ความคืบหน้าล่าสุดวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 ชุดสืบสวนสอบสวนตำรวจนครบาล เดินหน้าปิดล้อมไล่ล่าคนร้ายก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านทองภายในห้างสรรพสินค้าชื่อดังย่านสุขุมวิท 50 กวาดทองคำหนักกว่า 100 บาท มูลค่ารวมกว่า 15 ล้านบาท โดยเชื่อว่าคนร้ายยังหลบหนีอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
รายงานจากชุดสืบสวนระบุว่า มีการนำพฤติกรรมคนร้ายมาเปรียบเทียบกับคดีชิงทองเมื่อปี 2562 ในพื้นที่พระราม 4 ท้องที่ สน.ทองหล่อ ซึ่งคนร้ายในคดีดังกล่าวถูกตั้งฉายาว่า “แจ็คกี้” พบว่าแผนประทุษกรรมทั้งก่อนเกิดเหตุ ระหว่างก่อเหตุ และหลังหลบหนี มีลักษณะใกล้เคียงกันอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงรูปแบบการเคลื่อนไหวและลักษณะการเดิน จึงเชื่อว่าอาจเป็นคนร้ายรายเดียวกัน หรือเป็นเครือข่ายเดียวกับคดี “โจรหมวกฟาง” ที่ก่อเหตุชิงทองน้ำหนัก 198 บาท พร้อมเงินสดอีก 170,000 บาท ในพื้นที่ สน.พระโขนง
หลังเกิดเหตุ ชุดสืบสวนนครบาล ร่วมกับชุดสืบสวน กก.สส.บก.น.5 และชุดสืบสวน สน.ทองหล่อ ไล่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดอย่างละเอียด พบว่าคนร้ายมีการพรางตัวเข้ามาดูลาดเลาในพื้นที่เป้าหมายล่วงหน้า 2–3 วัน ก่อนลงมือ โดยใช้รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นสกู๊ปปี้ สวมแผ่นป้ายทะเบียนที่ลักขโมยมาจากย่านตลาดโบ๊เบ้ ตั้งแต่ช่วงเดือนพฤศจิกายน 2568 แล้วขับขี่ตระเวนวนไปทั่วกรุงเทพฯ เพื่ออำพรางเส้นทางหลบหนี
ภายหลังลงมือ คนร้ายขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปตามซอยย่อยหลายเส้นทาง ก่อนหยุดรถบริเวณคลองพัฒนาการ ลักษณะคล้ายขว้างวัตถุบางอย่างลงไปในน้ำจนเกิดแรงกระเพื่อม จากนั้นขี่รถต่อเข้าไปในซอยอ่อนนุช 55/1 เขตประเวศ และหายตัวเข้าไปภายในซอยดังกล่าว โดยไม่ปรากฏว่าทะลุออกไปยังเส้นทางอื่น
ต่อมา ชุดสืบสวนทุ่มกำลังเดินเท้าหาข้อมูลในพื้นที่ กระทั่งพบร่องรอยปูนแตกใหม่ภายในซอยเล็กใกล้ชุมชนริมคลองประเวศ และพบตะขอทองคำ 1 ชิ้น ตกอยู่บริเวณทางเดินใกล้คลอง จึงประสานนักประดาน้ำของตำรวจน้ำเข้าทำการงมค้นหา ก่อนพบรถจักรยานยนต์ที่ใช้ในการหลบหนีจมอยู่ในคลอง
ตรวจสอบพบว่ารถจักรยานยนต์คันดังกล่าว เป็นของชายชาวจังหวัดยโสธร ซึ่งได้แจ้งความรถหายไว้ที่ สน.สำราญราษฎร์ เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นรถยี่ห้อฮอนด้า รุ่นสกู๊ปปปี้ไอ สีแดงน้ำตาล ทะเบียน 1 กศ 7989 ลพบุรี แต่คนร้ายนำมาพ่นสีบรอนซ์เงินทับจนกลายเป็นสีบรอนซ์แดง เพื่ออำพรางการตรวจจับของกล้องวงจรปิด โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืนที่แสงสะท้อนทำให้ยากต่อการระบุลักษณะรถ
นอกจากนี้ จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพิ่มเติม พบภาพคนร้ายหลังทิ้งรถจักรยานยนต์ลงคลอง ได้ลงไปในคลองประเวศและลอยคอเป็นระยะทางไกล ก่อนขึ้นฝั่งบริเวณคลองพัฒนาการในช่วงกลางดึกของวันที่ 31 มกราคม 2569 และเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 เจ้าหน้าที่พบภาพเหตุการณ์คนร้ายขว้างวัตถุบางอย่างลงคลองอีกครั้ง จึงประสานตำรวจน้ำเข้าทำการงมค้นหา ก่อนพบอาวุธปืนปลอมซึ่งตรงกับอาวุธที่ใช้ก่อเหตุในวันชิงทอง
ขณะนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้สั่งระดมชุดสืบสวนมือพระกาฬจากหลายหน่วย เร่งปิดล้อมพื้นที่ต้องสงสัย ไล่ตรวจสอบความเชื่อมโยงของเครือข่ายคนร้าย เพื่อคลี่คลายคดีและนำตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็ว

