ไทยพบหลักฐานเพิ่มเติม ชัด กัมพูชาใช้ “ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล” ในพื้นที่ชายแดนไทย ขัดอนุสัญญาออตตาวาและกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ

94

พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) ได้ดำเนินการปฏิบัติภารกิจเก็บกู้วัตถุระเบิดและปรับปรุงพื้นที่ให้มีความปลอดภัย บริเวณ ฐานปฏิบัติการตากสินพิชิตไพรี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เดิมฝ่ายกัมพูชารุกล้ำอธิปไตยเบ้ามาตั้งฐานที่มั่นทางทหารในพื้นที่ บ้านหนองรี ตำบลชำราก อำเภอเมือง จังหวัดตราด

จากการตรวจสอบพื้นที่ พบ ฐานปฏิบัติการของฝ่ายกัมพูชา (กพช.) จำนวน 3 แห่ง เชื่อมต่อถึงกันด้วยแนวคูเลต สะท้อนถึงการจัดตั้งและใช้พื้นที่ดังกล่าวเป็นฐานทางทหารอย่างชัดเจน โดยหน่วยสามารถตรวจยึด สรรพาวุธที่ถูกละทิ้ง (AXO) ภายในฐานดังกล่าว ได้จำนวน 4 รายการ ได้แก่

  • ลำกล้องและขาหยั่งปืนกลขนาด 12.7 มม. จำนวน 1 ชุด
  • กระสุนปืนกลขนาด 12.7 มม. จำนวน 1,744 นัด
  • กระสุนปืนไร้แรงสะท้อนถอยหลัง ขนาด 75 มม. จำนวน 30 นัด
  • ลูกระเบิดขว้างแบบ RGD-5 จำนวน 1 ลูก

นอกจากนี้ หน่วยฯ ยังได้ตรวจพบ ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลชนิดสะเก็ดระเบิด MBV-78A2 จำนวน 1 ลูก ซึ่งถือเป็นหลักฐานที่มีนัยสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นอาวุธต้องห้ามตาม อนุสัญญาออตตาวา (Ottawa Convention) และขัดต่อหลัก กฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ อย่างชัดแจ้ง เนื่องจากเป็นอาวุธที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อพลเรือนโดยไม่เลือกเป้าหมาย

กองทัพเรือขอยืนยันว่า การใช้หรือการวางทุ่นระเบิดสังหารบุคคลในพื้นที่ชายแดน ไม่เพียงเป็นภัยคุกคามต่อความปลอดภัยของประชาชนเท่านั้น แต่ยังเป็นการละเมิดพันธกรณีระหว่างประเทศ และบ่อนทำลายความเชื่อมั่นต่อความพยายามในการลดระดับความตึงเครียดตามแนวชายแดน ทั้งนี้ กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด จะดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไปตามขั้นตอนที่เหมาะสม ทั้งในมิติด้านความมั่นคง ความปลอดภัยของประชาชน และการประสานงานตามกรอบกฎหมายและกลไกระหว่างประเทศต่อไป

สำนักงานโฆษกกองทัพเรือ
11 กุมภาพันธ์ 2569