ตำรวจนครบาลเร่งปิดล้อมไล่ล่าโจรบุกเดี่ยวชิงทองกว่า 15 ล้านบาทในห้างดังย่านสุขุมวิท 50 พบพฤติกรรมก่อเหตุ–หลบหนี คล้ายคดี “แจ็คกี้” โจรหมวกฟางเมื่อ 7 ปีก่อน ตรวจพบใช้รถ จยย.ขโมยมา พ่นสีอำพรางกล้อง ก่อนทิ้งรถ–ทิ้งอาวุธลงคลอง เชื่อยังซ่อนตัวในกรุงเทพฯ
วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวหลายสำนักเฝ้าติดตาม.ที่ สน .พระโขนง ตลอดทั้นวัน ขณะที่ ตำรวจเร่งล่าโจรชิงทองสุขุมวิท 50 เชื่อพฤติกรรมคล้าย “แจ็คกี้” โจรดังเมื่อ 7 ปีก่อน พบรถ จยย.ขโมยมาใช้ก่อเหตุ พ่นสีอำพรางกล้อง
ความคืบหน้าล่าชุดสืบสวนสอบสวนตำรวจนครบาล เดินหน้าปิดล้อมไล่ล่าคนร้ายก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านทองในห้างดังย่านสุขุมวิท 50 กวาดทองคำกว่า 100 บาท มูลค่ารวมกว่า 15 ล้านบาท โดยเชื่อว่าคนร้ายยังหลบหนีอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
รายงานข่าวจากชุดสืบสวนระบุว่า มีการตรวจสอบเปรียบเทียบพฤติกรรมคนร้ายกับคดีชิงทองเมื่อปี 2562 ในพื้นที่พระราม 4 ท้องที่ สน.ทองหล่อ ซึ่งคนร้ายในคดีดังกล่าวถูกตั้งฉายาว่า “แจ็คกี้” พบว่าแผนประทุษกรรมก่อนเกิดเหตุ ขณะก่อเหตุ และหลังหลบหนี มีลักษณะใกล้เคียงกันอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงรูปแบบการเคลื่อนไหวและท่าทางการเดิน จึงเชื่อว่าอาจเป็นคนร้ายรายเดียวกัน หรือเป็นเครือข่ายเดียวกันกับคดี “โจรหมวกฟาง” ที่เคยชิงทองน้ำหนัก 198 บาท พร้อมเงินสด 170,000 บาท ในพื้นที่ สน.พระโขนง
หลังเกิดเหตุ ชุดสืบสวนนครบาล ร่วมกับชุดสืบสวน กก.สส.บก.น.5 และชุดสืบสวน สน.ทองหล่อ ไล่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดอย่างละเอียด พบว่าคนร้ายมีการพรางตัวเข้ามาดูลาดเลาในพื้นที่เป้าหมายนาน 2–3 วัน ก่อนลงมือก่อเหตุ โดยใช้รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นสกู๊ปปี้ สวมแผ่นป้ายทะเบียนที่ลักขโมยมาจากย่านตลาดโบ๊เบ้ตั้งแต่ช่วงเดือนพฤศจิกายน 2568 แล้วขับตระเวนวนไปทั่วกรุงเทพฯ เพื่ออำพรางเส้นทาง
หลังลงมือ คนร้ายขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีตามซอยย่อยหลายเส้นทาง ก่อนหยุดรถบริเวณคลองพัฒนาการ ลักษณะคล้ายขว้างวัตถุบางอย่างลงไปในน้ำจนเกิดแรงกระเพื่อม จากนั้นขี่รถต่อเข้าไปในซอยอ่อนนุช 55/1 เขตประเวศ และหายตัวเข้าไปภายในซอยโดยไม่ปรากฏว่าทะลุออกเส้นทางอื่น
ต่อมา ชุดสืบสวนทุ่มกำลังเดินเท้าหาข้อมูลในพื้นที่ กระทั่งพบร่องรอยปูนแตกใหม่ภายในซอยเล็กใกล้ชุมชนริมคลองประเวศ และพบตะขอทองคำ 1 ชิ้น ตกอยู่บริเวณทางเดินริมคลอง จึงประสานนักประดาน้ำของตำรวจน้ำเข้าทำการงมค้นหา ก่อนพบรถจักรยานยนต์ที่ใช้ในการหลบหนีจมอยู่ในคลอง
ตรวจสอบพบว่ารถจักรยานยนต์คันดังกล่าว เป็นรถของชายชาวจังหวัดยโสธร ซึ่งได้แจ้งความรถหายไว้ที่ สน.สำราญราษฎร์ เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2569 โดยเป็นรถยี่ห้อฮอนด้า รุ่นสกู๊ปปี้ไอ สีแดงน้ำตาล ทะเบียน 1 กศ 7989 ลพบุรี แต่คนร้ายได้นำมาพ่นสีบรอนซ์เงินทับจนกลายเป็นสีบรอนซ์แดง เพื่อหลอกตากล้องวงจรปิด โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืนที่แสงสะท้อนทำให้ยากต่อการจับภาพชัดเจน
นอกจากนี้ จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพิ่มเติม พบภาพคนร้ายหลังทิ้งรถลงคลอง ได้ลงไปในคลองประเวศและลอยคอเป็นระยะทางไกล ก่อนขึ้นฝั่งบริเวณคลองพัฒนาการในช่วงกลางดึกของวันที่ 31 มกราคม 2569 และเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 ชุดสืบสวนพบภาพเหตุการณ์คนร้ายขว้างวัตถุบางอย่างลงคลองอีกครั้ง จึงประสานตำรวจน้ำงมค้นหา จนพบอาวุธปืนปลอมซึ่งตรงกับอาวุธที่ใช้ก่อเหตุในวันชิงทอง
จากหลักฐานทั้งหมด ทำให้ชุดสืบสวนตั้งข้อสังเกตว่า รูปแบบการวางแผนอย่างเป็นระบบ ทั้งก่อน ระหว่าง และหลังการก่อเหตุ รวมถึงเส้นทางหลบหนีและพฤติกรรมคนร้าย มีความคล้ายคลึงกับคดีชิงทองเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2562 อย่างชัดเจน
ขณะนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการระดมชุดสืบสวนมือพระกาฬจากหลายหน่วย เร่งปิดล้อมพื้นที่ต้องสงสัย ไล่ตรวจสอบเครือข่ายความเชื่อมโยง หวังคลี่คลายคดีและนำตัวคนร้ายมาดำเนินคดีโดยเร็ว

