เชียงใหม่, วันที่ 30 ม.ค. – ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ขึ้นเวทีปราศรัยช่วยลูกพรรคหาเสียงที่องค์การบริหารส่วนตำบลแม่สูน อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ โดยมี นายนิธิกร วุฒินันชัย ผู้สมัคร สส. เชียงใหม่ เขต 7 เบอร์ 6 และ นายบัณจงศักดิ์ วงศ์รัตนวรรณ ผู้สมัคร สส. เชียงใหม่ เขต 6 เบอร์ 8 ให้การต้อนรับ บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก และอบอุ่น ประชาชนในพื้นที่ได้มอบของที่ระลึกซึ่งเป็นของดีประจำอำเภอฝางให้แก่ ศ.ดร.ยศชนัน อาทิ พวงมาลัยรวงข้าว, น้ำพริกน้ำปู และพวงมาลัยสตอเบอร์รี่ สะท้อนถึงอัตลักษณ์ของพื้นที่ซึ่งแม้จะห่างไกลจากตัวอำเภอเมืองกว่า 100 กิโลเมตร แต่มีความผูกพันกับพรรคเพื่อไทยอย่างเหนียวแน่น

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวปราศรัยตอนหนึ่งว่า วันนี้ดีใจที่ได้มาแอ่วหาพี่น้องชาวฝาง พื้นที่นี้เรามี สส. ถึง 2 ท่าน หากตนได้รับความไว้วางใจให้เป็นนายกรัฐมนตรี การสื่อสารปัญหาความเดือดร้อนต่างๆ จะรวดเร็วและถึงตัวแน่นอน ตนขออาสามาทำงานเพื่อพ่อแม่พี่น้อง เพราะแคนดิเดตนายกฯ ต้องลงมาสื่อสารนโยบายด้วยตนเอง แม้อำเภอฝาง แม่อาย และไชยปราการ จะอยู่ไกลจากตัวเมือง แต่ตนมองเห็นโอกาสในการพัฒนาให้เป็นศูนย์กลาง (Hub) ของโซนเชียงใหม่เหนือ ทั้งด้านการท่องเที่ยว สาธารณสุข และการศึกษา โดยจะเร่งผลักดันถนนสี่เลนเพื่อการเดินทางที่สะดวก และจะปัดฝุ่นโครงการ “สนามบินล้านนา” ซึ่งพรรคเคยนำเสนอไว้แต่ต้องสะดุดจากอุบัติเหตุทางการเมือง เพื่อดึงนักท่องเที่ยวและสร้างรายได้ให้พี่น้องชาวเหนือ
“เราต้องทำให้ฝางเป็นเหมือนอำเภอเมืองย่อมๆ ที่มีครบทั้งโรงพยาบาลและการศึกษาที่ดี สามอำเภอนี้ต้องสามัคคีกันเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต เปลี่ยนพื้นที่ห่างไกลให้เป็นโอกาสในการสร้างเมืองน่าอยู่” แคนดิเดตนายกเพื่อไทย กล่าว

ในด้านเศรษฐกิจ ศ.ดร.ยศชนัน ชี้ไปที่พวงมาลัยข้าวเปลือกที่คล้องคอ โดยระบุว่านี่คือผลผลิตสำคัญ รวมถึงส้ม กาแฟ และแมคาเดเมีย โดยประกาศนโยบาย “ประกันกำไร 30%” เพื่อให้เกษตรกรมั่นใจในรายได้ พร้อมระบุว่า ตนเป็นวิศวกรและนักวิจัยมาทั้งชีวิต จะนำความรู้มาช่วยลดต้นทุนการผลิตให้พี่น้องทันทีที่เป็นรัฐบาล และจะทำหน้าที่เจรจานำสินค้าเกษตรไทยไปขายต่างประเทศเพื่อยกระดับราคา
สำหรับปัญหาหนี้สิน พรรคเพื่อไทยมีมาตรการแก้หนี้ทั้งระบบ โดยหนี้เสียไม่เกิน 200,000 บาท จะให้จ่ายเพียง 10% เพื่อปิดบัญชี ส่วนผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปที่เป็นหนี้เสีย จะดำเนินการตัดจบหนี้เพื่อให้เริ่มต้นชีวิตใหม่ได้ รวมถึงการจัดการหนี้นอกระบบให้เข้าสู่ระบบอย่างเป็นธรรม เกือบ 30 ปีที่ผ่านมา เชียงใหม่คือเมืองหลวงของไทยรักไทย พรรคเพื่อไทยจึงไม่เพียงแค่สัญญาว่าจะทำ แต่เรา “หาเงินเป็น” ต่างจากพรรคอื่น โดยเสนอนโยบาย “เศรษฐีเงินล้าน“ เฟ้นหาผู้โชคดีวันละ 9 คน เพื่อดึงเงินนอกระบบเข้ามาสู่ระบบผ่านโครงการนี้ แล้วนำรายได้ส่วนหนึ่งมาดูแลกลุ่มเปราะบางและผู้ป่วยติดเตียง โดยเติมเงินให้ครบ 3,000 บาทต่อเดือน ให้พ้นเส้นความยากจน
นอกจากนี้ ยังชูเรื่อง “30 บาท AI” ยกระดับสาธารณสุข โดยยกย่องให้ “ฝางโมเดล” เป็นต้นแบบการจัดการเครือข่ายสุขภาพระดับอำเภอที่เข้มแข็ง ซึ่งโรงพยาบาลฝางทำสำเร็จมาตั้งแต่ช่วงก่อตั้ง สปสช. หลังปี 2545 และพรรคจะนำโมเดลนี้มาต่อยอดด้วยเทคโนโลยี AI เพื่อการดูแลสุขภาพพี่น้องประชาชนให้ดียิ่งขึ้น

