กรมประมงโชว์ผลงาน ประมงโรงเรียนหนุนความมั่นคงทางอาหารทั่วประเทศ

103

กรมประมง…เผยผลสำเร็จ “กิจกรรมประมงโรงเรียน” สืบสานงานพระราชดำริ​ เชื่อมการเรียนรู้สู่เยาวชนร่วมสร้างความมั่นคงทางอาหาร ปูรากฐานประมงไทยสู่ความยั่งยืน

 
        กรมประมง…เผยผลสำเร็จการขับเคลื่อนกิจกรรมประมงโรงเรียนในโครงการตามพระราชดำริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  เพื่อสร้างแหล่งผลิตอาหารโปรตีนจากสัตว์น้ำภายใต้โครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันอย่างต่อเนื่อง จนสามารถขยายผลครอบคลุมสถานศึกษาทั่วประเทศแล้วถึง 745 แห่ง โดยได้พัฒนาทักษะด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านโภชนาการ และปลูกฝังการใช้ทรัพยากรประมงอย่างรู้คุณค่าแก่เด็กและเยาวชนกว่า 2,200 ราย สร้างผลผลิตสัตว์น้ำรวมไม่น้อยกว่า 90,000 กิโลกรัมต่อปี คิดเป็นมูลค่าปีละไม่น้อยกว่า 4.7 ล้านบาท  สะท้อนความสำเร็จของการบูรณาการภาคการประมงที่เชื่อมโยงกับการศึกษาในการเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหาร และวางรากฐานการพัฒนาภาคการประมงไทยสู่ความยั่งยืน สอดคล้องกับแนวคิด  Fisheries Connect For Sustainability

นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า กิจกรรมประมงโรงเรียนเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญที่กรมประมงได้ดำเนินการภายใต้โครงการสนับสนุนด้านการประมงตามพระราชดำริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี มาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535 เพื่อสนองงานโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน โดยมุ่งสร้างแหล่งผลิตอาหารโปรตีนจากสัตว์น้ำให้แก่เด็กนักเรียน ควบคู่กับการปลูกฝังทักษะพื้นฐานในกระบวนการผลิตสัตว์น้ำเพื่อการบริโภค ตลอดจนการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์ทรัพยากรประมงอย่างรู้คุณค่า พร้อมขยายผลองค์ความรู้สู่ครัวเรือนและชุมชน

        ตลอดระยะเวลากว่า 3 ทศวรรษ กรมประมงได้ดำเนินกิจกรรมประมงโรงเรียน ร่วมกับสถานศึกษาตามแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารฯ ต่าง ๆ ประกอบด้วย โรงเรียนสังกัดกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน โรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ศูนย์การเรียนชุมชนสังกัดกรมส่งเสริมการเรียนรู้ โรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน โรงเรียนสังกัดกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และโรงเรียนสังกัดสำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร โดยสนับสนุนปัจจัยการผลิตด้านการประมงที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และศักยภาพของโรงเรียน ทั้งในรูปแบบบ่อดิน บ่อคอนกรีต บ่อพลาสติก และกระชัง พร้อมถ่ายทอดให้ความรู้ด้านการเพาะเลี้ยง การแปรรูปโภชนาการ และการจัดการผลผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนติดตามและให้คำแนะนำ แก่ครู และนักเรียน  ส่งผลให้โรงเรียนมีแหล่งอาหารโปรตีนคุณภาพจากสัตว์น้ำที่เพียงพอสำหรับการบริโภคเป็นอาหารกลางวัน เด็กนักเรียนมีทักษะด้านการประมงขั้นพื้นฐาน สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง และเกิดการถ่ายทอดองค์ความรู้จากโรงเรียนสู่ครัวเรือนและชุมชน  นอกจากนี้ ยังเป็นการปูพื้นฐานการประกอบอาชีพทางการประมงให้กับเยาวชน โดยมุ่งเน้นการปฏิบัติให้เกิดความรู้และความชำนาญ และสามารถนำไปประกอบอาชีพได้ในอนาคต

        ทั้งนี้ ปัจจุบัน กรมประมงสามารถขับเคลื่อนกิจกรรมประมงโรงเรียน ได้ครอบคลุมสถานศึกษาทั่วประเทศแล้วจำนวนถึง 745 แห่ง สร้างแหล่งเรียนรู้ และแหล่งผลิตอาหารโปรตีนประเภทปลาเพื่อโครงการอาหารกลางวันในโรงเรียน โดยการจับสัตว์น้ำที่เลี้ยงจากกิจกรรมขึ้นมาบริโภคในโครงการอาหารกลางวัน ผ่านระบบสหกรณ์โรงเรียน ซึ่งมีผลผลิตรวมไม่น้อยกว่า 90,000 กิโลกรัมต่อปี  คิดเป็นมูลค่าปีละไม่น้อยกว่า 4.7 ล้านบาท  พร้อมฝึกทักษะด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำให้แก่นักเรียนกว่า 1,020 ราย และเสริมความรู้ด้านโภชนาการและการแปรรูปสัตว์น้ำอีก 1,200 ราย ส่งผลให้โรงเรียนและชุมชนมีความมั่นคงทางอาหารอย่างต่อเนื่อง เด็กนักเรียนมีโภชนาการที่เหมาะสม และเกิดการขยายองค์ความรู้สู่ครัวเรือนในชุมชนได้อย่างเป็นรูปธรรม เช่น การนำความรู้ที่ได้จากโรงเรียนไปดำเนินการเลี้ยงปลาดุกในบ่อพลาสติก และการเลี้ยงกบในกระชัง รวมถึงการแปรรูปอาหารจากสัตว์น้ำเพื่อบริโภคในครัวเรือน เช่น ปลาดุกสวรรค์ ปลาดุกแดดเดียว  และน้ำพริกปลา  เป็นต้น

          อธิบดีกรมประมง กล่าวทิ้งท้ายว่า กิจกรรมประมงโรงเรียนถือเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงการพัฒนาภาคประมงควบคู่กับการพัฒนาเยาวชนคนรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างอนาคตการประมงไทยให้เข้มแข็ง โดยกรมประมงจะเดินหน้าขับเคลื่อนกิจกรรมดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งขยายผลให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ต่าง ๆ มากยิ่งขึ้น ควบคู่กับการยกระดับการถ่ายทอดองค์ความรู้และการเสริมสร้างทักษะด้านการประมงให้มีความเข้มข้น ทันสมัย และสอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ เพื่อให้สามารถนำองค์ความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน ทั้งระดับครัวเรือน และชุมชน กระทั่งต่อยอดสู่การประกอบอาชีพในอนาคต อันจะเป็นพลังสำคัญในการสานต่อภาคการประมงไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป