกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ขอให้ตรวจสอบการดำเนินกิจการในเขตป่าสงวนแห่งชาติว่าชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ จากข้อมูลการสืบสวนพบว่า พื้นที่บางส่วนอยู่ในเขตกันคืนกรมป่าไม้ แปลง RF หมายเลข 12
นายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า จากกรณีเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2568 ตรวจสอบพบสถานประกอบการรีสอร์ตแห่งหนึ่งมีการครอบครอง และทำประโยชน์ในพื้นที่รวม 12-2-97 ไร่ พบสิ่งปลูกสร้างจำนวน 9 รายการ รวมทั้งมีการขุดเจาะน้ำบาดาล 1 จุด พื้นที่รีสอร์ตบางส่วนอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ และคาบเกี่ยวกับเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม จึงได้มีหนังสือสอบถามไปยังสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (สปก.) จังหวัดนครราชสีมา เพื่อตรวจสอบแนวเขตที่ดิน กระทั่งล่าสุดได้รับแจ้งผลว่าอยู่ในเขตกันคืนกรมป่าไม้ แปลง RF หมายเลข 12 (RF12) เนื้อที่ 2-1-99 ไร่ ซึ่งมีสถานะทางที่ดินเป็นที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติ และยังอยู่ในเขตดำเนินการปฏิรูปที่ดิน เนื้อที่ประมาณ 10-0-97 ไร่

จึงได้มอบหมายให้นายโกสิทธิ์ นิลรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักป้องรักษาป่าและควบคุมไฟป่า นำกำลังเจ้าหน้าที่ นำโดยนายชาญชัย กิจศักดาภาพ หัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ (พยัคฆ์ไพร) ร่วมกับเจ้าหน้าที่ส่วนป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า เจ้าหน้าที่ส่วนจัดการที่ดินป่าไม้ สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 8 (นครราชสีมา) เจ้าหน้าที่ศูนย์ป้องกันและปราบปรามที่ 2 (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ นม.3 (วังน้ำเขียว) เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ นม.4 (เขาภูหลวง) และกำลังตำรวจกองกำกับการ 3 บก.ปทส. ลงพื้นที่ขยายผลการสืบสวนเพิ่มเติม
นายนิกร กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังพบข้อมูลว่าในเขตกันคืนกรมป่าไม้ในแปลง RF หมายเลข12 (RF12) ดังกล่าว ได้มีการสำรวจรังวัดตามโครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาลให้กับประชาชน 2 ราย ซึ่งคาดว่าอาจมีการซื้อขายเปลี่ยนมือให้กับกลุ่มบริษัทเจ้าของรีสอร์ต จึงมอบหมายให้หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ นม.3 (วังน้ำเขียว) มีหนังสือแจ้งสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 8 (นครราชสีมา) ให้ดำเนินการตัดสิทธิ์รายชื่อผู้ได้รับการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาลต่อไป พร้อมกันนี้ยังได้เข้าแจ้งความกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรปักธงชัย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้กระทำผิดอีกด้วย

สำหรับพื้นที่ที่อยู่ในเขตปฏิรูปที่ดินเนื้อที่ 10-0-97 ไร่ เจ้าหน้าที่จะได้มีหนังสือถึง สปก.นครราชสีมา เพื่อพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ในส่วนกรณีการขุดเจาะน้ำบาดาล จะมีหนังสือแจ้งสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดนครราชสีมา พิจารณาตามกฎหมายว่าด้วยน้ำบาดาล รวมถึงแจ้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่พิจารณาดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร และแจ้งฝ่ายปกครองอำเภอปักธงชัย พิจารณาดำเนินการเกี่ยวกับการให้บริการในลักษณะโรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยการโรงแรมต่อไป
“กรมป่าไม้ขอย้ำว่า จะเดินหน้าปฏิบัติการเชิงรุกในการป้องกันและปราบปรามการบุกรุกพื้นที่ป่าอย่างต่อเนื่อง ตามแนวทางนโยบายของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ควบคู่กับความโปร่งใส เป็นธรรม และยั่งยืน” อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าว

