“หมอปลา”พาเหยื่อหญิงสาว ร้อง​“รองเต่า”ถูกลุงสัปเหร่อชื่อดังอ่างทอง หลอกทำพิธีอาบน้ำมนต์ล้างคุณไสย ก่อนล่วงละเมิดทางเพศ

108

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 12 ก.พ. ที่ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) นายจีรพันธ์ เพชรขาว หรือ หมอปลา มือปราบสัมภเวสี พาผู้เสียหายเป็นหญิงสาว 2 ราย เดินทางเข้าพบ พล.ต.ต.จรูญเกียติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. เพื่อร้องขอให้ตรวจสอบดำเนินคดีกับลุงสนม สัปเหร่อ หรือ หมอถอนคุณไสย ชื่อดังในพื้นที่ จ.อ่างทอง หลังถูกหลอกให้ทำพิธีสะเดาะเคราะห์แก้คุณไสยและกระทำอนาจาร

โดยผู้เสียหายหญิงสาวรายหนึ่ง เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเดือน มี.ค.2568 ขณะนั้น สามีของตนป่วยเรื้อรังมา 1-2 ปี รักษาที่โรงพยาบาลไม่หาย จึงเกิดความเครียด ก่อนไปพบเจอข้อมูลของลุงสนม ตามสื่อสังคมออนไลน์ เห็นว่าเขาเป็นคนดี มีวิชาความรู้เกี่ยวกับเรื่องการทำพิธีกรรมอาบน้ำมนต์ล้างอาถรรพ์ ล้างคุณไสย อีกทั้งยังมีการกล่าวอ้างว่ามีลูกศิษย์เป็นข้าราชการตำรวจ ทหารผู้ใหญ่หลายคน ประกอบกับตนมีความเชื่อเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว ก็เลยติดต่อไป โดยเรตราคาอาบน้ำมนต์จะอยู่ที่ครั้งละ 200 บาท

แต่พอไปกลับพบว่าไม่เป็นตามนั้น พอไปถึงเขาให้เปลี่ยนชุดแล้วสวมเพียงผ้าถุง ก่อนจะให้ถอดออกจนหมด จากนั้นก็เอามีดมาเขียนตามร่างกาย รวมถึงใช้มีดโกนโกนขนลับ ก่อนจะเอาเครื่องรางที่เป็นลูกกลมๆที่เรียกว่าลูกกาเราะมายัดใส่เข้าไปในอวัยวะเพศของตน นอกจากนี้ยังใช้มือลูบคลำอวัยวะเพศ ซึ่งขณะที่ทำพูดวิพากวิจารณ์เรือนร่างของตน ยอมรับว่าตกใจ แต่เพราะกลัวคำขู่เรื่องไสยศาสตร์จึงจำยอม

อย่างไรก็ตามหลังทำพิธีกรรมดังกล่าว ตนไปพบเจอหญิงสาวหลายรายเข้าไปแสดงความคิดเห็นเชิงต่อว่าพฤติกรรมของลุงสนม ตามสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ เนื่องจากถูกกระทำในลักษณะเดียวกัน ประกอบกับภายหลังทำพิธีสามีของตนก็ไม่ได้หายจากอาการป่วยตามที่มีการกล่าวอ้าง จึงทำให้เขื่อเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นการหลอกลวง

ผู้เสียหายยังยอมรับอีกว่า จากเรื่องทีเกิดขึ้น ค่อนข้างเสียความรู้สึก และ อยากให้ลุงสนม หยุดพฤติกรรมเช่นนี้ ตัวเขาเองก็อายุมากแล้ว และ ใช้สถานที่ทำพิธีอยู่ในวัด จึงไม่อยากให้มีผู้ถูกกระทำเช่นนี้อีก เพราะก่อนหน้านี้ทราบว่า เคยมีหญิงสาวรายหนึ่งไม่ยินยอมให้มำพิธีแต่ก็ถูกบังคับให้ทำพิธีจนเสร็จ

