เลือกตั้งเดือด ผู้สมัคร สส.เขต 7 เจอมิจฉาชีพโทรป่วน อ้างชื่อเบิกเงินสด หวั่นถูกโยงซื้อเสียง

132

วันที่ 22 ม.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าช่วงโค้งสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้ง เกิดเหตุสร้างความกังวลในสนามการเมือง เมื่อ ผศ.ดร.วิเชียร เจริญนนทสิทธิ์ เบอร์ 6 ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 7 จังหวัดนนทบุรี พรรคกล้าธรรม ออกมาเปิดเผยว่า ถูกมิจฉาชีพโทรศัพท์เข้ามาป่วนระหว่างลงพื้นที่หาเสียง โดยมีพฤติการณ์อ้างชื่อและพยายามผูกโยงไปถึงการ “เบิกถอนเงินสด” ซึ่งอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดและสร้างความเสียหายทางการเมืองได้

ผศ.ดร.วิเชียร เปิดเผยว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 มกราคมที่ผ่านมา เวลาประมาณ 14.00 น. ได้รับโทรศัพท์จากหญิงรายหนึ่ง อ้างว่าตนได้มอบหมายให้ไปเบิกเงินสดจากธนาคาร และยังให้หญิงอีกคนหนึ่งพูดคุยทางโทรศัพท์โดยอ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคาร ตนจึงยืนยันกลับไปอย่างชัดเจนว่า ไม่เคยสั่งการหรือมอบหมายให้ใครไปเบิกเงินแทน และไม่รู้จักบุคคลดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม หญิงที่โทรมาอ้างชื่อกลับใช้ถ้อยคำหยาบคาย ด่าทอใส่ร้ายจนสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงตน จึงใช้โทรศัพท์อีกเครื่องหนึ่งบันทึกภาพและคลิปเสียงไว้เป็นหลักฐาน ก่อนนำคลิปดังกล่าวเผยแพร่ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เพื่อเตือนภัยประชาชน สิ่งเป็นช่วงอ่อนไหวทางการเมือง การนำชื่อผู้สมัครไปอ้างเรื่องการเบิกถอนเงินสด อาจถูกโยงไปสู่ข้อครหาการซื้อเสียง หรือการใช้เงินผิดกฎหมาย หากมีการนำคลิปเสียงหรือข้อมูลบางส่วนไปตัดต่อร้องเรียนต่อ กกต. อาจสร้างความเสียหายร้ายแรงต่อผู้สมัครได้

ตนตั้งคำถามกลับไปว่า ทำไมต้องเอาชื่อตนไปอ้าง ทำไมต้องเป็นช่วงโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง และทำไมต้องพูดเหมือนว่ามีการเบิกเงินกันบ่อยครั้ง ทั้งที่ตนไม่เคยทำ และไม่เคยฝากใครไปถอนเงินแทนเด็ดขาด

ทั้งนี้ ตนได้ติดต่อสอบถามไปยังธนาคารแล้ว แต่ได้รับคำตอบว่า ธนาคารไม่ได้รับความเสียหายใด ๆ ขณะที่ผู้ถูกด่าทอและใส่ร้ายกลับเป็นตน ซึ่งมองว่าหากเป็นประชาชนทั่วไปอาจได้รับผลกระทบทางจิตใจรุนแรงกว่านี้

ผศ.ดร.วิเชียร กล่าวต่อว่า ปัจจุบันกลุ่มมิจฉาชีพหรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบอย่างต่อเนื่อง และในมุมของนักการเมืองทุกพรรคต่างจับตาอยู่ 2 ประเด็นสำคัญ คือ 1.การสวมรอยเป็นสแกมเมอร์หรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง 2.การสร้างประเด็นเรื่องการถอนเงินจำนวนมาก เพื่อนำไปโยงใส่ร้ายทางการเมือง หากไม่สามารถติดตามตัวผู้ก่อเหตุได้ ตนเตรียมเข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน เพื่อยืนยันว่า 1.ไม่ได้ซื้อสิทธิ์ขายเสียง และไม่ได้เบิกเงินออกมาเพื่อกระทำการใด ๆ ที่ผิดกฎหมาย 2.เป็นผู้เสียหายจากขบวนการสแกมเมอร์ที่กำลังแพร่ระบาด และเป็นประเด็นที่ทุกพรรคการเมืองกำลังเฝ้าระวังอยู่ในขณะนี้

ผศ.ดร.วิเชียร กล่าวทิ้งท้ายว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรมีระบบตรวจสอบต้นทางให้ชัดเจน เพราะหากปล่อยให้มีการใส่ร้ายในลักษณะนี้โดยไม่สามารถเอาผิดผู้กระทำได้ ประชาชนและนักการเมืองที่ตั้งใจทำงานเพื่อสังคมจะไม่รู้ว่าควรพึ่งใคร