ขณะที่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวว่า จากการสอบปากคำผู้เสียหาย ทราบว่า มีหญิงสาวตกเป็นเหนื่อถูกกระทำเช่นนี้ราวๆ 9-10 คน อยากให้ออกมาให้ข้อมูบตำรวจ ส่วนแผนประทุษกรรมจะแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ คือ การกระทำอนาจาร และ ฉ้อโกงประชาชน ซึ่งหลังทราบเรื่อง ได้สั่งการให้ พนักงานสอบสวน กก.2 บก.ป. ตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้ง 2 เรื่องนี้ไปพร้อมๆกัน ส่วนเรื่องที่ทำพิธีในสถานที่ของวัดก็ต้องมาดูว่าเข้าข่ายความผิดด้วยหรือไม่

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวอีกว่า สำหรับผู้ถูกกล่าวหา เบื้องต้นทราบว่า มีอายุเยอะ รวมถึงยังมีพฤติกรรมแอบอ้างตำรวจและทหารชั้นผู้ใหญ่ ส่วนจะจริงเท็จแค่ไหนอยู่ระหว่างตรวจสอบ เรื่องนี้เป็นภัยสังคมไม่เกี่ยวศาสนาเป็นเรื่องตัวบุคคลที่สร้างตัวตนขึ้นมาจากการผ่าศพสาวท้องแก่ พอมีมีการนำเสนอตามสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ
ทำให้ประชาชนเกิดความเชื่อ บวกกับความทุกข์ของคน เลยเข้าไปพบ แต่ผลที่ได้มาไม่ตรงกัน ไม่ได้ช่วยอะไร แต่สิ่งที่เสียไปคือเงินค่าครู หรือ เงินที่บริจาคไป

“จากเรื่องที่เกิดขึ้นค่อนข้างเห็นใจผู้เสียหาย บางคนเป็นโรคซึมเศร้า หลังจากนี้จะเร่งดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง ส่วนใครที่เคยถูกล่วงละเมิด เจ้าหน้าที่พร้อมอำนวยความสะดวก ขอให้ติดต่อเข้ามาให้ปากคำหรือข้อมูล ขอให้มั่นใจตำรวจสอบสวนกลางทำงานเป็นมืออาชีพ” รอง ผบช.ก. กล่าวทิ้งท้าย

ด้าน นายจีรพันธ์ หรือ หมอปลา กล่าวว่า หลังทราบเรื่องว่า เคยมีการแอบอ้างชื่อตนตามสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ ยอมรับว่าโกรธ เพราะไม่เคยรู้จักหรือไปบ้านเขา และ มีหลายคนหลงเชื่อตกเป็นเหยื่อจากการแอบอ้างชื่อตน ก่อนหน้านี้ตนพยายามหาข้อมูลมาพักนึง เมื่อแน่ชัดแล้วจึงตัดสินใจติดต่อ “บิ๊กเต่า” เพื่อพาผู้เสียหายมาพบ ซึ่งพวกเขาก็ดีใจ เพราะพวกเขาคิดว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมแล้ว เนื่องจากไม่มีหลักฐาน เหตุเพราะขณะเกิดเหตุเขาให้เหยื่อเข้าไปตัวเปล่าติดกล้องเก็บหลักฐานไม่ได้

นายจีรพันธ์ หรือ หมอปลา ยืนยันว่า เรื่องไสยศาสตร์ ไม่มีจริง และ กรณีของลุงคนนี้ เชื่อว่าทำมาหลายสิบปี คาดว่าน่าจะยังมีผู้เสียหายรายอื่นอีกเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้มั่นใจว่า เรื่องถึงมือ “บิ๊กเต่า” แล้ว ตำรวจสอบสวนกลาง จะสามารถดำเนินการเอาผิดกับลุงคนนี้ได้อย่างแน่นอน เพราะเชื่อว่าคนอย่าง “บิ๊กเต่า” กัดไม่ปล่อย